home

ลาว (1-15 ธ.ค. 2560)

ธันวาคม 18, 2017
ลาว (1-15 ธ.ค. 2560)

ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน “เสียงแคน” ของลาวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

66

เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศว่า เสียงแคนของชาวลาว ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากยูเนสโก โดยระบุว่า เสียงแคนของชาวลาวซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแบบเป่า ทำขึ้นจากการประกอบขลุ่ยหลายเลา ซึ่งทำขึ้นจากลำไผ่ที่มีความยาวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างเสียงที่แตกต่างกัน และผู้เล่นจะต้องเป่าลมเข้าไปภายในเพื่อสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา

เพลงที่บรรเลงจากแคนเป็นที่นิยมกันอย่างมากในทุกภูมิภาคของประเทศลาว และนิยมนำไปเล่นกันตามงานเทศกาลตามหมู่บ้านต่างๆ และเพื่อให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับเพลงและการเต้นรำ แทนที่จะนั่งฟังเฉยๆ

เพลงที่เล่นจากแคนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวลาวที่สนับสนุนการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างครอบครัวและสังคม โดยครอบครัวถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดศิลปะและคนเป่าแคนให้ยังคงอยู่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ยังมีการเรียนศิลปะเหล่านี้อยู่ โดยในหลายชุมชนท้องถิ่น สมาคมและกลุ่มต่างๆได้ริเริ่มการสนับสนุนการศึกษาทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ในปี 2548 ได้มีการก่อตั้งสมาคมศิลปะแคนขึ้น และมีงานเทศกาลอีกหลายงานที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนศิลปะแคน

แหล่งที่มา: prachachat.net

 

สะพานข้ามโขงเมียนมา-ลาว เปิดใช้ไม่ได้ ปัญหาว้าแดง-รัฐฉาน แผนOne Belt One Roadจีนสะดุด

phu04041260p1

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก “เมืองเชียงลาบ เมียนมา-เมืองลอง สปป.ลาว” เปิดใช้ไม่ได้ เหตุติดปัญหาเขตอิทธิพลกลุ่มว้าแดง-รัฐฉาน แผนเชื่อม One Belt One Road จีนสะดุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว ได้ร่วมกันก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกเชื่อมระหว่างเมืองเชียงลาบ ประเทศเมียนมา กับเมืองลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว

ห่างจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประมาณ 106 กิโลเมตร และติดกับท่าเรือเชียงกกซึ่งเป็นเมืองท่าในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว กึ่งกลางระหว่างเส้นทางไทย-จีนตอนใต้ โดยมีพิธีเปิดสะพานเมื่อกลางปี 2558 แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดใช้ด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่งให้เป็นด่านถาวรอย่างเป็นทางการ มีเพียงเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ไม่กี่คน และการสัญจรระหว่างกันยังมีน้อยมาก

นายวิไช บุนสุวัน หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงกก เมืองลอง สปป.ลาว กล่าวว่า หลังจากเปิดสะพานไปแล้วก็ยังไม่มีการเปิดด่านพรมแดนเป็นด่านถาวรในปัจจุบันเป็นลักษณะของจุดผ่อนปรนที่มีชาวบ้านทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวหรือบอร์เดอร์พาสผ่านไปมาลักษณะเยี่ยมเยียนกันของญาติมิตรระหว่างหมู่บ้าน 2 ฝั่งเท่านั้น โดยทางการลาวทำเป็นเอกสารบอร์เดอร์พาสให้ข้ามไปมาได้ชั่วคราว รวมทั้งไม่มีการขนส่งสินค้าใหญ่ ๆ เพราะไม่ใช่ด่านสากล เนื่องจากทางการเมียนมายังไม่ได้เปิดด่านให้เป็นสากล ขณะที่ฝั่ง สปป.ลาว นั้นมีความพร้อมและส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำการอยู่แล้ว

“การเปิดด่านพรมแดนเมียนมา-สปป.ลาวดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางตามโครงการวันเบลต์วันโรด (One Belt One Road) ของประเทศจีนที่จะเชื่อมโยงระหว่างจีนตอนใต้และเส้นทางใน สปป.ลาว ทั้งทางเรือแม่น้ำโขงเข้าสู่ประเทศเมียนมา และไปยังถนนอาร์สามบี-อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยปัจจุบันมีอาคารสถานที่พร้อมสรรพแต่เนื่องจากยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการทำให้เจ้าหน้าที่ของลาวยังคงประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ตรงท่าเรือเชียงกกเพื่อดูแลการเข้าออกเมืองทางเรือแม่น้ำโขงไปก่อน”

นายวิไชกล่าวอีกว่า เนื่องจากยังไม่เปิดด่านตรงสะพานอย่างเป็นทางการ ทำให้ปัจจุบันยังคงใช้ท่าเรือแม่น้ำโขงเป็นจุดเข้าออกหลัก แต่มีสถานะเป็นเพียงจุดผ่อนปรน โดยตั้งอยู่ห่างจากชายแดนจีน-สปป.ลาว ทางแม่น้ำโขงประมาณ 167 กิโลเมตร และทางบกตรงจุดผ่อนปรนด่านปางไฮ แขวงหลวงน้ำทา ติดกับเมืองมาง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน 71 กิโลเมตร

นอกจากนั้น ยังห่างจากเมืองหลวงน้ำทาบนถนนอาร์สามเอที่เชื่อม อ.เชียงของ-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ประมาณ 130 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมของภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อยังไม่เป็นด่านสากลทำให้การเดินทางไม่สามารถไปเรือกลับรถ หรือไปทางรถแล้วเปลี่ยนมาเดินทางด้วยเรือไม่ได้

แหล่งที่มา: prachachat.net

Leave A Response