home

อินโดนีเซียเตรียมแบนแอพและเว็บเทเลแกรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย

กรกฎาคม 18, 2017
อินโดนีเซียเตรียมแบนแอพและเว็บเทเลแกรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย

อินโดนีเซียดำเนินการบล็อกเว็บไซต์เทเลแกรมที่ใช้ในการส่งข้อความสนทนา และจะบล็อกแอพพลิเคชั่นทั้งหมดหากยังคงเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ และการก่อการร้ายที่รุนแรง

นายซามูเอล แพนเคอราปัน ผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศของกระทรวงคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปิดกั้นเทเลแกรมในอินโดนีเซียอย่างสมบูรณ์หากเว็บไซต์ไม่มีวิธีการในการปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

นายแพนเคอราปันกล่าวในแถลงการณ์ว่าทางกระทรวงได้ขอให้บริษัทอินเทอร์เน็ตในประเทศระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ 11 เว็บที่สามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์เทเลแกรมได้ ทางกระทรวงแจ้งว่าการปิดกั้นนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำ เนื่องจากหลายช่องทางในการให้บริการได้ถูกนำมาใช้เพื่อรับสมัครชาวอินโดนีเซียเข้าสู่กลุ่มก่อการร้าย แพร่กระจายความเกลียดชัง วิธีการจู่โจม และการทำระเบิดอีก

มาตรการต่อต้านเทเลแกรมเกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะมาตรการในการจัดการกับแนวคิดหัวรุนแรงของอิสลาม หลังจากเหตุการณ์การบุกยึดเมืองมาราวีทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์โดยกลุ่ม ก่อการร้ายที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม IS (Islamic State) ซึ่งสถานการณ์ในมาราวีนั้นกินเวลาเกือบสองเดือนแล้ว กองกำลังฟิลิปปินส์กับกองกำลัง IS ยังคงต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงการควบคุมเมืองอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลได้ก่อให้เกิดเสียงต่อต้านของประชาชนในอินโดนีเซีย ความเห็นในแง่ลบปรากฏในสื่อออนไลน์อย่าง Twitter และ Facebook เป็นจำนวนมาก บางส่วนยังรายงานว่าไม่สามารถเข้าถึงโดเมน web.telegram.org ได้ โดยชาวอินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับเว็บเทเลแกรมนั้นก่อตั้งในปี 2013 โดยนิโคไล และพาเวล ดูรอฟสองพี่น้องชาวรัสเซีย โดยเทเลแกรมนั้นเป็นบริการส่งข้อความฟรี ซึ่งสามารถใช้ในแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ มาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เว็บที่เข้มงวดนั้น ทำให้เทเลแกรมได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ใช้ที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัว และต้องการการสื่อสารที่ปลอดภัยในยุคดิจิตอล อย่างไรก็ตามผู้ก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมอื่น ๆ เองก็เล็งเห็นประโยชน์จากเทเลแกรม และใช้ช่องทางเหล่านี้ในการก่ออาชญากรรมเช่นกัน

ที่มา news&observer.com

Leave A Response