home

กัมพูชา (ก.ค.-ก.ย. 2561)

ธันวาคม 12, 2018
กัมพูชา (ก.ค.-ก.ย. 2561)

52

ความคืบหน้าของสถานการณ์ในกัมพูชาที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องการที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าควบคุมตัวนายเขียง นาวี ครูใหญ่วัย 50 ปี ที่จังหวัดกำปงทม เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่านายเขียง โพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายเย็ง สะเรธ รองผู้กำกับการตำรวจประจำจังหวัดกล่าวว่า ไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดของข้อความที่นายเขียงโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมกล่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการควบคุมตัวนายเขียง เนื่องจากนายเขียงใช้ข้อความที่มีเนื้อหาดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ ซึ่งคดีนี้ถือได้ว่าเป็นคดีแรกสำหรับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นั้นก็คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ขณะที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีนั้น ครองอำนาจฝ่ายบริหารมากว่า 33 ปี จนหลายฝ่ายตั้งข้อครหาว่ารัฐบาลของเขาบังคับใช้กฎหมายมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อปิดปากผู้ที่ออกมาวิภากษ์วิจารณ์การทำงานของเขา

53

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของกัมพูชานี้ ได้รับการประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายเปญ ปัญญา หัวหน้าคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมของกัมพูชากล่าวถึงรายละเอียดข้อกฎหมายดังกล่าวว่า การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ได้แก่ การใช้คำพูด กิริยาท่าทาง ตัวหนังสือ ภาพวาด หรือวัตถุต่างๆ ที่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ หากพบผู้กระทำความผิด อัยการสามารถยื่นฟ้องคดีอาญาในนามของกษัตริย์และราชวงศ์ได้ โดยผู้กระทำผิดจะได้รับโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับเป็นเงิน 500-2,500 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 15,500-77,500 บาท)

นอกจากนี้ กฎหมายข้างต้นนี้ยังหมายรวมถึงการรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมืองด้วยเช่นกัน กระทั่งองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนออกมาแสดงความเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยนายจัก สุภาพ จากศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนกัมพูชา กล่าวว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งหากถูกใช้ในการเอาผิดกลุ่มผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกัมพูชาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการกีดกันเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชน

54

ในช่วงเดือนกันยายน 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาของกัมพูชา ออกเผยแพร่คำสั่งอภัยโทษให้แก่นายเจมส์ ริกเก็ตสัน ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวออสเตรเลีย วัย 69 ปี หลังจากที่เขาถูกศาลแขวงกรุงพนมเปญพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 6 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ในความผิดฐานจารกรรมข้อมูลลับของทางราชการ และการดำเนินกิจกรรมรวบรวมข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกัมพูชา อันหมายรวมถึงการที่นายริกเก็ตสันใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บันทึกภาพกิจกรรมหาเสียงของฝ่ายค้านในช่วงก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น ขณะที่เขายืนยันว่า กิจกรรมของเขาเป็นการถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับเด็กไร้บ้านเท่านั้น

คำสั่งตัดสินจำคุกดังกล่าวลงนามโดยสมเด็จสาย ชุม ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ซึ่งทรงอยู่ระหว่างการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่ที่จีน ขณะที่ผู้ยื่นคำร้องคือสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ด้านเรือนจำเปรย์ ซาร์ ที่ตั้งอยู่ที่กรุงพนมเปญ ยืนยันการปล่อยตัวริกเก็ตสัน พร้อมดำเนินการส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมเนรเทศนายริกเก็ตสันออกจากราชอาณาจักรต่อไป

การพิพากษาลงโทษริกเก็ตสันเกิดขึ้นหลังนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาประมาณ 20 คน ทยอยได้รับอิสรภาพบนเงื่อนไขของการประกันตัว หรือการได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษ โดยในจำนวนผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวนี้ ส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกของพรรคกู้ชาติกัมพูชา (Cambodia National Rescue Party: CNRP) อันมีเป้าหมายเพื่อลดแรงเสียดทานจากต่างประเทศที่มีต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2561

55

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นายชะอาน สะพัน ปลัดกระทรวงการจัดการที่ดิน ผังเมือง และการก่อสร้างของกัมพูชา ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุให้หยุดออกใบอนุญาตการก่อสร้าง หากยังไม่ได้รับการรับรองจากทางกระทรวงฯ ตามกฎหมายกฤษฎีกาย่อยที่ 86 มาตรา 5 วรรค 2 ที่ระบุการจะได้รับอนุญาตก่อสร้างนั้นต้องให้ประธานคณะกรรมาธิการด้านการจัดการที่ดิน การวางผังเมือง และการก่อสร้าง ของกัมพูชา เป็นผู้ลงนามอนุมัติใบอนุญาตก่อสร้างเสียก่อน

สำหรับการก่อสร้างในจังหวัดพระสีหนุ (Sihanoukville Province) ที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการจัดการที่ดินฯ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ออกมอธิบายถึงสาเหตุดังกล่าวว่า เนื่องจากนักลงทุนต้องการให้โครงการก่อสร้างเสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะหากรอการอนุมัติจากส่วนกลางจะทำให้โครงการของพวกเขาเกิดความล่าช้า พร้อมปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการก่อสร้างของเอกชน แต่ที่ทำไปก็เพราะต้องการให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่

Leave A Response