home

ฟิลิปปินส์ (1-15 มี.ค. 60)

มีนาคม 23, 2017
ฟิลิปปินส์ (1-15 มี.ค. 60)

ดูแตร์เตแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดฟิลิปปินส์จำนวน 2 ท่าน

supreme-court-building-9

เมื่อวันที่ 6 และวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์รายงานว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตได้แต่งตั้งนายซามูเอล มาร์ติเรส (Samuel Martires) และนายโนเอล ทิฌาม (Noel Tijam) ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลสูงสุดของฟิลิปปินส์ (Supreme Court) ทดแทนตำแหน่งเดิมที่วางลงจำนวน 2 ที่นั่ง

นายซามูเอล มาร์ติเรสเคยมีความต้องการสมัครเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน และก่อนหน้านั้น เคยดำรงตำแหน่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาล Sandiganbayan ซึ่งเป็นศาลชั้นอุทธรณ์ที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดการทุจริตของข้าราชการระดับสูง นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดของฟิลิปปินส์คนแรกที่ได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีดูแตร์เตให้ดำรงตำแหน่งแทนนายโฆเซ่ เปเรซ (Jose Perez) ผู้พิพากษาสบทบศาลสูงสุด ซึ่งเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ส่วนนายโนเอล ทิฌาม เคยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับสมาชิกวุฒิสภาวิคเตอร์ ซิกา (Victor Ziga) และเคยเป็นผู้ช่วยรองประธานและรองเลขานุการบริษัทการประกันภัยของรัฐบาล และเคยได้รับเสนอชื่อให้เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น และได้เลื่อนเป็นผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ในปี 2546 นอกจากนี้ เขายังเป็นอาจารย์บรรยายด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยด้วย  ขณะเดียวกัน ข่าวยังรายงานด้วยว่า เขาเคยเป็นเพื่อนชั้นเรียนเดียวกับประธานาธิบดีดูแตร์เต อย่างไรก็ตาม เขาให้สัมภาษณ์ว่าจะตัดสินคดีความอย่างเป็นอิสระจากอิทธิพลของรัฐบาลอย่างแน่นอน

ศาลสูงสุดของฟิลิปปินส์ประกอบด้วยผู้พิพากษาทั้งหมด 15 คนซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี  โดยมีประธานศาลคนหนึ่งและผู้พิพากษาศาลสบทบอีก 14 คน สามารถดำรงตำแหน่งได้จนถึงอายุ 70 ปี หากไม่เสียชีวิตหรือลาออก

แหล่งที่มา: philstar.com

 

พรรคฝ่ายค้านยื่นถอดถอนประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในข้อหาฆ่าตัดตอน

20170316_Duterte_article_main_image

 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์เตรียมยื่นถอนถอดประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต หลังรับตำแหน่งเพียงแค่ 8 เดือน

แกรี อาเลจาโน่ (Gary Alejano)  ผู้แทนราษฎรจากพรรคมักดาโร ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ออกมาระบุถึงความผิดของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในการละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยการสนับสนุนการฆ่าตัดตอน (extrajudicial killing) ในการทำสงครามปราบยาเสพติด ซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตไปแล้วเกือบถึง 7,000 คน

ตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้านระบุว่า ประธานาธิบดีดูเตอร์เตควรถูกฟ้องร้องในเรื่องการติดสินบน การทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และการละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยการชี้ชวนให้ตำรวจและประชาชนตั้งศาลเตี้ยสังหารผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดตามอำเภอใจ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายของฟิลิปปินส์ ระบุว่า กระบวนการฟ้องร้องประธานาธิบดีต้องเริ่มจากการได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ 292 คน ก่อนที่จะส่งคำร้องต่อไปยังวุฒิสภา โดยการถอดถอนประธานาธิบดีจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีจำนวน 24 คน

นอกจากนี้ สมาชิกรัฐสภาของฟิลิปปินส์ลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับรองนายเปอร์เฟคโต ยาเซย์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ แม้จะได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีดูแตร์เต และปฏิบัติหน้าที่มา 8 เดือนแล้วก็ตาม โดยมีสาเหตุจากการที่นายยาเซย์ไม่สามารถตอบคำถามคณะกรรมาธิการของรัฐสภาได้ชัดเจนเกี่ยวกับการได้รับและยกเลิกสัญชาติสหรัฐฯ ก่อนรับตำแหน่งดังกล่าว

แหล่งที่มา: asia.nikkei.com bangkokbiznews.com และ manager.co.th

มาเลเซียส่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชุดใหม่เข้าไปที่มินดาเนาของฟิลิปปินส์

international-monitoring-team-malaysia-brunei-indonesia

มาเลเซียจะส่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชุดใหม่เข้าไปในมินดาเนาของฟิลิปปินส์ ตามภารกิจระยะ 12 เดือนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรงดังกล่าว

มาเลเซียได้เข้ามาเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกด้านการเจรจาทางการทูตระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front: MILF)  ซึ่งกำลังแสวงหาการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่มินดาเนาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

ทีมตรวจตราระหว่างประเทศหรือ International Monitoring Team (IMT) ประกอบด้วยทหารจากมาเลเซีย บรูไนและอินโดนีเซียและผู้เชี่ยวชาญการแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นพลเรือนจานอร์เวย์และญี่ปุ่น ได้เข้ามาช่วยดูแลการปฏิบัติตามข้อตกลงยุติการสู้รบปี 1997 ระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับ MILF

แหล่งที่มา: philstar.com

Leave A Response