home

ฟิลิปปินส์ (1-15 ก.พ. 59)

กุมภาพันธ์ 20, 2017
ฟิลิปปินส์ (1-15 ก.พ. 59)

ไฟไหม้ชุมชนแออัดกลางกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้ประชาชน 15,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย

JS119980888_AFP_CORRECTION-Firefighters-extinguish-a-f-large_trans_NvBQzQNjv4BqtGQB12KHxxQCrwnTZkX0nyW0qTysEG4yZuBUdXGakjA

เกิดเหตุเพลิงไหม้ขยายเป็นวงกว้างในบริเวณย่านชุมชนแออัดใกล้กับท่าเรือกลางกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ไฟได้โหมลุกไหม้ทำลายบ้านเรือนนับพันหลัง และส่งผลให้ประชาชนกว่า 15,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ไฟได้เผาผลาญบ้านเรือนไปกว่า 1,000 หลังคาเรือน และลุกโหมกระหน่ำนานนับ 10 ชั่วโมง โดยได้ลุกลามกระจายออกไปทั่วบริเวณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานจึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และจากรายงานพบผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 7 ราย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักป้องกันไฟระบุว่า ไฟได้เริ่มลุกไหม้ในเวลา 9.38 น. ของคืนวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ ในพื้นที่ B ประตู 7 ของย่านชุมชนแออัด จากนั้นเปลวไฟได้โหมกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยทำจากวัสดุเบาและไวไฟ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้รถดับเพลิง 90 คันในการเร่งระดมควบคุมเพลิง

หลังจากนั้นทางการได้เปิดศูนย์อพยพ 3 ศูนย์และให้บริการอาหารและน้ำดื่มจำนวน 3,000 ครอบครัวที่สูญเสียบ้านเรือนในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ สำหรับสาเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการสืบสวนในเบื้องต้นอาจจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือจากการหุงต้มด้วยเตาแก๊ส

แหล่งที่มา: telegraph.co.uk

นักกฎหมายอาเซียนเรียกร้องรัฐสภาฟิลิปปินส์ปฏิเสธร่างกฎหมายนำโทษประหารชีวิตมาใช้ใหม่

death-penalty-5

สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาของฟิลิปปินส์ปฏิเสธร่างกฎหมายการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจากมองว่า การลงโทษประหารชีวิตเป็นวิธีการป่าเถื่อนและล้าสมัยไปแล้ว 

นักกฎหมายจากทั่วทั้งอาเซียนต่างต่อต้านการลงโทษประหารชีวิตในฟิลิปปินส์ และกระตุ้นให้ภาคีในรัฐสภาฟิลิปปินส์ปฏิเสธร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

นักกฎหมายจากอาเซียนย้ำว่าจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับบรรดาสมาชิกรัฐสภาของฟิลิปปินส์ที่กำลังต่อสู้กับร่างกฎหมายการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ใหม่ พร้อมสนับสนุนหลักการต่อสู้ของพวกเขาด้วย

สมาชิกนักกฎหมายอาเซียนระบุว่า พวกเขาพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันการยกเลิกการลงโทษประหารชีวิต โดยอ้างว่ามี 140 ประเทศที่ยกเลิกโทษดังกล่าวแล้ว และมี 80 ประเทศที่ให้สัตยาบันในพิธีสารเลือกรับของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ฉบับที่ 2 เพื่อการกำจัดการประหารชีวิต (ICCPR) ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประเทศหนึ่งในนั้น

แหล่งที่มา: philstar.com

แผ่นดินใหญ่ขนาด 6.7 ริกเตอร์ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ล่าสุดประธานาธิบดีสนับสนุนให้ปิดเหมือง

Philippines_Earthquake_88292.jpg-7345d

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์เผชิญเหตุการณ์แผ่นดินใหญ่ขนาด 6.7 ริกเตอร์ ที่เมืองซูริเกา ในจังหวัดซูริเกา เดล นอร์เต โดยมีรายงานประชาชนเสียชีวิตแล้ว 8 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 200 คน นอกจากนี้อาคารบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินใหญ่แล้วยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกติดตามมาอย่างต่อเนื่องกว่า 130 ครั้ง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางการต้องออกคำเตือนประชาชนผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินใหญ่ให้ระมัดระวังในการอยู่อาศัยในบ้านเรือนและตัวอาคาร โดยต้องมั่นใจว่า บ้านเรือนและอาคารมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอต่อแรงสั่นสะเทือนของอาฟเตอร์ช็อก

ทางด้านนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยือนชาวฟิลิปปินส์ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว ซึ่งเขาแสดงความเสียใจและสัญญาว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้

นอกจากนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ผู้นำฟิลิปปินส์ยังกล่าวสนับสนุนการปิดเหมือนหลายๆ แห่งในภาคใต้ของประเทศ โดยระบุว่า เขาจะไม่ขัดขวางการตัดสินใจของรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาเพื่อปิดเหมืองในภาคใต้ ภายหลังจากที่เขามาพบเห็นความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมจากการทำเหมือง

ทั้งนี้ มีคำสั่งปิดเหมืองจำนวน 23 แห่งจากรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์ โดยเหมือง 7 แห่งเป็นเหมืองนิเกิล และเหมืองอีก 7 แห่งซึ่งอยู่ในเกาะใกล้ๆกันนั้นก็เป็นแหล่งผลิตนิเกิลที่สำคัญ  ฟิลิปปินส์เป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่ส่งออกแร่นิเกิลมาตั้งแต่ปี 2557 นับตั้งแต่อินโดนีเซียห้ามส่งออกแร่ธาตุที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป

แหล่งที่มา: washingtonpost.com และ reuters.com

 

ฟิลิปปินส์เผยญี่ปุ่นจะช่วยเหลือในการต่อต้านโจรสลัด

murasame-class-destroyer-js-inazuma-co-jd-abs-021417

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเสนอส่งเรือลาดตระเวนเพื่อจัดการภัยคุกคามจากโจรสลัดบริเวณน่านน้ำภาคใต้ของฟิลิปปินส์ อันมีพรมแดนติดกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ปัญหาโจรสลัดที่มีมากขึ้นในบริเวณน่านน้ำภาคใต้ของฟิลิปปินส์นั้นส่งผลให้เจ้าของเรือที่เดินเรือในบริเวณดังกล่าวต้องต้องหลีกเลี่ยงผ่านในพื้นที่นั้น ส่งผลให้เสียค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ลูกเรือบางส่วนก็ถูกจับเป็นเชลยเพื่อเรียกค่าไถ่โดยกลุ่มอาบูไซยาฟ

ทั้งนี้ นายโร มานะเบะ (Ro Manabe) รัฐมนตรีช่วยของญี่ปุ่นเสนอให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ และพร้อมมีส่วนร่วมกับฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและมาเลเซียด้วย  อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอการจัดส่งเรือลาดตระเวนดังกล่าวไม่ได้ทำเพื่อฟิลิปปินส์ แต่เป็นการ “สร้างขีดความสามารถ”

ทั้งนี้ ความพยายามของฟิลิปปินส์ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่นเป็นการแสวงหาความสัมพันธ์ในด้านความมั่นคงและการป้องกันที่เป็นการกระจายความสัมพันธ์กับประเทศสัมพันธมิตรเดิมอย่างสหรัฐอเมริกา รวมถึงรัสเซียและจีน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเมื่อช่วยต้นเดือนกุมภาพันธ์ด้วยว่า ฟิลิปปินส์ยังคงแสวงความช่วยเหลือจากสหรัฐ และจีนเพื่อป้องกันน่านน้ำทางทะเลที่สำคัญจากกลุ่มนักรบอิสลาม ซึ่งอาจโจมตีเรือสินค้าประเทศต่างๆ ได้  โดยเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์ไม่ต้องการให้น่านน้ำระหว่างภาคใต้ของฟิลิปปินส์กับรัฐซาบาห์ของมาเลเซียมีสภาพเหมือนกันในโซมาเลียซึ่งมีโจรสลัดคุกคามเป็นจำนวนมาก

แหล่งที่มา: news.abs-cbn.com และ channelnewsasia.com

Leave A Response