home

สิงคโปร์ (16-30 มิ.ย. 60)

สิงหาคม 2, 2017
สิงคโปร์ (16-30 มิ.ย. 60)

pm-lee-at-business-china-awards

นายลีเซียนลุงนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์แสดงทัศนะเชิงบวกต่อโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของจีน และมองว่าเป็นเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศอื่น ๆ ในโลกอย่างสร้างสรรค์

นายลีกล่าวในการประชุมประจำปีของ Business China Awards เขาได้เน้นย้ำว่าโครงการนี้อาจทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนที่กำลังเพิ่มขึ้น และแฝงอยู่ในระบบโลก เขากล่าวกับผู้นำธุรกิจและผู้นำชุมชนประมาณ 700 แห่งจากประเทศจีนและสิงคโปร์ว่าสิ่งที่น่าสนใจคือโครงการดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร จะมีเสถียรภาพหรือไม่ จะปรับตัวได้อย่างไร ราบรื่นหรือไม่ หรือจะมีปัญหาและทำให้เกิดความวุ่นวาย

นายลีกล่าวว่าตนคิดว่าโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเป็นหนทางที่จะเพิ่มอิทธิพลของจีนได้อย่างมั่นคง และราบรื่น เป็นการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคด้วยโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการเชื่อมต่อทางพื้นที่ การเชื่อมโยงทางการเงิน และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นหนทางที่ทำให้ภูมิภาคได้รับประโยชน์จากความมั่งคั่งของจีน การสร้างเส้นทางสายไหมทางบกเชื่อมต่อจีนกับยุโรป และการสร้างเส้นทางเดินเรือเชื่อมต่อจีนกับเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นความมุ่งมั่นของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีเป้าหมายในการอำนวยความสะดวกในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจีน และประเทศอื่น ๆ ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้นายลีกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์ กับจีน และสหรัฐอเมริกาว่า สหรัฐฯถือว่ามีความร่วมมือที่เป็นมิตรกับสิงคโปร์ และยังเป็นหุ้นส่วนร่วมมือทางความมั่นคงอีกด้วย แม้สหรัฐฯ อาจไม่ได้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในทางเศรษฐกิจเหมือนก่อน แต่สหรัฐฯก็ยังคงเป็นประเทศมหาอำนาจ และพวกเขาก็ยังคงมีส่วนสำคัญต่อภูมิภาคนี้ ในส่วนของจีนนั้น นายลีกล่าวว่าสิงคโปร์มองว่าความเจริญเติบโตและความมั่งคั่งของจีนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับภูมิภาคนี้เนื่องจากจีนที่ “ไม่มั่นคงและจน” อาจทำให้เกิดปัญหากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลกได้ นายลีกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิงคโปร์จะต้อง วางตัวให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง

ที่มา channelnewsasia.com

ST_20170710_HKPAN_3263243

การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นสร้างความหวังให้แก่ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ว่าประเทศของพวกเขาจะสามารถทำการเพาะปลูกได้มากขึ้น จากการที่พานาโซนิคกำลังจะขยายแปลงผักในร่มที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่สูงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปีหน้า

พานาโซนิคได้ดำเนินธุรกิจฟาร์มในร่มขนาด 1,154 ตร.ม. ขนาดประมาณ 11/2 ของสนามฟุตบอล ณ โรงงานของพวกเขาในย่านจาลัน อาห์มัด อิบราฮิม (Jalan Ahmad Ibrahim) ในสิงคโปร์ โดยฟาร์มพานาโซนิคสามารถปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้ถึง 40 สายพันธุ์ หรือประมาณ 81 ตันในแต่ละปี พานาโซนิคมีแผนที่จะเพิ่มขนาดฟาร์มขึ้นเป็น 1,710 ตารางเมตรซึ่งจะทำให้สามารถผลิตได้ถึง 180 ตันที่ความจุสูงสุด พันธุ์พืชที่ทำการเพาะปลูกมีหลายชนิด เช่น ผักกาดหอม ผักสวิสชาร์ด หรือผักโขมเบบี้

นายพอล หว่องกรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิคสิงคโปร์กล่าวว่า บริษัท ได้ลงมือทำฟาร์มแบบแนวดิ่งเป็นวิธีการปลูกผักที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพในพื้นที่ที่จำกัด พานาโซนิคได้เริ่มจากการเพาะปลูกพืชแปดชนิดโดยผ่านการวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทางบริษัทสามารถปลูกพืชผักใบเขียวได้ถึง 40 ชนิด และยังมีแนวคิดพัฒนาเพื่อปลูกผลไม้ตามฤดูกาลเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหารของสิงคโปร์ที่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศกว่าร้อยละ 90 ซึ่งการผลิตอาหารเองในท้องถิ่นนั้นเป็นหนทางที่ดีที่สุดในกรณีที่สิงคโปร์ต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันในการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ

ทั้งนี้นวัตกรรมของพนานาโซนิคนั้นมีทั้งการเพาะปลูกโดยใช้ดิน และปลูกแบบไร้ดิน ไม่มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืช การเพาะและการปลูกพืชเป็นแบบอัตโนมัติซึ่งเพิ่มผลผลิตได้เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับวิธีการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ระบบแสงอัจฉริยะที่ใช้ไฟ LED ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช อุณหภูมิที่ควบคุมความชื้นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชได้และมีอัตราการให้ผลผลิตสูงถึงร้อยละ 95

ที่มา straittimes.com

Leave A Response