home

อินโดนีเซีย (15-30 ต.ค. 60)

ธันวาคม 30, 2017
อินโดนีเซีย (15-30 ต.ค. 60)

กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์รุ่นใหม่ในประเทศอินโดนีเซียได้ออกมาจำหน่ายเนื้อหมูเพิ่มขึ้นในแต่ละปีถึงหนึ่งล้านตัวเพื่อลดการบริโภคเนื้อสุนัข พร้อมยังเปิดตัวแคมเปญ “Dog Meat-Free Indonesia” เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงความโหดร้ายทารุณที่สุนัขต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่ออกจากคอกสุนัขไปจนถึงจานอาหารค่ำ

ST_20171105_WYDOGMEAT04_3534759

กลุ่ม Dog Free ของอินโดนีเซียได้เปิดตัววิดีโอของแคมเปญแสดงเรื่องราวของสุนัขจรจัดและสุนัขที่ถูกขโมยมาจากเจ้าของในอุตสาหกรรมอาหาร โดยแคมเปญนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มคนรักสัตว์ Jogja, มูลนิธิ Change for Animals, Humane Society International และ Jakarta Animal Aid Network โดยได้รับการสนับสนุนจากดาราดังชาวอินโดนีเซีย เช่น Chelsea Islan, Sophia Latjuba และ Gamaliel Tapiheru รวมถึงนักแสดงชาวอังกฤษ Ricky Gervais, Joanna Lumley และ Peter Egan

เนื้อสุนัขถือได้ว่าเป็นอาหารรสเลิศในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซียรวมถึงเกาะบาหลีที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว กลุ่มคนรักสัตว์ในออสเตรเลียได้กล่าวว่ามีสุนัขจำนวนกว่า 100,000 ตัวถูกสังหารเพื่อการบริโภคทุกปี พรรคร่วมรัฐบาลอินโดนีเซียที่สนับสนุนแคมเปญ Dog Meat-Free กล่าวว่า “การดำเนินการที่เข้มงวดต้องขยายไปทั่วทุกพื้นที่ในอินโดนีเซีย ไม่เฉพาะเกาะบาหลีเท่านั้น เพื่อที่จะยุติการค้าเนื้อสุนัขที่โหดร้าย และไม่ถูกสุขอนามัยอันนำมาซึ่งการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้านในประเทศ”

นางสาวคาริน แฟรงเคน ตัวแทนจากเครือข่ายให้ความช่วยเหลือสัตว์จาการ์ตากล่าวว่าแม้ว่าเนื้อสุนัขจะถูกบริโภคโดยชาวอินโดนีเซียไม่ถึง 7% แต่ก็ยังคงเป็นภัยคุกคามสุขภาพและความปลอดภัยของคนทั้งประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกได้ระบุว่าการค้าเนื้อสุนัขของอินโดนีเซียเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในประเทศ

ในจาการ์ตาเนื้อสุนัขสามารถพบได้ที่ร้านอาหาร และแผงอาหารข้างทาง ผู้จัดจำหน่ายเนื้อสุนัขรายหนึ่งกล่าวว่า เขาได้รับเนื้อสุนัขจากเมืองต่างๆ ในชวาตะวันตก เช่น บันดุง และซูบัง Bandung และ Subang เขาเสริมว่าเนื้อสุนัขจัดจำหน่ายมาในแพ็ค 5 กิโลกรัม และเนื้อสุนัขที่มีกระดูกติดมาด้วยจะมีราคา 40,000 รูเปียห์ (ประมาณ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อกิโลกรัม ขณะที่เนื้อหมูมีราคา 5,000 รูเปียห์ นอกจากราคาที่ถูกกว่าทำให้ผู้บริโภคนิยมซื้อเนื้อสุนัขแล้วผู้บริโภครายหนึ่งยังกล่าวว่าเนื้อสุนัขทำให้ร่างกายมีกำลังมากขึ้น แต่เขาก็ต้องลดการบริโภคลงเนื่องจากลูกสาวของเขากล่าวว่าการบริโภคเนื้อสุนัขนั้นเป็นสิ่งที่โหดร้าย

ที่มา straitstimes.com

อินโดนีเซียพ่ายแพ้ต่อการอุทธรณ์คำตัดสินขององค์การการค้าโลกในกรณีข้อพิพาทเรื่องข้อจำกัดการนำเข้าอาหารและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (เนื้อวัวและเนื้อสัตว์ปีก) กับนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา

eight_col_large_1M1A6943

องค์การการค้าโลกได้แจ้งกับอินโดนีเซียอีกครั้งว่า อินโดนีเซียจะต้องลดอุปสรรคการนำเข้า ซึ่งคาดว่าจะทำให้ต้นทุนเนื้อวัวของนิวซีแลนด์ลดลงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียอ้างว่ากฎการนำเข้าของตนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใยด้านสุขภาพ มาตรฐานอาหารฮาลาล และเพื่อที่จะจัดการกับการขาดดุลชั่วคราวของตลาดภายในประเทศ โดยในเดือนธันวาคมปี 2556 คณะกรรมการผู้ตัดสินชี้ขาดว่าอินโดนีเซียเป็นฝ่ายผิด ซึ่งอินโดนีเซียได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าว

ก่อนที่จะเกิดข้อพิพาททางการค้า อินโดนีเซียเป็นตลาดเนื้อวัวที่ใหญ่เป็นอันดับสองของนิวซีแลนด์ ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อและเศษเนื้อน้ำหนักเกือบ 50,000 ตัน แต่ต่อมาปริมาณการนำเข้าก็ลดลงร้อยละ 82 เนื่องจากอุปสรรคด้านการค้า นายเดวิด ปาร์คเกอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้านิวซีแลนด์กล่าวว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่นิวซีแลนด์เป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ได้รับประโยชน์จากกฎการค้าระหว่างประเทศ
กลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์กล่าวว่าหากอุปสรรคทางการค้าของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นการส่งออกของนิวซีแลนด์จะไม่กลับมาอยู่ในระดับสูงดังเช่นในปี 2553 แต่ก็จะสร้างความหลากหลายของผู้ส่งออกในตลาดมากขึ้น โดยทิม ริตชี่ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มกล่าวว่าอินโดนีเซียค่อยผ่อนคลายข้อจำกัดทางการค้าอย่างช้า ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการค้าขายได้รับความสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเศษเนื้อวัว

“อินโดนีเซียรู้ดีว่าจำเป็นต้องนำเข้าเนื้อวัวและพวกเขารู้ว่าเราเป็นซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้” เดเมี่ยน โอคอนเนอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกล่าว โดยเน้นว่าการที่มีความหลากหลายของสินค้าในตลาดถือเป็นกุญแจสำคัญของนิวซีแลนด์

ที่มา radionz.co.nz

Leave A Response