home

ลาว (ก.ค.-ก.ย. 2561)

ธันวาคม 12, 2018
ลาว (ก.ค.-ก.ย. 2561)

56

ในเดือนกรกฎาคม 2561 เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย มีมูลค่าโครงการ 3.24 หมื่นล้านบาท มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 410 เมกกะวัตต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาประเทศมุ่งหวังให้ประเทศลาวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย ด้วยการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับประเทศใกล้เคียง ภายใต้การก่อสร้างในแขวงจำปาศักดิ์ ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลาว ชื่อเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ได้เกิดแตกเนื่องด้วยสันเขื่อนปิดช่องเขาต่ำ ซึ่งไม่สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่เลวร้ายดังเช่นเหตุฝนตกหนัก ส่งผลให้ประชากรท้องถิ่นในแขวงอัตตะปือ ไม่มีที่อยู่อาศัย

เหตุเขื่อนแตกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นผลมาจากการก่อสร้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยนายคำมะนี อินทิรัด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป.ลาว กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เขื่อนแตกเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนัก ประกอบกับเขื่อนกั้นช่องเขาที่พังทลายลงเพิ่งมีการก่อสร้างเสร็จ และด้วยเพราะโครงสร้างเขื่อนยังไม่มีความไม่ยืดหยุ่นพอ จึงทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพได้

57

การก่อสร้างเขื่อนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทเกาหลีใต้ 2 แห่ง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ของไทย และวิสาหกิจของลาวแห่งหนึ่ง โดยบริษัทเกาหลีใต้ชื่อ โคเรีย เวสเทิร์น พาวเวอร์ ออกมาระบุว่า วิศวกรของบริษัทสังเกตเห็นว่าโครงสร้างตรงกลางเขื่อนมีระดับน้ำสูงกว่าปกติ ไป 4 นิ้ว แต่ก็คิดว่าการที่โครงสร้าง “จมลง” ต่ำกว่าระดับน้ำในเขื่อนเช่นนี้เป็นเหตุปกติ เนื่องจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ดังนั้นวิศวกรจึงตัดสินใจที่จะเฝ้าดูสถานการณ์แทนที่จะแจ้งต่อหน่วยต่างๆ เพื่อให้เกิดปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหา ในเวลาต่อมาพบว่ามีรอยร้าวเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ทันเวลา

ด้านบริษัทเอสเค เอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเป็นบริษัทเกาหลีใต้อีกแห่งหนึ่ง กล่าวว่าบริษัทพบว่าบางส่วนของด้านบนของเขื่อนพังทลายแล้ว พร้อมแจ้งความเสียหายครั้งนี้ต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และการอพยพชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เริ่มขึ้น แต่ไม่ได้แจ้งทางการแขวงอัตตะปือ

ขณะที่ นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของลาว เปิดเผยว่าหลังจากที่เกิดเหตุเขื่อนแตกขึ้น ทางการลาวได้ดำเนินการสั่งระงับโครงสร้างก่อสร้างเขื่อนใหม่ทั้งหมด ส่วนเขื่อนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่า ลาวจะเดินหน้าสร้างเขื่อนภายในประเทศต่อไป เนื่องจากโครงการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ และผลกระทบจากเหตุเขื่อนแตกที่เกิดขึ้นก็จะใช้เป็นบทเรียนในการวางแผนสร้างเขื่อนให้รอบครอบต่อไป

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการสร้างเขื่อนเป็นจำนวนมาก เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงส่งขายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

58

ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยและลาวได้ร่วมมือกันจัดการประชุมการส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ประจำปี 2561 (Intiative Forum between Thailand-Lao PDR on Trade and Investment Collaboration 2018) ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อหารือกันในเรื่องการค้าและการลงทุน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า หากจะผลักดันให้การค้าและการลงทุนประสบความสำเร็จนั้น จะต้องขจัดปัญหาและอุปสรรคทั้งในระดับนโยบายและเชิงพื้นที่ พร้อมคาดการณ์ว่าภายในปี 2564 จะมีเงินไหลเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเดิมอยู่ที่ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ภาคเอกชนได้เสนอให้หน่วยงานภาครัฐ ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างประเทศและจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนเชื่อมต่อกัน เช่น สะพานข้ามทางรถไฟ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมไทย-ลาว การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นพื้นที่ที่มีการปรับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขต่างๆ ให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้ามามีบทบาทได้เพิ่มมากขึ้น

ในการประชุมครั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยและลาว ได้ร่วมกันลงนามบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดน ครั้งที่ 11 ระหว่างจังหวัดหนองคาย-แขวงบอลิคำไซ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยฝั่งรัฐบาลลาวได้วางวิสัยทัศน์ว่าภายในปี 2573 จะผลักให้แขวงบอลิคำไซเป็นประตูเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

59

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุม “การจัดการพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพข้ามพรมแดน ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการจัดการพื้นที่คุ้มครองไปพร้อมกับการสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติข้ามพรมแดน

สำหรับพื้นที่คุ้มครองที่เชื่อมต่อกันของทั้งสองประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูคา อุทยานแห่งชาติแม่จริม อุทยานแห่งชาติขุนน่าน เขตอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพน้ำปุย อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี และเขตอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติภูเชียงทอง เป็นต้น

Leave A Response