สิ่งแวดล้อมและพลังงาน – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 มาเลเซียและสิงคโปร์มุ่งส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปี http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:44:30 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31393 มาเลเซียได้เน้นย้ำและเพิ่มความร่วมมือระดับทวิภาคีกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิดในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปีครั้งที่ 30 ของมาเลเซียและสิงคโปร์

นายวัน จูไนดี ตวนกู จาฟาร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย ได้เดินทางไปเยือนสิงคโปร์ตามคำเชิญของนายมาซากอส ซุลกิฟลีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์ รัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ทบทวนข้อตกลงทางด้านสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการร่วมมาเลเซีย-สิงคโปร์ และได้แลกเปลี่ยนมุมมองในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่ลงนามโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย และกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์

ประเด็นที่ทั้งสองประเทศได้พิจารณาเพิ่มเติมได้แก่ การจราจรที่ทางเรือที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบยะโฮร์ ความสำคัญของการฝึกซ้อมร่วมกันเป็นประจำในการลาดตะเวน ตรวจสอบ และเตรียมรับมือกับการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ยะโฮร์ โดยทั้งสองประเทศยังลงนามรับรองถึงประโยชน์ของการดำเนินการร่วมกันในกรณีฉุกเฉิน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว

มาเลเซียและอินโดนีเซียยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล โดยทั้งสองฝ่ายจะป้องกันและควบคุมระดับการปล่อยของเสีย และน้ำมันในช่องแคบยะโฮร์อย่างเคร่งครัด และยังลงนามเพิ่มการทำงานร่วมกันในเรื่องการฝึกอบรมระหว่างสถาบันสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียและสถาบันสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์

ทั้งนี้การใช้พื้นที่ในช่องแคบยะโฮร์ และผลกระทบข้ามแดนที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นประเด็นที่หารือกันในการเยือนมาเลเซียครั้งต่อไปในปี 2561 หลังจากที่ประเด็นเรื่องส่งแวดล้อมได้ถูกนำมาเป็นประเด็นหารือในการเข้าเยี่ยมประจำปีครั้งที่ 30

channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/feed/ 0
AVA ยันไข่สิงคโปร์ปลอดภัยต่อการบริโภค http://aseanwatch.org/2017/08/16/ava-eggs/ http://aseanwatch.org/2017/08/16/ava-eggs/#respond Tue, 15 Aug 2017 22:36:32 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30973 Agri- Food and Veterinary Authority of Singapore (AVA) หน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลความปลอดภัย ด้านอาหารของประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ได้ออกมาแถลงว่าไข่ในสิงคโปร์ปลอดภัยต่อการบริโภค

คำแถลงดังกล่าวเป็นผลมาจากเรื่องอื้อฉาวที่มียึดคืนไข่นับล้านออกจากชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรป และฟาร์มสัตว์ปีกหลายสิบแห่งถูกปิดนับตั้งแต่การค้นพบว่าไข่ไก่ที่วางจำหน่ายมีสารฟิโปรนิล (Fipronil) จากยาฆ่าแมลงซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ปนเปื้อนอยู่ โดยการปนเปื้อนนั้นได้แพร่กระจายไปยัง 15 ประเทศในสหภาพยุโรป จนถึงสวิตเซอร์แลนด์และฮ่องกง

AVA กล่าวในโพสต์ Facebook ของหน่วยงานว่า ปัญหาไข่ที่ปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องในยุโรปอาจสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคไข่ที่วางจำหน่ายในสิงคโปร์ ทว่าสิงคโปร์ไม่ได้นำเข้าไข่จากประเทศที่ได้รับผลกระทบในยุโรป เนื่องจากตลาดนำเข้าไข่ของสิงคโปร์มาจากฟาร์มไข่ไก่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบ และทำการสุ่มตัวอย่างไข่จากฟาร์มในมาเลเซียอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยอาหาร และความต้องการของเรา

ทั้งนี้เมื่อมีข่าวการปนเปื้อนสาร fipronil ในไข่ทาง AVA ก็ได้ทำการทดสอบไข่ที่ผลิตในประเทศ และนำเข้าและพบว่าไข่ทั้งหมดปลอดสาร fipronil สำหรับสิงคโปร์ซึ่งมีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นเกาะขนาดเล็กทำให้พื้นที่การทำการเกษตรมีจำกัด จำต้องอาศัยการนำเข้าวัตถุดิบ และอาหารจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย

ที่มา channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/16/ava-eggs/feed/ 0
วิกฤติหมอกในอินโดนีเซียส่งผลให้มีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลแล้วหลายสิบราย http://aseanwatch.org/2017/08/14/hazeindo/ http://aseanwatch.org/2017/08/14/hazeindo/#respond Mon, 14 Aug 2017 12:14:10 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30915 วิกฤติหมอกควันจากไฟป่าในจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียส่งผลให้เด็กเล็กหลายสิบคนต้องเข้ารับการรักษาอาการปอดติดเชื้อที่โรงพยาบาลในจังหวัดอย่างเร่งด่วน

หลายโรงเรียนต้องระงับการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถอยู่บ้านได้ ในขณะที่เด็กนักเรียนบางคนยังสามารถไปเรียนที่โรงเรียนใน Meulaboh ได้ด้วยการสวมหน้ากาก

นายสุโทโป เพอร์โน นูโกรโฮโฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดไฟป่าเข้มข้นประมาณ 35 จุด ทำลายพื้นที่ป่า และพื้นที่อื่น ๆ ในอาเจะห์ไปราว 0.27 ตารางไมล์ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั้นมาจากการที่ประชาชนใช้วิธีการเผาป่าเพื่อเคลียร์หน้าดินหลังการเพาะปลูกส่งผลให้ไฟลามจนไม่สามารถควบคุมได้ เขาเสริมว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำประชาชนให้ดูแลพื้นที่ของตัวเองให้ดีและเลี่ยงการเผาป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันที่อยู่ในช่วงฤดูแล้งทำให้เกิดไฟไหม้ป่าได้ง่ายขึ้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพยายามที่จะดับไฟ และเตือนไปยังประชาชนให้ระวังไฟป่าที่ที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในฤดูแล้งซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน

ปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาที่เกิดขั้นในอินโดนีเซียทุกปี เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ในป่า และในพื้นที่ป่าพรุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการที่ประชาชนใช้วิธีการเผาเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับปลูกปาล์มน้ำมัน และไม้เนื้อแข็ง ส่วนใหญ่เกิดในเกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซียโดยมีลมมรสุมพัดผ่านหมอกควันไปในบริเวณใกล้เคียงอย่างสิงคโปร์ และมาเลเซีย

ขณะนี้มีจุดที่เกิดหมอกควันประมาณ 180 จุดในกว่า 6 จังหวัด แต่ตัวเลขดังกล่าวถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2558 เมื่อหมอกควันปกคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของภูมิภาคทำให้มีผู้ป่วยมากขึ้น และส่งผลให้เกิดความตึงเครียดทางการทูต ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมานักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกาประเมินว่าการระบาดของหมอกควันในปี 2558 อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 ราย

ที่มา channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/14/hazeindo/feed/ 0
ลาวจับมือจีนเดินหน้าก่อสร้างรถไฟ คาดแล้วเสร็จในปี 2565 http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88/ http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88/#respond Mon, 07 Aug 2017 19:12:35 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30832 รัฐบาลลาวและจีนเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของลาว-จีน เริ่มต้นที่ด้านบ่อเต็นของลาวที่ติดกับด่านโมฮันของจีน (Mohan-Moten border) เพื่อเชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ โดยการก่อสร้างที่เกิดขึ้นประมาณร้อยละ 60 ของเส้นทางทั้งหมดนั้นเป็นสะพานและอุโมงค์

โครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น 5.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างลาวและจีนรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดของลาวเท่าที่เคยมีมา

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของลาว และเอกอัครรัฐทูตจีนประจำลาว ได้ทำพิธีเปิดการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ณ เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือด้านการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 417 กิโลเมตร

แหล่งที่มา: news.xinhuanet.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/ 0
กรีนพีซเปิดตัวสำนักงานแห่งแรกในมาเลเซีย http://aseanwatch.org/2017/08/02/greenpeace-mal/ http://aseanwatch.org/2017/08/02/greenpeace-mal/#respond Wed, 02 Aug 2017 13:14:03 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30766 กรีนพีซได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในมาเลเซีย เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการในประเทศ

กรีนพีซ สำนักงานมาเลเซียเป็นสำนักงานแห่งที่สี่ขององค์การนอกภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากที่ไปตั้งสำนักงานที่ฟิลิปปินส์ ไทยและอินโดนีเซียมาแล้ว

สำนักงานกรีนพีซสาขามาเลเซียตั้งอยู่ที่บริกส์ฟิลด์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นฐานที่มั่นสำหรับพนักงานกรีนพีซมาเลเซียจำนวน 10 คน
ในช่วงเปิดตัว นายนาเดเรฟ ซาโน กรรมการบริหารกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของผู้เข้าร่วมงานที่ประกอบไปด้วยหุ้นส่วนที่เป็นองค์กรเอกชน กลุ่มอาสาสมัคร และเครือข่ายพันธมิตรขององค์กร

นายซาโนกล่าวว่าการตั้งสำนักงานในมาเลเซียนั้นเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงในภูมิภาคนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาพลังงาน และปัญหาในระบบ เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการทุจริต โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกรีนพีซในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนของมาเลเซียนั้นเป็นชุมชนที่สำคัญในการทำงานของกรีนพีซ เพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งรักษาไว้ซึ่งความเจริญเติบโต และรักษาสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค

นายซาโนยังกล่าวย้ำว่ากรีนพีซต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง และโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ธรรมชาติสามารถเอื้อประโยชน์ และอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ กรีนพีซมีหน้าที่ช่วยให้ชุมชนเปลี่ยนความคิดที่จะทำลายธรรมชาติเพื่อการพัฒนา ไปสู่การพัฒนา และการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ทั้งนี้นายจอห์น โลห์หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของกรีนพีซมาเลเซีย กล่าวว่ากระบวนการจัดตั้งสำนักงานจะใช้เวลาสามปี

โดยกรีนพีซเป็นองค์กรนานาชาติที่ให้ความสำคัญแก่การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์
มีผู้สนับสนุน 2.8 ล้านคนทั่วโลก และมีสำนักงานประจำประเทศและภูมิภาคใน 43 ประเทศ

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/02/greenpeace-mal/feed/ 0
ลาวสำรวจผลกระทบจากโครงการรถไฟเพื่อจ่ายค่าชดเชย ปชช. http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/ http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/#respond Sat, 29 Jul 2017 15:48:45 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30719 รัฐบาลลาวเดินหน้าออกสำรวจผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชน

Rattanamany  Khounnivong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการและการคมนาคมของลาว หนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานมีนโยบายจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชนที่ต้องย้ายออกจากที่อยู่อาศัยและพื้นที่เพาะปลูก เนื่องมากจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้ในการดำเนินโครงการฯ ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 84 ออกประกาศเมื่อเมษายน 2559

เบื้องต้น รัฐบาลลาวได้จัดประเทศการจ่ายค่าชดเชยออกเป็น 242 ประเภท เช่น ต้นขนุนและต้นมะม่วงอายุ 5 ปี หรือ 5 ปีขึ้นไป ไม้เนื้อแข็งและไม้สักอายุน้อยกว่า 1 ปี รวมถึงลำดับความสำคัญของสภาพที่ดิน ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับค่าชดเชยในอัตราที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

แหล่งที่มา: rfa.org

]]>
http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/ 0
สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่ค้าครีบฉลามมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก http://aseanwatch.org/2017/06/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/ http://aseanwatch.org/2017/06/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/#respond Tue, 06 Jun 2017 01:58:22 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30471 ในรายงานของกลุ่มเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) ได้มีการเปิดเผยว่าในปัจจุบันสิงคโปร์กลายเป็นประเทศผู้ค้าครีบปลาฉลามรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังกล่าวอีกว่าปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการค้าครีบปลาฉลามส่งผลให้ยังขาดการวิเคราะห์เชิงลึกและถูกต้องในการค้าดังกล่าว

ตามรายงานที่ตีพิมพ์โดย TRAFFIC และกองทุนโลกเพื่อธรรมชาติ (WWF) การค้าครีบปลาฉลามของสิงคโปร์มีมูลค่า 50.4 ล้านเหรียญสำหรับการส่งออก และ 65 ล้านเหรียญสำหรับนำเข้า นอกจากนี้ยังพบว่าการซื้อขายเหล่านี้รวมไปถึงการค้าฉลามพอร์บีเกิล ฉลามครีบขาว ฉลามหัวค้อน ฉลามบาสกิ้น และฉลามหัวค้อนยักษ์ ซึ่งปลาฉลามทั้งห้าชนิดนี้ได้รับการจำแนกว่าเป็นฉลามที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยการล่าสัตว์และการค้าครีบปลาฉลามเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันมานาน มีฉลามมากกว่า 70 ล้านตัวที่ถูกฆ่าในแต่ละปีตามรายงานของ TRAFFIC และ WWF

นางกนิฐา กฤษณษมี (Kanitha Krishnasamy) ผู้จัดการอาวุโสของ TRAFFIC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าไม่ว่าประเทศใดที่มีอิทธิพลต่อการค้าดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบเป็นพิเศษเพื่อประกันว่าการค้านั้นจะมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ สำหรับปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการค้าครีบปลาฉลามของสิงคโปร์นั้น รายงานได้กระตุ้นให้รัฐบาลสิงคโปร์ใช้ระบบพิกัดอัตรากร Harmonised System Codes (HS Codes) ซึ่งช่วยในการแยกแยะฉลามชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ศุลกากรสิงคโปร์สามารถเฝ้าระวังการซื้อขายสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ได้

ทางด้านเอเลน แทน (Elaine Tan) ผู้จัดการของ WWF สิงคโปร์เสริมว่าการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะของการค้าฉลามนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน ตลอดจนช่วยรักษาจำนวนของปลาฉลามในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ข้อเท็จจริงที่สิงคโปร์เป็นประเทศที่เป็นผู้ค้าสำคัญนั้น นางสาวแทนมองว่าเป็นเรี่องที่ดีเพราะ การรณรงค์ลดการบริโภคหูฉลามในสิงคโปร์นั้นได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ซึ่งต่างมุ่งที่จะรักษาฉลามที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร และชายฝั่งของเกาะสิงคโปร์เอาไว้

ที่มา asiaone.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/06/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/feed/ 0
ราคาผักในสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นจากฝนที่ตกหนักในมาเลเซีย http://aseanwatch.org/2017/06/06/veg-sing/ http://aseanwatch.org/2017/06/06/veg-sing/#respond Tue, 06 Jun 2017 01:08:44 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30464 สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ปริมาณผักจากฟาร์มในมาเลเซียลดลง และส่งผลให้ราคาผักในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 20%

ผลผลิตในมาเลเซียที่ลดลงส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าผักจากมาเลเซียลดลงเช่นกัน รายงานระบุว่าราคาเซเลอรี่ ต้นหอม และผักชีซึ่งเป็นผักยอดนิยมพุ่งสูงขึ้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาจากคำกล่าวอ้างของผู้ขายผักในตลาดสดสิงคโปร์ โดยนายเฉิน (นามสมมติ) ผู้ขายผักในตลาดสดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่ารากผักเหล่านี้เน่าเสียเพราะต้องอยู่ในที่ดินที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

ราคาของเซเลอรี่ในตลาดสดเพิ่มขึ้น 20% จาก 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (15 ริงกิต) เป็น 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (19 ริงกิต) ต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นหอม และผักชีราคาเพิ่มขึ้นจาก 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (19 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมเป็น 7 ดอลลาร์สิงคโปร์ (22 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมและจาก 14 ดอลลาร์สิงคโปร์ (43 ริงกิต) เป็น 16 ดอลลาร์สิงคโปร์ (49 ริงกิต) ต่อกิโลกรัมตามลำดับ ราคาของผักอื่น ๆ ยังเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะสำคัญดังเช่นผักทั้งสามชนิด

เจอร์รี ตัน (Jerry Tan) เลขาธิการสมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้ของสิงคโปร์เผยว่า ขณะนี้ราคานำเข้าเซเลอรี่ ต้นหอมและผักชีเพิ่มขึ้นประมาณ 50% โดยความผันผวนของราคาผักทั้งสามชนิดนี้เกิดจากราคานำเข้าที่ค่อนข้างต่ำก่อนหน้านี้ ทำให้ฟาร์มในมาเลเซียจำนวนมากหยุดการเพาะปลูก เป็นสาเหตุให้ผลผลิตของผักเหล่านี้ลดลงนอกจากผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/06/06/veg-sing/feed/ 0
ประธานาธิบดีอินโดนีเซียอนุมัติเลื่อนการจัดการพื้นที่ป่าไปอีก 2 ปี http://aseanwatch.org/2017/06/06/forest-indo/ http://aseanwatch.org/2017/06/06/forest-indo/#respond Tue, 06 Jun 2017 00:18:50 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30459 นายโจโกวี วิโดโดประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้อนุมัติให้มีเลื่อนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าดงดิบและป่าพรุไปอีก 2 ปี ถือเป็นการขยายระยะเวลาการจัดการพื้นที่ป่าเป็นครั้งที่สามตั้งแต่ปี 2554 ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุทโธโยโนนับเป็นความพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเหตุเพลิงไหม้อันเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า

นางสิติ นูรบายา บาคาร์ (Siti Nurbaya Bakar) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ กล่าวว่าการเลื่อนการจัดการพื้นที่ป่าครั้งล่าสุดจะทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลามากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายในการใช้พื้นที่ป่า บาคาร์เสริมว่าในขณะที่กระทรวงกำลังรวบรวมข้อมูลให้เพียงพอในการตัดสินใจออกใบอนุญาตการจัดการป่าดงดิบและป่าพรุในภาคพื้นดินก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีได้แนะนำให้ขยายเวลาการอนุญาตใช้พี้นที่ป่าออกไปก่อน

อินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะเกิดไฟป่าระบาดในช่วงฤดูแล้ง อันถูกกล่าวหาว่ามีสาเหตุมาจากการระบายน้ำจากป่าพรุ และการจัดการพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ควันที่ทำให้เกิดการสำลักมักจะพัดผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่นสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพประชากร และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดในโลก และการทำลายป่าเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่นักสิ่งแวดล้อมกังวลอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเอ็ดดี้ มาร์โตโน (Eddy Martono) ผู้บริหารของสมาคมปาล์มน้ำมันอินโดนีเซีย (GAPKI) กล่าวว่าเขาหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการปลูกปาล์มน้ำมัน โดยหลังจากเสร็จสิ้นนโยบายเรื่องการจัดการพื้นที่ป่าแล้ว รัฐบาลจะต้องมีแผนแม่บทสำหรับปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพราะปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอินโดนีเซียที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ที่มา channelnewasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/06/06/forest-indo/feed/ 0
ลาว หวังส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f/ http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f/#respond Sun, 04 Jun 2017 17:38:57 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30409 สปป.ลาว เดินหน้านโยบายก้าวสู่การเป็นแบตเตอร์รี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการขยายการส่งไฟฟ้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์

นายสุพัน แก้วมีไซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน ระบุว่า ปีที่ผ่านมา สปป.ลาวส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ มูลค่ารวม 4,523.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้เปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศมากถึง 22.2% ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ สปป.ลาวขาดดุลการค้ากับต่างประเทศมาตลอด

ด้าน นายวีระพน วีระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ กล่าวว่า สปป.ลาวมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำอีก 4 เท่าตัวภายในปี 2030 โดยตั้งเป้าจะพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำทั้งหมดเกือบ 90 แห่ง ปัจจุบัน สปป.ลาวสามารถส่งออกไฟฟ้าพลังงานน้ำราว 2 ใน 3 ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ 3,200 เมกะวัตต์ พร้อมคาดว่าในปี 2563 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 24,000 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน สปป. ลาว ส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการส่งออกไฟฟ้าส่งไปยังมาเลเซียในเดือนกันยายน 2560 และส่งไปยังสิงคโปร์ให้ได้ในปี 2020

แหล่งที่มา: prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f/feed/ 0