home

Transnational Crime* (อาชญากรรมข้ามชาติ)

กันยายน 7, 2017
Transnational Crime* (อาชญากรรมข้ามชาติ)

Transnational Crime* (อาชญากรรมข้ามชาติ)

โดย Mely Caballero – Anthony และ Pau Khan Khup Hangzo

แปลและเรียบเรียงโดย  ชัชฎา กำลังแพทย์

อาชญากรรมข้ามชาติถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของมนุษย์ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการพัฒนาของประเทศ บทความนี้นำเสนอพลวัต และการดำรงอยู่ของอาชญากรรมข้ามชาติผ่านปัจจัยทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจที่เอื้อให้อาชญากรรมข้ามชาติเกิดขึ้นได้ โดยเน้นการนำเสนอเรื่องของตลาดสินค้าผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติขึ้น

องค์การสหประชาชาติได้นิยามอาชญากรรมข้ามชาติว่าเป็นปรากฏการณ์การก่ออาชญากรรมที่ดำเนินการ และมีกระบวนการการป้องกันข้ามและผ่านพรมแดนระหว่างประเทศ โดยได้ระบุถึงอาชญากรรมข้ามชาติประเภทต่างๆ ไว้ 18 ประเภท ได้แก่ การฟอกเงิน การก่อการร้าย การโจรกรรมงานศิลปะและผลงานทางวัฒนธรรม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การค้าอาวุธเถื่อน โจรสลัดในทะเล โจรสลัดบนบก การหลอกลวงในธุรกิจประกัน อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม การค้ามนุษย์ การค้าอวัยวะมนุษย์ การค้ายาเสพติด การหลอกลวงเกี่ยวกับการล้มละลาย การแทรกซึมองค์กรธุรกิจ การคอรัปชั่น การให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และความผิดอื่นๆ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจอธิปไตยและเอกภาพแห่งดินแดนของรัฐ และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และยังส่งผลกระทบต่อสังคมและมั่นคงของประเทศนั้นๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม การศึกษาส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเน้นไปที่การศึกษากลุ่มผู้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ มากกว่ามุมมองด้านตลาดของสินค้าผิดกฎหมายที่เสนอว่า ตราบใดที่ยังมีความต้องการสินค้าผิดกฎหมายในตลาด ผู้ค้าก็ต้องไปหาสินค้าเหล่านั้นเพื่อมาตอบสนองความต้องการในตลาดให้ได้ ในบทความนี้ได้นำเสนอสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมข้ามชาติสำคัญ ๆ ผ่านมุมมองข้างต้น ได้แก่การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางทะเล (โจรสลัด) อาชญากรรมทางการเงิน และอาชญากรรมทางสิ่งแลดล้อม

สำหรับอาชญากรรมข้ามชาติประเภทแรกคือ การค้ายาเสพติด ข้อมูลจาก World Drug Report 2010 รายงานว่า ประชากรทั่วโลกกว่า 15 ล้านคนมีการใช้ยาเสพติด มีความต้องการประมาณ 3,700 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดประมาณ 65 พันล้านเหรียญสหรัฐ  โดยเมียนมาเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นเป็นอันดับสองรองจากอัฟกานิสถาน แต่ส่วนแบ่งการผลิตฝิ่นได้ลดลงจากร้อยละ 32 ในปี 1998 มาอยู่ที่ร้อยละ 5 ในปี 2009 เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาและหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เพาะปลูกฝิ่นตัดสินใจดำเนินแผน 15 ปีเพื่อกำจัดการปลูกพืชเสพติดภายในปี 2014 เมียนมายังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UN Office on Drugs and Crime – UNODC) แม้ว่าการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมายจะลดลงไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การผลิต การค้าและการใช้ยาเสพติดในรูปแบบสารกระตุ้นสังเคราะห์ประเภทแอมเฟตามีน หรือ ATS (Amphetamine-type Stimulants) ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของการค้าสารเสพติดแอมเฟตามีนโดยส่งเข้ามาจากเมียนมา ในปี 2009 ตำรวจของไทยสามารถสกัดกั้นผู้ค้าสารแอมเฟตามีนจากเมียนมาได้ถึง 1.2 ล้านคน และใน 6 เดือนแรกของปี 2010 ยังสกัดกั้นผู้ค้ารายสำคัญได้ถึง 5 ล้านคน

อาชญากรรมประเภทต่อมา ได้แก่ การค้ามนุษย์ เป็นหนึ่งในการทำลายสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด องค์กรแรงงานสากล (International Labor Organization) คาดว่ามีประชากรราว 12.3 คนในโลกตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงาน ซึ่งจำนวน 2.3 ล้านคนเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์ มีผู้หญิงและเด็กอย่างน้อย 200,000 คนถูกลักลอบขายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศทั่วโลก เนื่องมาจากได้ค่าตอบแทนสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะในประเทศอุตสาหกรรม

อาชญากรรมทางทะเล หรือปัญหาโจรสลัด การค้าขายกว่า 90% ในโลกอาศัยการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะในช่องแคบมะละกาที่มีการค้าขายกว่า 40% การที่ช่องแคบมะละกาเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญเชื่อมโยงท่าเรือกว่า 600 แห่งใน 120 ประเทศ มีเรือสัญจรผ่านราวปีละ 140,000 ลำ ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่โจรสลัดจะอาศัยความสำคัญนี้เป็นช่องทางในการดักปล้นเรือสินค้าที่สัญจรผ่านช่องแคบมะละกา ปัญหาโจรสลัดในช่องแคบมะละกาจึงมิใช่เพียงปัญหาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่เป็นปัญหาสำคัญระดับโลก

ในส่วนของอาชญากรรมทางการเงินนั้น ประกอบไปด้วย ธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย และความผิดพลาดทางการค้า องค์การเพื่อความซื่อสัตย์มั่นคงทางการเงินแห่งโลก (Global Financial Integrity หรือ GFI) คาดว่าการทำธุรกรรมการเงินผิดกฎหมายมีมูลค่าถึง 859 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นสามประเทศที่เสียหายจากการทำธุรกรรมการเงินมากที่สุด ในส่วนของความผิดพลาดทางการค้านั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าการทำธุรกรรมการเงินที่ผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่กำไรของบริษัทถูกย้ายจากประเทศกำลังพัฒนาไปฝากไว้ที่ธนาคาร หรือสถาบันการเงินในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาต้องเสียหายจากการที่ไม่สามารถเก็บภาษีได้

อาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม เป็นการกระทำผิดที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การค้าสัตว์ป่า การขนย้ายขยะที่เป็นพิษ การลักลอบค้าไม้ เป็นต้น การค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สาเหตุสำคัญมาจากเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก โดยสัตว์ที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดได้แก้สัตว์เลื้อยคลาน ม้าน้ำ และนก ซึ่งพบมากในมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย การประมงผิดกฎหมายก็เป็นอีกหนึ่งอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมที่พบมาในภูมิภาคโดยเฉพาะในอินโดนีเซีย และในส่วนของการลักลอบค้าไม้ อินโดนีเซียเองก็เป็นประเทศที่ต้องเผชิญปัญหานี้มากที่สุด กรมป่าไม้อินโดนีเซียคาดว่าประเทศต้องสูญเสียจากการค้าไม้เถื่อนในแต่ละปีราว 1.6-2.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

หากลองพิจารณาถึงกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคแล้วอาเซียนมีกรอบความร่วมมือในด้านการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตั้งแต่ในทศวรรษ 1990 และในคำประกาศวิสัยทัศน์เมื่อปี 1997 เรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติก็เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจ สำหรับมาตรการรับมือในระดับชาติหลายประเทศสมาชิกในชาติอาเซียนได้พัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกประเทศที่มีกฎหมายครอบคลุมในทุกด้านที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และยังต้องพึ่งพากฎหมายภายในประเทศเพื่อจับกุม และนำตัวผู้กระทำผิดขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดี ในส่วนของการค้ายาเสพติดนั้นอาเซียนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโดยในวิสัยทัศน์อาเซียนที่ประกาศใช้ในปี 1997 ผู้นำประเทศสมาชิกต่างได้ลงนามในคำประกาศอาเซียนปลอดยาเสพติด เพื่อร่วมกันสร้างให้อาเซียนปลอดจากการค้า การผลิตและการเสพยาเสพติดภายในปี 2020 อย่างไรก็ตามการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่เพียงพอ เพราะการค้ายาเสพติดถูกขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ และอุปทานในตลาด มากกว่ากลุ่มที่มีส่วนร่วม หรือทำการลักลอบค้า ตราบใดที่ยังมีความต้องการสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ก็ยากที่จะกำจัดให้หมดไป ฉะนั้น การทำความเข้าใจสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ขับเคลื่อนให้ตลาดสินค้าผิดกฎหมายดำรงอยู่ได้ และอาศัยความร่วมมือในระดับสากลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพ

แปลและเรียบเรียงจาก  Mely Caballero – Anthony and Pau Khan Khup Hangzo, “Transnational Crime,” in Non-Traditional Security in Asia: Issues, Challenges and Framework for Action (ความไม่มั่นคงรูปแบบใหม่ในเอเชีย: ประเด็น, ความท้าทายและกรอบการปฏิบัติ), Singapore: ISEAS–Yusof Ishak Institute, 2015. หน้า 234-266.

Leave A Response