home

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 23

มีนาคม 19, 2017
การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 23

อาเซียนจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 23 ขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้ได้หารือย่างเข้มข้นในหลายประเด็น โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้พิจารณากำหนดแนวทางร่วมกันในเรื่องการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมทั้งกำหนดแนวทางการเจรจาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสรุปผลภายในสิ้นปี 2560ซึ่งความตกลง RCEPมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย เพิ่มโอกาสการค้าการลงทุน เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตในกลุ่มสมาชิก โดยเน้นย้ำถึงการดำเนินนโยบายการค้าเสรีอย่างต่อเนื่องของประเทศสมาชิกท่ามกลางสภาวะการค้าโลกที่ชะลอการเติบโตลง และความไม่แน่นอนของนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าของประเทศมหาอำนาจ

ที่ประชุมได้หารือประเด็นด้านเศรษฐกิจซึ่งฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2560 ได้ให้ความสำคัญในปีนี้ รวม 9 ประเด็น อาทิ การส่งเสริมการลงทุนที่มีเป้าหมายและกลยุทธ์ การให้สมาชิกตรวจสอบการดำเนินงานของกันและกันในการทำตาม AEC Blueprint 2025การพัฒนาเครื่องมือสำหรับวัดการอำนวยความสะดวกทางการค้าในอาเซียน การส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ได้มีส่วนในห่วงโซ่มูลค่า (value chain) ของบริษัทขนาดใหญ่ และการส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีและผู้ประกอบการรุ่นเยาว์

ที่ประชุมได้ตั้งเป้าลงนามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง รวมทั้งพิธีสารแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น เพื่อผนวกการเปิดเสรีด้านการค้าบริการ และการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาระหว่างกันภายในปีนี้  ในการนี้ มีการเชิญผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนของประเทศอาเซียนเข้าร่วมงาน “ครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย : ASEAN – India Expo and Summit” ระหว่างวันที่ 1 – 4 สิงหาคม 2560ณ กรุงเทพฯ ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับอินเดีย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้พบหารือกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนภาคเอกชนของประเทศสมาชิก โดยภาคเอกชนได้นำเสนอข้อเสนอแนะและการดำเนินโครงการของภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการรายย่อย ในการเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าโลก

การประชุมครั้งนี้ ไทยได้ลงนามพิธีสารเพื่อการแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน(ACIA) ฉบับที่ 2 เพื่อรองรับการแก้ไขคำนิยามเรื่องนักลงทุนที่เป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวร (Permanent Resident) และประเด็นลดหรือห้ามเงื่อนไขที่เข้มงวดของรัฐที่มีต่อนักลงทุน  รวมถึงประเทศไทยสนับสนุนข้อเสนอของฟิลิปปินส์ว่าจะช่วยเอื้ออำนวยการประกอบธุรกิจ และส่งเสริมการรวมกลุ่มของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริม MSMEs ให้เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าของบริษัทขนาดใหญ่ และเห็นว่าสมาชิกอาเซียนน่าจะสามารถร่วมมือร่วมกันได้ดีในเรื่องนี้

ด้านรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ร่วมรับรองแผนงานในการจัดทำและสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องแนวปฏิบัติที่ดีในการออกกฎระเบียบของอาเซียนที่จะใช้ใน 10 ปีต่อจากนี้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างความโปร่งใสในการออกกฎหมายไม่ให้เกิดภาระต่อการค้าเกินความจำเป็น เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ อันจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาในอาเซียนมากขึ้น

แหล่งที่มา: dtn.go.th

Leave A Response