home

สิงคโปร์ (16-31 พ.ค. 60)

มิถุนายน 6, 2017
สิงคโปร์ (16-31 พ.ค. 60)

vegetablesingapore

สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ปริมาณผักจากฟาร์มในมาเลเซียลดลง และส่งผลให้ราคาผักในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 20%

ผลผลิตในมาเลเซียที่ลดลงส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าผักจากมาเลเซียลดลงเช่นกัน รายงานระบุว่าราคาเซเลอรี่ ต้นหอม และผักชีซึ่งเป็นผักยอดนิยมพุ่งสูงขึ้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาจากคำกล่าวอ้างของผู้ขายผักในตลาดสดสิงคโปร์ โดยนายเฉิน (นามสมมติ) ผู้ขายผักในตลาดสดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่ารากผักเหล่านี้เน่าเสียเพราะต้องอยู่ในที่ดินที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

ราคาของเซเลอรี่ในตลาดสดเพิ่มขึ้น 20% จาก 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (15 ริงกิต) เป็น 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (19 ริงกิต) ต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นหอม และผักชีราคาเพิ่มขึ้นจาก 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (19 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมเป็น 7 ดอลลาร์สิงคโปร์ (22 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมและจาก 14 ดอลลาร์สิงคโปร์ (43 ริงกิต) เป็น 16 ดอลลาร์สิงคโปร์ (49 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมตามลำดับ ราคาของผักอื่น ๆ ยังเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะสำคัญดังเช่นผักทั้งสามชนิด

เจอร์รี ตัน (Jerry Tan) เลขาธิการสมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้ของสิงคโปร์เผยว่า ขณะนี้ราคานำเข้าเซเลอรี่ ต้นหอมและผักชีเพิ่มขึ้นประมาณ 50% โดยความผันผวนของราคาผักทั้งสามชนิดนี้เกิดจากราคานำเข้าที่ค่อนข้างต่ำก่อนหน้านี้ ทำให้ฟาร์มในมาเลเซียจำนวนมากหยุดการเพาะปลูก เป็นสาเหตุให้ผลผลิตของผักเหล่านี้ลดลงนอกจากผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

ที่มา thestar.com

20170529_SharkFin

ในรายงานของกลุ่มเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) ได้มีการเปิดเผยว่าในปัจจุบันสิงคโปร์กลายเป็นประเทศผู้ค้าครีบปลาฉลามรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังกล่าวอีกว่าปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการค้าครีบปลาฉลามส่งผลให้ยังขาดการวิเคราะห์เชิงลึกและถูกต้องในการค้าดังกล่าว

ตามรายงานที่ตีพิมพ์โดย TRAFFIC และกองทุนโลกเพื่อธรรมชาติ (WWF) การค้าครีบปลาฉลามของสิงคโปร์มีมูลค่า 50.4 ล้านเหรียญสำหรับการส่งออก และ 65 ล้านเหรียญสำหรับนำเข้า นอกจากนี้ยังพบว่าการซื้อขายเหล่านี้รวมไปถึงการค้าฉลามพอร์บีเกิล ฉลามครีบขาว ฉลามหัวค้อน ฉลามบาสกิ้น และฉลามหัวค้อนยักษ์ ซึ่งปลาฉลามทั้งห้าชนิดนี้ได้รับการจำแนกว่าเป็นฉลามที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยการล่าสัตว์และการค้าครีบปลาฉลามเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันมานาน มีฉลามมากกว่า 70 ล้านตัวที่ถูกฆ่าในแต่ละปีตามรายงานของ TRAFFIC และ WWF

นางกนิฐา กฤษณษมี (Kanitha Krishnasamy) ผู้จัดการอาวุโสของ TRAFFIC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าไม่ว่าประเทศใดที่มีอิทธิพลต่อการค้าดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบเป็นพิเศษเพื่อประกันว่าการค้านั้นจะมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ สำหรับปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการค้าครีบปลาฉลามของสิงคโปร์นั้น รายงานได้กระตุ้นให้รัฐบาลสิงคโปร์ใช้ระบบพิกัดอัตรากร Harmonised System Codes (HS Codes) ซึ่งช่วยในการแยกแยะฉลามชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ศุลกากรสิงคโปร์สามารถเฝ้าระวังการซื้อขายสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ได้

ทางด้านเอเลน แทน (Elaine Tan) ผู้จัดการของ WWF สิงคโปร์เสริมว่าการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะของการค้าฉลามนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน ตลอดจนช่วยรักษาจำนวนของปลาฉลามในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ข้อเท็จจริงที่สิงคโปร์เป็นประเทศที่เป็นผู้ค้าสำคัญนั้น นางสาวแทนมองว่าเป็นเรี่องที่ดีเพราะ การรณรงค์ลดการบริโภคหูฉลามในสิงคโปร์นั้นได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ซึ่งต่างมุ่งที่จะรักษาฉลามที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร และชายฝั่งของเกาะสิงคโปร์เอาไว้

ที่มา asiaone.com

Leave A Response