home

ฟิลิปปินส์ (16 – 31 พ.ค. 60)

มิถุนายน 5, 2017
ฟิลิปปินส์ (16 – 31 พ.ค. 60)

ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศใช้กฎอัยการศึกพื้นที่มินดาเนา จากเหตุกลุ่มก่อการร้าย IS บุกโจมตีครั้งใหญ่

marawi-gunfire

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 พฤษภาคม ศกนี้ กลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายซึ่งคาดว่าเชื่อมโยงกับขบวนการไอเอสได้บุกเข้ายึดเมืองมาราวี (Marawi) จังหวัดมินดาเนา ทางภาคใต้ของประเทศ และได้เกิดการต่อสู้กับกำลังทหารฟิลิปปินส์

รายงานเบื้องต้นพบว่า มีการวางระเบิดในเขตต่างๆของเมือง รวมทั้งเผาทัณฑสถาณ บ้านเรือนประชาชนและปล่อยนักโทษออกมา ขณะที่รายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้นเป็นตำรวจ 1 รายและคนขับรถฉุกเฉิน 2 ราย ถูกยิงเสียชีวิต  ขณะที่ ไฟฟ้าภายในเมืองถูกตัดลง การมีการชักธงของ ISIS ขึ้นในพื้นที่ต่างๆ โดยมีรายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายอย่างอุกอาจดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อรัฐอิสลามแห่งลาเนา (Islamic State of Lanao) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากขบวนการไอเอส

ทั้งนี้ กองทัพและกองกำลังตำรวจพิเศษได้เคลื่อนกำลังพลเข้าไปในเมืองมาราวี ภายหลังจากที่ประชาชนในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงตกใจตื่นกลัวและเรียกขอความช่วยเหลือจากทางการ

ทางด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนรัสเซียได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินข้ามทวีปเมื่อช่วงห้าทุ่มตามเวลาท้องถิ่นมะนิลา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมินดาเนา ทางภาคใต้ของประเทศ  เป็นเวลา 60วัน นับจากวันนี้

มีรายงานล่าสุด รัฐบาลพยายามเสนอแผนหยุดยิงชั่วคราวเพื่อจะนำประชาชนประมาณ 1,000 คนออกจากเมืองมาราวี แต่กลับมีเพียง 130 คนเท่านั้นทีหนีออกมาได้ทันจากพื้นที่สู้รบ ก่อนที่จะเกิดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างกองกำลังของรัฐบาล กับกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรของกลุ่มรัฐอิสลาม  ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 170 คนเป็นพลเรือน 20 คน

แม้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าฝ่ายใดเริ่มยิงก่อน แต่ตัวแทนของรัฐบาลฟิลิปปินส์เผยว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่ เพื่อให้มีการหยุดยิงเกิดขึ้น ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ มีแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร หรือ MILF เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย

แหล่งที่มา independent.co.uk  bbc.com และ isranews.org

ผู้นำฟิลิปปินส์เยือนรัสเซียเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันและข้อตกลงการค้า

duterte-putin-meet-APEC

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตแห่งฟิลิปปินส์ได้เป็นพยานการลงนามข้อตกลงทวิภาคีหลายฉบับระหว่างการเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22-26 พฤษภาคม 2560

ข้อตกลงเหล่านั้นต่างเกี่ยวข้องกับด้านการป้องกัน ความมั่นคง ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การค้าและการลงทุน การใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพและด้านวัฒนธรรม

ประธานาธิบดีดูแตร์เตได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) และนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) แห่งรัสเซีย ซึ่งถือเป็นบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์-รัสเซีย

ประธานาธิบดีดูแตร์เตได้พูดคุยประเด็นสำคัญและเนื้อหาความร่วมมือและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และการพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินมีประเด็นพูดคุยในเรื่องความร่วมมือทางการเมือง การทหารและการป้องกัน  นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังเป็นพยานร่วมกันในการลงนามข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านการป้องกัน การทหาร ความร่วมมือทางเทคนิค  โดยที่ข้อตกลงความร่วมมือด้านการทหารนั้น

โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ได้พบหารือกับผู้นำรัสเซียมาก่อนในการประชุมสุดยอดความร่วมมือเอเชีย-แปซิฟิก (sia-Pacific Economic Cooperation Summit) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ยังพบกับนายกรัฐมนตรีรัสเซียในระหว่างการประชุมอาเซียนที่ลาวเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

 

รัฐบาลฟิลิปปินส์ถอนตัวในการเจรจาสันติภาพรอบล่าสุดกับพันธมิตรกลุ่มกบฏพรรคคอมมิวนิสต์

81fd0dc6404a41b3bb10169b698380eb_18

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศเมื่อ 28 พฤษภาคมทีผ่านมานี้ จะยุติการเจรจาสันติภาพรอบล่าสุดกับพันธมิตรกลุ่มกบฏที่จะจัดขึ้นที่เนเธอร์แลนด์ โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่ม หลังจากที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องยุติการโจมตีกองทัพรัฐบาลจากกลุ่มคอมมิวนิสต์

คณะเจรจาสันติภาพของรัฐบาลได้หารือกันนานถึง 10 ชั่วโมง และมีข้อตัดสินใจตามมาว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบที่ 5 ถือเป็นการถอนตัวจากการเจรจารอบล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยมีสาเหตุหนึ่งมาจากการที่กลุ่มคอมมิวนิสต์ไม่ได้ยุติการโจมตีกองทัพรัฐบาล อันเป็นการตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตประกาศกฎอัยการศึกบนกาะมินดาเนา แม้จะมีความเห็นมาจากทูตพิเศษของนอร์เวย์ในฐานะคนกลางการเจรจาว่า การถอนตัวดังกล่าวไม่ไม่ใช่การถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559

ทางด้านพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติฟิลิปปินส์ หรือพรรคคอมมิวนิสต์ได้ให้ความเห็นว่า การประกาศกฎอัยการศึกของผู้นำฟิลิปปินส์จะยิ่งทำให้การสู้รบทวีความรุนแรง ละเมิดสิทธิมนุษยชนและประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เตรียมทำสงครามกับกลุ่มคอมมิวนิสต์โดยการส่งทหารไล่ติดตามกองทัพประชาชนใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ตามการประกาศของผู้นำฟิลิปปินส์ว่า พรรคคอมมิวนิสต์แห่งฟิลิปปินส์ กลุ่มย่อยอื่นๆ รวมถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ และกลุ่มกองทัพประชาชนใหม่ จัดเป็นกลุ่มก่อการร้าย

แหล่งที่มา mcot.net

Leave A Response