home

มาเลเซีย (16-30 มิ.ย. 60)

สิงหาคม 2, 2017
มาเลเซีย (16-30 มิ.ย. 60)

2017-07-21T135831Z_1755323531_RC1863EBC670_RTRMADP_3_NORWAY-OIL-GREENPEACE

กรีนพีซได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในมาเลเซีย เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการในประเทศ

กรีนพีซ สำนักงานมาเลเซียเป็นสำนักงานแห่งที่สี่ขององค์การนอกภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากที่ไปตั้งสำนักงานที่ฟิลิปปินส์ ไทยและอินโดนีเซียมาแล้ว

สำนักงานกรีนพีซสาขามาเลเซียตั้งอยู่ที่บริกส์ฟิลด์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นฐานที่มั่นสำหรับพนักงานกรีนพีซมาเลเซียจำนวน 10 คน
ในช่วงเปิดตัว นายนาเดเรฟ ซาโน กรรมการบริหารกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของผู้เข้าร่วมงานที่ประกอบไปด้วยหุ้นส่วนที่เป็นองค์กรเอกชน กลุ่มอาสาสมัคร และเครือข่ายพันธมิตรขององค์กร

นายซาโนกล่าวว่าการตั้งสำนักงานในมาเลเซียนั้นเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงในภูมิภาคนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาพลังงาน และปัญหาในระบบ เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการทุจริต โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกรีนพีซในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนของมาเลเซียนั้นเป็นชุมชนที่สำคัญในการทำงานของกรีนพีซ เพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งรักษาไว้ซึ่งความเจริญเติบโต และรักษาสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค

นายซาโนยังกล่าวย้ำว่ากรีนพีซต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง และโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ธรรมชาติสามารถเอื้อประโยชน์ และอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ กรีนพีซมีหน้าที่ช่วยให้ชุมชนเปลี่ยนความคิดที่จะทำลายธรรมชาติเพื่อการพัฒนา ไปสู่การพัฒนา และการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ทั้งนี้นายจอห์น โลห์หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของกรีนพีซมาเลเซีย กล่าวว่ากระบวนการจัดตั้งสำนักงานจะใช้เวลาสามปี

โดยกรีนพีซเป็นองค์กรนานาชาติที่ให้ความสำคัญแก่การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์
มีผู้สนับสนุน 2.8 ล้านคนทั่วโลก และมีสำนักงานประจำประเทศและภูมิภาคใน 43 ประเทศ

ที่มา thestar.com

30925-401x299-Malaysian_Flag

ดัชนี PMI ของ Nikkei Malaysia ซึ่งเป็นตัววัดประสิทธิภาพการผลิต ลดลงมาต่ำสุดในรอบ 5 ปี จาก 48.7 เป็น 46.9 ในเดือนพฤษภาคม รายงานล่าสุดโดย IHS Markit ซึ่งรวบรวมผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าสภาพธุรกิจในประเทศทรุดลงในไตรมาสที่สองของปีนี้

ดัชนี PMI ที่ลดลงเป็นผลมาจากกำลังซื้อ และการส่งออกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศยังคงเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สอง ในรอบสามเดือน การเพิ่มคำสั่งซื้อใหม่ส่งผลต่อความต้องการในสินค้าของมาเลเซียที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กล่าวในรายงาน

สถาบันวิจัยแห่งกลุ่มธนาคารแอ็มได้ออกมาให้ข้อมูลในทางบวกว่าว่าข้อมูล PMI ล่าสุดไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ หรือเกินความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะกลุ่มตนคิดว่าความพึงพอใจทางธุรกิจโดยรวมจะออกมาดีที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 ในขณะที่บริษัทกองทุนแอฟฟิน ฮวาง ตั้งข้อสังเกตว่ามีข้อมูลบางส่วนขาดการเชื่อมต่อระหว่าง PMI การผลิตของ Markit กับดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของมาเลเซีย (IPI) โดยเฉพาะในด้านการผลิต นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของ IPI โดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมีนาคม เป็น 4.2% ในเดือนเมษายน แต่การเติบโตของผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจาก 5.9% เป็น 6.7% ในช่วงเดียวกัน

สำนักข่าวแห่งชาติจีนระบุว่าตัวเลขการนำเข้าของจีนจากมาเลเซียเพิ่มขึ้น 19.8% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพฤษภาคมเทียบกับ 11.7% ในเดือนเมษายน โดยกล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตในด้านการส่งออกที่แข็งแกร่งของมาเลเซีย

ที่มา thestar.com
ที่มาภาพ business.lovetoknow.com

Leave A Response