home

กัมพูชา (16-31 เม.ย. 2560)

พฤษภาคม 10, 2017
กัมพูชา (16-31 เม.ย. 2560)

กัมพูชามีนโยบายปรับค่าจ้างแรงงานก่อนการเลือกตั้ง 4 มิ.ย.นี้

Cambodian construction workers work during their day's work at an under construction site near Phnom Penh, Cambodia, Tuesday, March 21, 2017. (AP Photo/Heng Sinith)

กัมพูชา มีนโยบายปรับค่าจ้างแรงงานและมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อนการเลือกตั้งของรัฐบาลในวันที่ 4 มิถุนายน 2560

สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการสนับสนุนอุตสาหกรรมใน 4 เสา ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร การท่องเที่ยว และการก่อสร้าง โดยในช่วงปีที่ผ่านมา การก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อนการเลือกตั้งของรัฐบาลในวันที่ 4 มิถุนายน 2560 และการลงคะแนนเสียงในเดือนกรกฎาคม 2561 โดยเฉพาะประเด็นเรื่องค่าจ้างของแรงงานหญิงในอุตสากรรมการก่อสร้าง ตามข้อเสนอของกลุ่มสหภาพแรงงานของกัมพูชา

ด้านนายวิลเลียม กอนคลิน (William Conklin) ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นปึกแผ่นของกัมพูชา กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาจำต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียม (pay equity) ระหว่างแรงงานหญิงและชาย ตามที่ได้ลงสัตยาบันร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization: ILO)

ในปี 2558 ความต้องการค่าจ้างที่สูงขึ้น ส่งผลให้แรงงานจำนวนหนึ่งออกมาเดินประท้วงบนท้องถนน นำมาสู่การเข้าปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐ กระทั่งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการประท้วงดังกล่าวจำนวน 4 คน

แหล่งที่มา: voanews.com

 

กัมพูชาเดินหน้าปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าผิดกฎหมาย

1388929-cambodia-1492677878-297-640x480

กัมพูชาร่วมมือกับสหประชาชาติ เข้าปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าผิดกฎหมาย ที่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการรอรับเงินบริจาคจากกลุ่มนักท่องเที่ยว

รัฐบาลกัมพูชาร่วมกับองค์การสหประชาชาติ (United Nation: UN) ดำเนินการปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าผิดกฎหมายที่เพิ่มมากขึ้น อันสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังกัมพูชามากขึ้น เนื่องจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเหล่านี้ รอรับเงินบริจาคจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

จากการสำรวจของหน่วยงานรัฐพบว่า ชาวกัมพูชาที่มีฐานะยากจนกว่าร้อยละ 17 เลือกส่งเด็กเล็กไปอยู่ภายใต้การดูแลของสถานสงคราะห์เด็กกำพร้า ด้วยความหวังว่าเด็กจะได้รับการศึกษาและการดูแลที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากดำเนินการปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการนำเด็กประมาณ 3,500 คน ซึ่งไม่ใช่เด็กกำพร้าส่งคืนครอบครัว

ด้านนายวง สวด (Vong Sauth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของกัมพูชา เปิดเผยว่า กว่าร้อยละ 80 ของเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวน 16,579 คน ไม่ใช่เด็กกำพร้า ซึ่งจะต้องนำตัวส่งคืนครอบครัวต่อไป

แหล่งที่มา: tribune.com.pk

Leave A Response