home

อินโดนีเซีย (16-30 ก.ย. 60)

ตุลาคม 16, 2017
อินโดนีเซีย (16-30 ก.ย. 60)

อินโดนีเซียเรียกร้องรัฐซาบาห์ให้เปิดโรงเรียนมัธยมศึกษา

Rusdi-Kirana-1

นายรุสดี กิรานา เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำอินโดนีเซียกล่าวว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันเด็กๆ ชาวอินโดนีเซียในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย ได้รับอนุญาตให้เรียนแค่ในระดับชั้นประถมศึกษาตามศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 227 แห่งทั่วซาบาห์เท่านั้น และเมื่อเด็กเหล่านี้มีอายุ 12 ปีพวกเขาก็ต้องหาทางกลับไปยังอินโดนีเซียเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่า

นายกิรานากล่าวเสริมหลังจากไปพบปะกับพลเมืองอินโดนีเซียในซาบาห์ว่า เขาไม่คิดว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีสำหรับซาบาห์ เพราะเด็กๆ เหล่านี้จะต้องโตขึ้นโดนไม่มีพ่อแม่ของเขาที่ทำงานในซาบาห์ ถึงแม้ว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนจำนวนมากเพื่อให้การศึกษาแก่พลเมืองชาวอินโดนีเซีย แต่เขาหวังว่าศูนย์การเรียนรู้ชุมชนจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และนำไปสู่การสร้างการศึกษาระดับมัธยม เนื่องจากเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเพื่อให้เด็กๆ ที่มีอายุระหว่าง 12 – 17 ปีได้อยู่กับพ่อแม่ของพวกเขาที่ทำงานในซาบาห์ด้วย

ซาบาห์เป็นรัฐเดียวในประเทศที่อนุญาตให้มีการจัดตั้งโรงเรียนเหล่านี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างเต็มที่ นายกิรานากล่าวเสริมว่าในวันหนึ่งข้างหน้าพวกเขาอาจกลายเป็นพลเมืองมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย หรืออาจเป็นพลเมืองอเมริกันก็ได้ เป็นสิทธิที่พวกเขาสามารถเลือกได้ สิ่งที่รัฐสามารถทำได้คือการให้ความรู้แก่พวกเขา โดยการจัดให้มีการศึกษาในระดับมัธยมก่อนที่เด็กๆ เหล่านี้จะเดินทางกลับมายังอินโดนีเซีย นายกิรานาย้ำว่ารัฐซาบาห์จะไม่ได้รับภาระทางการเงินในการจัดการศึกษาระดับมัธยมอย่างแน่นอน สิ่งเดียวที่รัฐซาบาห์ต้องทำคือการอนุญาตให้มีการตั้งโรงเรียนมัธยมโดยที่รัฐอินโดนีเซียจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

freemalaysiatoday.com

อินโดนีเซียพิจารณาข้อเสนอจากจีนหลังต้นทุนโครงการรถไฟจากญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้น

indonesia-railways---2806368

นายลูฮุต ปันไจตัน รัฐมนตรีว่าการการประสานงานกิจการทางทะเลของอินโดนีเซีย กล่าวว่าขณะนี้อินโดนีเซียเปิดโอกาสรับข้อเสนอจากจีน เพื่อมาสนับสนุนการสร้างรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-สุราบายา หลังจากต้นทุนโครงการจากญี่่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นจนทำให้โครงการต้องชะลอตัวลง

คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากประธานาธิบดีโจโก วิโดโดแห่งอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นได้ประชุมหาเรือกันในโครงการรถไฟที่มีมูลค่าว่า 102 ล้านล้านรูเปีย (US $ 7.66 พันล้านดอลลาร์)

นายปันไจตันกล่าวว่าจากการติดตามความคืบหน้าของโครงการพบว่า เส้นทางเพื่อการจัดทำรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงที่ทั้งใหม่กว่า และเร็วกว่าที่เคยมี ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดิมนั้นส่งผลให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเขาเสริมว่าจากการติดตามประเมินโครงการที่ผ่านมา ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ต้องไปสำรวจเส้นทางก่อนว่ามีความจำเป็นแค่ไหนในการสร้างเส้นทางรถไฟใหม่

โดยค่าใช้จ่ายในการทำรางรถไฟใหม่อาจเพิ่มขึ้นสูงถึงห้าเท่าจากราคาต้นทุนเดิมที่ 102 ล้านล้านรูเปีย นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่แล้ว เส้นทางใหม่อาจต้องเผชิญอุปสรรคในการแข่งขันกับโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในสุราบายาที่มีการพัฒนาขึ้นมากทั้งทางด่วน และเครื่องบิน

ทั้งนี้นายปันไจตันกล่าวว่าเขาจะพิจารณาประเทศที่เสนอโครงการที่มีต้นทุนที่ถูกที่สุด หากสามารถรักษางบประมาณของโครงการให้ต่ำลงได้ ภาระค่าใช้จ่ายของรัฐก็จะลดลง โดยจีนได้แสดงความสนใจในโครงการรถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซียอย่างชัดเจน จากการให้สัมภาษณ์ของนายปันไจตันทั้งจีนและญี่ปุ่นจะได้รับการพิจารณาทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตามอินโดนีเซียเองก็ยังแสวงหาเงินสนับสนุนโครงการจากภาคเอกชนด้วยไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการกู้ยืมเงิน หรือการทำสัญญาแบบ B2B (ธุรกิจกับธุรกิจ) คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มได้ในปี 2020

ที่มา channelnewasia.com

Leave A Response