home

ฟิลิปปินส์ (16 – 31 ส.ค. 60)

กันยายน 12, 2017
ฟิลิปปินส์ (16 – 31 ส.ค. 60)

ฟิลิปปินส์เตรียมให้สิงคโปร์ช่วยเหลือจัดการปัญหาจราจรด้วยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ

philippines-jeepney-transport-culture-034346

ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือในการจัดหามาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ศกนี้

ทั้งนี้ นาย Arthur Tugade ปลัดกระทรวงคมนาคมของฟิลิปปินส์และนาย Kong Wy Mun ผู้บริหารของ  Singapore Cooperation Enterprise ประเทศสิงคโปร์ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) โดยสิงคโปร์เสนอจะช่วยเหลือฟิลิปปินส์ในการพัฒนา “ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ” หรือ intelligent transport system (ITS)

โดยระบบดังกล่าวจะช่วยอำนวยประโยชน์การใช้ความสามารถของเครือข่ายถนนที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการจราจร ตรวจสอบและจัดการกับความแออัดตลอดจนอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยบรรดามาตรการต่างๆ ที่จะถูกนำมาพิจารณานั้นมีตั้งแต่การเรียกเก็บเงินการใช้ถนนที่มีจราจรแออัดเช่นเดียวกับระบบที่ใช้อยู่ในสิงคโปร์ การตรวจจับและปรับรถที่จอดผิดกฎหมาย ตลอดจนการกำหนดให้มีช่องรถประจำทาง

ฟิลิปปินส์ยังมองถึงระบบรวมศูนย์การจราจรและการจัดการกับอุบัติเหตุ เพื่อให้อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถจะตรวจสอบและเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วเพื่อลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดการจราจรติดขัด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังพิจารณานำระบบ “รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ” หรือ Bus Rapid Transit System (BRT) เข้ามาใช้ โดยมีความคล้ายคลึงกับทรานส์จาการ์ตา (TransJakarta) ของอินโดนีเซีย ซึ่งจะนำมาใช้ภายในปี 2561 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างช่องทางรถประจำทางโดยเฉพาะระยะ 27.7 กิโลเมตรซึ่งตัดข้ามจากตะวันออกไปตะวันตก ข้ามเส้นทางของเมโทรมะนิลา โดยมีสถานีและระบบจำหน่ายบัตรโดยสาร

ระบบดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4.65 พันล้านเปโซ ซึ่งมีราคาถูกกว่ารถไฟฟ้าเป็นอย่างมาก และเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ประมาณวันละ 280,000 คน ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ให้เงินกู้จำนวน 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการ BRT ซึ่งจะเป็นโครงการนำร่องในเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ก่อนที่จะขยายไปยังเมืองเซบู

แหล่งที่มา straitstimes.com

สมาชิกรัฐสภาฟิลิปปินส์ค้านเพิ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อทำสงครามยาเสพติด

126577_img650x420_img650x420_crop

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของฟิลิปปินส์เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงการขอเพิ่มงบประมาณเพื่อดำเนินการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดเพิ่มขึ้นมหาศาลถึงร้อยละ 4,400 นอกจากนี้กระแสต้านนโยบายทำสงครามยาเสพติดยังทวีความรุนแรงมากขึ้น

กระทรวงมหาดไทยของฟิลิปปินส์เสนอเรื่องของบประมาณในปีหน้าเพิ่มเป็น 900 ล้านเปโซ หรือประมาณ 615 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้สำนักงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวกับการทำสงครามต่อต้านยาเสพติดโดยเฉพาะ ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 4,400 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับงบประมาณ 20  ล้านเปโซที่ได้รับในปีนี้ กรณีนี้ทำให้สว.และส.ส.ของฟิลิปปินส์ต่างออกโรงคัดค้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่าการเพิ่มงบประมาณสูงขึ้นมากดังกล่าวจะไปใช้อย่างไร มีเป้าหมายที่สมเหตุสมผลหรือไม่ พร้อมทั้งแนะนำว่ารัฐบาลควรจัดสรรงบให้หน่วยงานกำกับดูแลและควบคุมวินัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่แค่ทุ่มงบให้กับหน่วยปราบปรามยาเสพติดเพียงอย่างเดียว เพราะตำรวจถูกโจมตีอย่างหนักจากประชาชนและองค์กรเอกชนว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุและละเมิดสิทธิมนุษยชน

ขณะที่นายคาร์ลอส ซาราเต ส.ส.ฝ่ายค้าน ระบุว่ากระแสต่อต้านการทำสงครามยาเสพติดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และรัฐบาลควรพิจารณางบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมแก่นายเคียน ลอยด์ เดลอส ซานโตส วัยรุ่นอายุ 17 ปีซึ่งถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดย่านชานกรุงมะนิลา ซึ่งตำรวจอ้างว่านายซานโตสมีอาวุธและพยายามต่อสู้ แต่มีผู้นำวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่ พบว่านายซานโตสมิได้มีอาวุธและคุกเข่าร้องขอชีวิตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มา voicetv.co.th

ผู้นำฟิลิปปินส์เยือนพื้นที่สู้รบหลักระหว่างกองทัพกับกลุ่มก่อการร้ายที่เมืองมาราวี

Duterte-in-Marawi-2_1_CNNPH

นับเป็นครั้งที่สามแล้วที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตได้ลงพื้นที่เยือนเมืองมาราวี ซึ่งกำลังทำสงครามปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย แต่การเยือนครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าใกล้กับพื้นที่สู้รบหลัก ทั้งที่การเยือนสองครั้งก่อนได้แก่ วันที่ 20 กรกฎาคมและวันที่ 4 สิงหาคม ประธานาธิบดีดูแตร์เตเพียงเยือนเฉพาะในเขตค่ายทหารเท่านั้น

ผู้นำฟิลิปปินส์ได้พบกับกองกำลังรัฐบาลภาคพื้นดินเพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาถึง 94 วัน ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เมืองมาราวี

ขณะที่กองกำลังทหารสามารถใกล้จะปลดปล่อยเมืองมาราวีได้จากกลุ่มก่อการร้าย หลังจากที่สามารถเข้าควบคุมอาคารอีก 9 หลังและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเมืองมาราวี ขณะเดียวกัน ทหารสามารถยึดมัสยิดใหญ่คืนได้ และทำให้กลุ่มก่อการร้ายเมาเตมีพื้นที่ภายใต้การควบคุมน้อยกว่าตารางกิโลเมตร

ขณะที่ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศกร้าวว่า การดำเนินการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายจะไม่หยุดปฏิบัติการจนกว่าผู้ก่อการร้ายคนสุดท้ายจะถูกสังหาร ซึ่งเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์สูงสุดของกองทัพฟิลิปปินส์

แหล่งที่มา cnnphilippines.com

Leave A Response