home

อินโดนีเซีย (16 -31 พ.ค. 60)

มิถุนายน 6, 2017
อินโดนีเซีย (16 -31 พ.ค. 60)

file-photo----indonesian-military-chief-gatot-nurmantyo-talks-to-reporters-in-jakarta-1

กองทัพอินโดนีเซียและ องค์กรต้านคอร์รัปชั่นอินโดนีเซีย Corruption Eradication Commission (KPK) ระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยสามคนในคดีการทุจริตการซื้อเฮลิคอปเตอร์จากบริษัท Agusta Westland ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้

พลเอกกาล็อต นูร์มานต์โย (General Galot Nurmantyo) แห่งกองทัพอินโดนีเซีย กล่าวว่าการสืบสวนดังกล่าวซึ่งตำรวจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และKPK เป็นผู้รับผิดชอบนั้น พบว่าข้อตกลงในการซื้อขายเฮลิคอปเตอร์ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม ทำให้สูญเสียเงินจำนวน 220 พันล้านรูเปียห์ (17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวคือเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW101 ที่ประธานาธิบดีโจโกวี วิโดโดแห่งอินโดนีเซียปฏิเสธการสั่งซื้อจำนวน 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปเมื่อปี 2558 เพื่อที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์เดิมต่อไป

ผู้ต้องสงสัยทั้งสามคนคือทหารที่ยังประจำการอยู่ พลเอกนูร์มานต์โย กล่าวถึงพวกเขาโดยใช้ชื่อย่อในการแถลงข่าวร่วมกันที่สำนักงานใหญ่ของ KPK พลเอกนูร์มานต์โยกล่าวว่าในทางการทหารการทุจริตเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเป็นผู้กำหนดนโยบาย และยังอาจก่อนให้เกิดอันตรายต่อทหารโดยการซื้ออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังระงับบัญชีธนาคารของบริษัทในประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ

ในส่วนของบริษัทแม่ของ Agusta Westland บริษัท Leonardo Finmeccanica บริษัทค้าอาวุธสัญชาติอิตาลีนั้นยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นในกรณีข้อพิพาทในการซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศซึ่งกลายเป็นเรื่องราวบานปลายตั้งแต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อพลเอกนูร์มานต์โยต้องการยกเลิกโครงการจัดซื้อดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายกองทัพอากาศได้ตอบโต้ว่าพวกเขาได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลและรัฐสภาเพื่อดำเนินการซื้อ และดัดแปลงเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้ในการการค้นหาและกู้ภัยต่อไป จากนั้นพลเอกนูร์มานต์โย ได้สั่งให้มีการตรวจสอบสัญญาการซื้อเฮลิคอปเตอร์ AW101 ที่ถูกส่งมายังกรุงจาการ์ตาในเดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับถูกเก็บไว้ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศที่ฮาลิม

ทั้งนี้ในปี 2014 อินเดียยกเลิกข้อตกลงมูลค่า 770 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อซื้อเฮลิคอปเตอร์ AW101 จำนวน 12 ลำหลังจากการจับกุมผู้บริหารระดับสูงของ Finmeccanica จูเซ็ปเป้ ออร์ซี่ (Giuseppe Orsi) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าจ่ายสินบนเพื่อให้การจัดซื้อดังกล่าวลุล่วงไปด้วยดี

ที่มา channelnewsasia.com

indonesia-haze---2107172

นายโจโกวี วิโดโดประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้อนุมัติให้มีเลื่อนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าดงดิบและป่าพรุไปอีก 2 ปี ถือเป็นการขยายระยะเวลาการจัดการพื้นที่ป่าเป็นครั้งที่สามตั้งแต่ปี 2554 ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุทโธโยโนนับเป็นความพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเหตุเพลิงไหม้อันเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า

นางสิติ นูรบายา บาคาร์ (Siti Nurbaya Bakar) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ กล่าวว่าการเลื่อนการจัดการพื้นที่ป่าครั้งล่าสุดจะทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลามากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายในการใช้พื้นที่ป่า บาคาร์เสริมว่าในขณะที่กระทรวงกำลังรวบรวมข้อมูลให้เพียงพอในการตัดสินใจออกใบอนุญาตการจัดการป่าดงดิบและป่าพรุในภาคพื้นดินก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีได้แนะนำให้ขยายเวลาการอนุญาตใช้พี้นที่ป่าออกไปก่อน

อินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะเกิดไฟป่าระบาดในช่วงฤดูแล้ง อันถูกกล่าวหาว่ามีสาเหตุมาจากการระบายน้ำจากป่าพรุ และการจัดการพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ควันที่ทำให้เกิดการสำลักมักจะพัดผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่นสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพประชากร และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดในโลก และการทำลายป่าเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่นักสิ่งแวดล้อมกังวลอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเอ็ดดี้ มาร์โตโน (Eddy Martono) ผู้บริหารของสมาคมปาล์มน้ำมันอินโดนีเซีย (GAPKI) กล่าวว่าเขาหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการปลูกปาล์มน้ำมัน โดยหลังจากเสร็จสิ้นนโยบายเรื่องการจัดการพื้นที่ป่าแล้ว รัฐบาลจะต้องมีแผนแม่บทสำหรับปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพราะปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอินโดนีเซียที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ที่มา channelnewasia.com

Leave A Response