การเมืองและความมั่นคง – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 เจ้าฟ้าชายชาร์ลสเตรียมเสด็จเยือนสิงคโปร์พร้อมพระชายา http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#respond Wed, 03 Jan 2018 11:05:47 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31696 การเดินทางเยือนสิงคโปร์ในครั้งนี้เป้าหมายหลักคือมุ่งสร้างความสัมพันธ์ในด้านวัฒนธรรมการอนุรักษ์มรดกและศิลปะ

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลล่า ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ จะเดินทางมาเยือนสิงคโปร์เป็นเวลาสี่วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม และจะเสด็จไปเยี่ยมชมหอศิลป์แห่งชาติ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ รวมทั้งเข้าร่วมการสนทนาแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมการอ่านหนังสือและกิจกรรมอื่น ๆ ในเวลาที่ทรงพำนักอยู่ที่นี่
การมาเยือนสิงคโปร์ครั้งล่าสุดของรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษคือเมื่อปี 1979 โดยประธานาธิบดีเบนจามิน เชียร์สได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับพระองค์

สำหรับครั้งนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะได้รับการต้อนรับ และเป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารค่ำโดยประธานาธิบดีฮาลิมาห์ ยาคอป ที่อิสตานา ทั้งสองพระองค์จะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการในเช้าวันอังคาร และจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงอีกด้วย

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวในแถลงการณ์ว่าการเดินทางครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ งานศิลปะ การอนุรักษ์มรดก และความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ ในบรรดากิจกรรมที่ทั้งสองพระองค์จะทำในการไปเยือนของสิงคโปร์นั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลสจะเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาที่ Cenotaph อนุสรณ์แห่งความทรงจำของทหารเครือจักรภพที่ได้ต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่สอง และพูดคุยกับ 24 ผู้นำทางศาสนาของ 10 กลุ่มศาสนาที่ศูนย์ Harmony เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์กับสหราชอาณาจักร

ในขณะเดียวกันดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะแยกเข้าไปเยี่ยมชมTemasek Junior College (TJC) ซึ่งพระองค์จะเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมหนังสือในเครือจักรภพ และพบกับ Tan Wan Gee นักเรียน TJC อายุ 15 ปีที่ได้รับรางวัลการประกวดเรียงความของราชินีแห่งเครือจักรภพ จากดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ที่พระราชวังบักกิ้งแฮมเมื่อปีที่แล้ว และในบ่ายวันพุธทั้งสองพระองค์จะเสด็จไปเยี่ยมชมสวนกล้วยไม้แห่งชาติที่สวนพฤกษชาติสิงคโปร์ซึ่งจะมีการจัดกล้วยไม้ให้เรียงเป็นพระนามเพื่อเป็นเกียริตแก่ทั้งสองพระองค์

หลังจากวันนั้นนายซิม อัน รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐด้านวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชนจะเป็นเจ้าภาพในการพาทั้งสองพระองค์ชมการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ นอกเหนือจากการชมผลงานศิลปะแล้วยังจะได้มีการบรรยายถึงวิธีการที่อาคาร และสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาขึ้นจากที่เคยเป็นศาลากลางเก่าและศาลฎีกา

สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและพระชายาจะเสด็จเยือนในการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ในวันพฤหัสบดีทั้งสองพระองค์จะเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต นับตั้งมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยก่อนที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะเสด็จไปเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธได้เสด็จเยือนสิงคโปร์มาแล้วสามครั้งในปี 1972, 1989 และ 2006 และเมื่อไม่นานมานี้เจ้าชายแฮร์รี่ได้เสด็จไปยังสิงคโปร์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2017 ซึ่งพระองค์ได้เข้าร่วมการแข่งขันโปโลการกุศลอีกด้วย

และในปี 2012 เจ้าชายวิลเลี่ยมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พระชายา ได้เสด็จมาเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการเป็นเวลาสามวัน ในระหว่างโปรแกรมทัวร์เก้าวันในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่พำนักอยู่ที่นี่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ยังได้วางพวงมาลาไว้ที่อนุสรณ์สถานสงคราม Kranji แวะชมสวนริม หาด Bay และควีนส์ทาวน์ซึ่งตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สองเพื่อรำลึกถึงการราชาภิเษกของพระองค์

ที่มา todayonline.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/ 0
หนังสือเดินทางสิงคโปร์ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#respond Wed, 03 Jan 2018 09:40:19 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31685 หลังจากที่ปารากวัยได้ยกเลิกข้อกำหนดการขอวีซ่าในการเข้าประเทศสำหรับชาวสิงคโปร์ หนังสือเดินทางสิงคโปร์ก็ได้กลายเป็นหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ด้วยคะแนนปลอดวีซ่า 159 คะแนน

นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศในเอเชียมีหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ตามดัชนีซึ่งได้รับการพัฒนาโดย บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก Arton Capital นายฟิลิปป์ เมย์ผู้อำนวยการจัดการของ Arton Capital สาขาสิงคโปร์กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูตและนโยบายด้านต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพของสิงคโปร์”

ดัชนีจัดอันดับหนังสือเดินทางของประเทศต่าง ๆ มีการเรียงลำดับตามการข้ามพรมแดนโดยปลอดวีซ่า ขึ้นอยู่กับจำนวนประเทศที่หนังสือเดินทางของประเทศนั้น ๆ สามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หนังสือเดินทางของประเทศสมาชิก 193 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ และอยู่ใน 6 ภูมิภาคจะถูกนำมาพิจารณา โดยในอดีต 10 อันดับแรกของหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกมีแนวโน้มที่จะเป็นประเทศในยุโรป โดยมีเยอรมนีเป็นผู้นำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามข่าวประชาสัมพันธ์ที่ออกเมื่อวันพุธที่ 25 ตุลาคม

ตั้งแต่ต้นปี 2017 ที่ผ่านมา เยอรมนีครองตำแหน่งที่ 1 ร่วมกับสิงคโปร์ ซึ่งกำลังเดินหน้าขึ้นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับ ในขณะที่หนังสือเดินทางเอเชียอื่น ๆ ที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกนั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและมาเลเซีย โดยหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกามีอันดับลดลงนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี ล่าสุดตุรกีและสาธารณรัฐแอฟริกากลางเพิกถอนสถานะการขอวีซ่าให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางของสหรัฐฯ

นายอาร์มานด์ อาร์ตันผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Arton Capital กล่าวว่า “การถือหนังสือเดินทางที่ปลอดวีซ่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในโลกปัจจุบัน มีคนจำนวนมากขึ้นทุกปีลงทุนหลายร้อย หลายพันดอลลาร์ในการครอบครองหนังสือเดินทางเล่มที่สอง เพื่อให้ได้โอกาสและความมั่นคงสำหรับครอบครัวของพวกเขา

ทั้งนี้สิงคโปร์ยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่สี่ในดัชนีประเทศที่มีเงื่อนไขการขอวีซ่าที่เข้มงวด อีกหนึ่งวิธีการวัดว่าประชากรประเทศนั้นมีอิสระในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน ด้วยวิธีการคำนวณคะแนนที่ต่างออกไปจากการคำนวณว่าหนังสือเดินทางของประเทศใดมีอิทธิพลมากกว่ากัน

10 อันดับหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก (คะแนนอยู่ในวงเล็บ)
1. สิงคโปร์ (159)
2. เยอรมนี (158)
3. สวีเดนเกาหลีใต้ (157)
4. เดนมาร์ก ฟินแลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร (156)
5. ลักเซมเบิร์ก สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย โปรตุเกส (155)
6. มาเลเซีย ไอร์แลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา (154)
7. ออสเตรเลีย กรีซ นิวซีแลนด์ (153)
8. มอลตา สาธารณรัฐเช็ก ไอซ์แลนด์ (152)
9. ฮังการี (150)
10. สโลเวเนีย โปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย (149)

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/ 0
แฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์หลายล้านคนในมาเลเซีย http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/#respond Tue, 02 Jan 2018 18:17:26 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31677 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในมาเลเซียจำนวน 46.2 ล้านรายถูกขโมยไป โดยสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

เว็บไซต์ lowyat.net เผยว่าว่าแฮกเกอร์ได้ข้อมูลที่อยู่ เลขบัตรประจำตัว ข้อมูลในซิมการ์ด และรายละเอียดส่วนตัวของประชากรมาเลเซียเกือบทั้งหมดจำนวน 32 ล้านคน โดยชาวมาเลเซียจำนวนมากมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายหมายเลข

เว็บไซต์ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือ 46.2 ล้านหมายเลขรั่วไหลออกมาตามช่องทางออนไลน์ ในรายงานติดตามผลการดำเนินงาน แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่ามีคนพยายามขายข้อมูลที่ได้มาจากการโจรกรรมมาตั้งแต่ปี 2014 โดยข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ประกอบไปด้วยบันทึกจากสภาการแพทย์มาเลเซีย สมาคมแพทย์มาเลเซียและสมาคมทันตกรรมมาเลเซียอีกด้วย ข้อมูลดังกล่าวประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวเช่น ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์

คณะกรรมการธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) กล่าวว่าขณะนี้หน่วยงานกำลังร่วมมือกับตำรวจเพื่อเร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว ทางตำรวจได้บอกว่าการสืบสวนสอบสวนถูกนำโดยกรมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดีย ซึ่งขั้นตอนต่างนั้น ๆ ทั้ง MCMC และสำนักงานตำรวจไม่สามารถเข้าถึงได้

โดยนายกาวิน เชาว์ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์กล่าวว่าแฮกเกอร์อาจทำให้มาเลเซียกลายเป็นเป้าโจมตีของการโจรกรรมข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ โดยนักต้มตุ๋นอาจแกล้งทำเจ้าของเบอร์ โทรศัพท์หรือส่งข้อความจากโทรศัพท์ เพราะพวกเขามีรายละเอียดส่วนบุคคลของเป้าหมายไว้แสดงตัวตน ผู้ใช้รายอื่นอาจถูกหลอกว่าโอนเงินหรือติดตั้ง “โปรแกรม telco” ที่มีมัลแวร์หรือสปายแวร์แฝงอยู่ สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เพื่อหลอกลวงเป้าหมายได้ในอนาคต นายเชาวกล่าวว่าผู้ใช้จำเป็นต้องตื่นตัวเมื่อรับสายและข้อความจากคนแปลกหน้า และไม่ควรหลงเชื่อแชร์รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมในการโอนเงินหรือติดตั้งแอพพลิเคชั่น

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/feed/ 0
ตำรวจมาเลเซียจับกุมวัยรุ่นและผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวกับการก่อการร้าย http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#respond Tue, 02 Jan 2018 17:05:56 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31673 ตำรวจมาเลเซียได้ควบคุมตัวเยาวชนอายุ 18 ปีในรัฐกลันตันทางตะวันออกเฉียงจากเหตุประกอบระเบิดและสงสัยว่ามีการเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย

นายตัน ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี ฮารัน หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในวัยรุ่นหลายคนที่ถูกจับกุมเนื่องจากต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนกต่อต้านการก่อการร้ายในสาขาพิเศษของมาเลเซียได้จับกุมผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศทั้งหมด 45 คน ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึง 6 ตุลาคมในปีนี้

การจับกุมครั้งนี้ นายฮารันกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพบข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยข่าวกรองจากรัฐอิสลาม ในอิรักและซีเรีย (ISIS) โดยคำสั่งคือให้แทรกซึมเข้าไปในประเทศอื่นเพื่อโจมตีหลังจากสูญเสียฐานที่มั่นส่วนใหญ่ในอิรักและ ซีเรีย

ตำรวจยังได้ค้นเจอหลักฐานความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงการส่งทหารไปยังมาเลเซียเพื่อเริ่มโจมตีอีกด้วย โดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องมีทั้งกลุ่ม ISIS กลุ่มอาบูซิยาฟ และจามามูฮัมหมัด โดยสมาชิกเหล่านี้ที่ทางเข้ามาในมาเลเซียเป็นที่ต้องสงสัยว่าจะวางแผนเปิดการโจมตีที่นี่ แต่ผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ (จากหลายกลุ่ม) ต่างก็สงสัยว่าจะหาที่พักพิง และเก็บเงินเพื่อวางแผนการโจมตีหรือใช้มาเลเซียเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อเปิดการโจมตีในประเทศอื่น ๆ

นายฮารันยังเปิดเผยว่าจำนวนผู้ก่อการร้ายชาวต่างชาติที่ถูกจับนั้นมี 31 คน บางส่วนเป็นสมาชิกของ ISIS มี 3 คนระบุว่าเป็นผู้บัญชาการทหารของอิรัก ส่วนคนอื่น ๆ ประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ก่อการร้ายเก้าคนจากองค์การก่อการร้าย Fetullah ขณะที่อีกบางกลุ่มเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุจาฮีดีนในบังคลาเทศ จนถึงปัจจุบัน 13 คนถูกนำตัวขึ้นศาล 12 คนถูกส่งกลับไปยังประเทศต่างๆ 7 ประเทศ ส่วนที่เหลือยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบ

ที่มา straistimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/ 0
โจโกวีย้ำกองทัพไม่ควรเล่นการเมือง http://aseanwatch.org/2017/12/29/joko-military/ http://aseanwatch.org/2017/12/29/joko-military/#respond Fri, 29 Dec 2017 10:03:24 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31644 นายโจโก วิโดโด (โจโกวี) ประธานาธิบดีอินโดนีเซียย้ำชัดว่ากองทัพอินโดนีเซียควรอยู่ห่างจากการเมืองและควรรักษาคำมั่นที่จะภักดีต่อรัฐ และรัฐบาล เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปีการก่อตั้งกองทัพอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

ความเห็นดังกล่าวของนายวิโดโดเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างการกระทำและสิ่งที่นักวิเคราะห์เห็นว่าเป็นความทะเยอทะยานทางการเมืองของพล.อ.การ์ตอต นูร์มานต์โย (Gatot Nurmantyo) ผู้บัญชาการกองกำลังทั่วไปผู้สนับสนุนความคิดที่ว่าอินโดนีเซียกำลังถูกล้อมด้วย “สงครามตัวแทน” (Proxy wars) ที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงของต่างประเทศ รวมถึงภัยคุกคามครั้งใหม่ของฝ่ายคอมมิวนิสต์

กองทัพอินโดนีเซียถือเป็นกองกำลังแห่งชาติที่มีสถานะเหนือชนชั้นอื่นๆ และกลุ่มต่างๆ โดยไม่ได้ถูกแบ่งจากกลุ่มอื่นด้วยผลประโยชน์ทางการเมืองแคบๆ และในทางปฏิบัติก็ไม่ได้เข้าสู่เวทีการเมืองด้วย นายวิโดโดกล่าวในขณะที่นั่งอยู่ข้างนายนูร์มานต์โยระหว่างชมขบวนแห่ของกองทัพในท่าเรือเมือง Cilegon

“การเมืองและความจงรักภักดีต่อประเทศชาติและรัฐสำหรับกองทัพ หมายถึงความจงรักภักดีในการสู้รบเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ความจงรักภักดีในการรักษาความสมบูรณ์ของดินแดน รักษารัฐบาลกลางของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย รวมถึงความจงรักภักดีต่อรัฐบาลอินโดนีเซียที่มีความชอบธรรม นายวิโดโดกล่าวเสริม ทั้งนี้ในฐานะประธานาธิบดีนั้นเขายังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีกตำแหน่งด้วย

สำหรับภูมิหลังของกองทัพอินโดนีเซีย (The Indonesian armed forces: TNI) นั้นมีบทบาทสำคัญในด้านการเมือง และสังคมอินโดนีเซียมานานนับสามสิบปีภายใต้ระบอบเผด็จการของนายซูฮาร์โตซึ่งเป็นอดีตนายพลผู้ครองอำนาจหลังจากการกวาดล้างสังหารกลุ่มคนราว 500,000 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในปีค.ศ. 1965

นับตั้งแต่ประเทศเปลี่ยนผ่านไปเป็นระบอบประชาธิปไตย TNI ก็ได้ถอนตัวออกจากพื้นที่ทางการเมือง แต่อดีตนายพลยังคงมีบทบาทโดดเด่นในทางการเมืองอย่างเป็นทางการ และยังคงสถานะนำในสังคมอยู่ นักวิเคราะห์การเมืองบางคนกล่าวว่านายนูร์มานต์โยมีความทะเยอทะยานทางการเมืองที่ชัดเจนและกล่าวหาว่าเขาช่วยกระตุ้น “ความกลัวสีแดง” ซึ่งมุ่งเป้าโจมตีไปที่ประธานาธิบดีนักปฏิรูป (นายวิโดโด) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกหลานของพรรคคอมมิวนิสต์

ทั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้วนายนูร์มานต์โยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารตรวจดูภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อในยุคซูฮาร์โต ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆาตกรรมนายพล 6 นาย และการสังหารผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นในปี 1965 อีก ในการแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวสัปดาห์นี้ นายนูร์มานต์โยปฏิเสธว่านายวิโดโดได้ตำหนิเขาเกี่ยวกับประเด็นปัญหาเรื่องการสั่งซื้ออาวุธ หรือการที่เขาเข้าไปแทรกแซงทางการเมือง โดยกล่าวว่า TNI ยังคงเป็นกลางในทางการเมืองในทางปฏิบัติ เขาเสริมอีกว่าผู้บัญชาการของ TNI ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่การเมืองของเขาเป็นการเมืองในนามของรัฐไม่ใช่การเมืองในทางปฏิบัติ ในฐานะผู้บัญชาการต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/29/joko-military/feed/ 0
อินโดนีเซียเสนอการแบ่งปันข่าวกรองเพื่อติดตามการก่อการร้าย http://aseanwatch.org/2017/11/28/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/ http://aseanwatch.org/2017/11/28/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/#respond Tue, 28 Nov 2017 05:33:40 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31498 พลเอกรามิชาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเซีย กล่าวว่าอินโดนีเซียจะเสนอโครงการการแบ่งปันข่าวกรองร่วมกันระหว่างสมาชิกของสมาคมอาเซียนเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นของกลุ่มก่อการร้ายที่นับถือศาสนาอิสลามหัวรุนแรง

เหตุการณ์ความไม่สงบทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นกังวล เนื่องจากทั้งสามประเทศต้องรับมือกับการก่อการร้าย ร่วมกัน โดยมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (Islamic State: IS) ในอิรักและซีเรียจะได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มก่อการร้ายในท้องถิ่นที่ประกาศความจงรักภักดีต่อกลุ่มไอเอส

พลเอกรามิชาร์ด ราชูดู กล่าวว่าเขาจะเสนอโครงการริเริ่มในชื่อ “Our Eyes” ในที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) ณ ประเทศฟิลิปปินส์ที่กำลังจะถึงนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งในภาคพื้นสมุทร อากาศ และการแลกเปลี่ยนข้อมูล เขากล่าวว่าอาเซียนจะต้องปรับในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวเมื่อมีโอกาสหารือกันในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม

นายราชูดูได้กล่าวในระหว่างการร่วมลาดตระเวนทางอากาศระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ โดยการลาดตระเวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่ม และข้อตกลงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับทั้งสามประเทศ ซึ่งรวมถึงการลาดตระเวนทางทะเลและการแบ่งปันข่าวกรองซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเชื่อมโยงพื้นที่เขตแดนรอบทะเลซูลูซึ่งมีกลุ่มเคลื่อนไหวที่อาจเกี่ยวข้องกับ ISIS แฝงตัวอยู่

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/11/28/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/ 0
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 http://aseanwatch.org/2017/11/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-2/ http://aseanwatch.org/2017/11/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-2/#respond Fri, 24 Nov 2017 13:44:01 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31494 การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2560 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยการประชุมครั้งนี้นอกจากผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิก พร้อมผู้นำและตัวแทนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ แล้วนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้เข้าร่วมประชุมด้วย สำหรับประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมครั้งนี้มีดังต่อไปนี้

การออกแถลงการณ์ร่วมของชาติผู้นำอาเซียนได้เน้นไปถึงเรื่องการทำงานร่วมกันของชาติสมาชิกในการเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาเรื่องการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก มีการกำหนดถึงวิสัยทัศน์อาเซียนในปี 2025 รวมถึงนำเสนอความก้าวหน้าในหลักการและโครงการต่อเนื่องของประชาคมในด้านต่าง ๆ

ทว่าประเด็นเรื่องการกวาดล้างชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ของเมียนมานั้นกลับไม่ได้รับการกล่าวถึงในร่างแถลงการณ์ดังกล่าว แม้ความตอนหนึ่งในร่างแถลงการณ์จะพูดถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ผู้เคราะห์ร้ายและตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัติทางธรรมชาติในเวียดนาม การต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (กลุ่มไอเอส) ในฟิลิปปินส์ รวมถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบบริเวณทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ แต่กลับไม่มีการชี้แจงเพิ่มเติมถึงการที่กองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรง ต่อต้านและปราบปรามกลุ่มคนที่พวกเขามองว่าเป็นคนนอกโดยมิได้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน

สำหรับประเด็นต่อมาคือเรื่องของข้อพิพาททะเลจีนใต้นั้นอาเซียนและนายหลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีของจีน ได้แสดงจุดยืนต่อกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ โดยมองว่า การเร่งจัดพิมพ์แบบแผนข้อพึงปฏิบัติ (Code of Conduct) ต่อกรณีพิพาทดินแดนที่เกิดขึ้น จะมีส่วนช่วยทำให้เกิดความมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้นภายในภูมิภาค

และประเด็นสุดท้ายที่น่าจับตามองคือปัญหาความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ชี้ว่าอาเซียนจะเป็นกลไกสำคัญในการยุติปัญหานิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี เขายังได้กล่าวชื่นชมถึงผลงานและความสำเร็จของอาเซียนในการดูแลพลเมืองกว่า 625 ล้านคนและเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในการเดินหน้าอย่างมีพลวัตตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา

ที่มา asean.org, standard.co

]]>
http://aseanwatch.org/2017/11/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-2/feed/ 0
ทรัมป์เตรียมเข้าร่วมการประชุมสหรัฐฯ-อาเซียนที่ฟิลิปปินส์ระหว่างเยือนเอเชีย http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2/#respond Mon, 16 Oct 2017 19:13:28 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31404 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางไปเยือน 5 ประเทศในเอเชียช่วงเดือนพฤศจิกายนระหว่างการเดินทางมาราธอน ซึ่งส่วนใหญ่มีมุ่งเน้นไปที่ความพยายามในการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ

เส้นทางการเดินทางของนายทรัมป์เป็นการเดินทางผ่านประเทศมหาอำนาจเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้และจีน ซึ่งผู้นำของประเทศเหล่านี้ได้มีการพบปะกับนายทรัมป์ก่อนหน้านี้แล้วเพื่อเพิ่มแรงกดดันไปยังเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตามนายทรัมป์ยังจะเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจและความมั่นคงระดับอนุภูมิภาคในเวียดนาม และฟิลิปปินส์อีกด้วยโดยการเดินทางในครั้งนี้จะเริ่มจากวันที่ 3 ไปจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายนจากการประกาศของทำเนียวขาว

ในแถลงของทำเนียบขาวกล่าวว่าการเข้าร่วมประชุมของประธานาธิบดีจะเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างประเทศในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และทำให้แน่ใจได้ว่าการประนีประนอมข้อพิพาทนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี จะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ตรวจสอบได้ และไม่สามารถยกเลิกได้ง่าย

อย่างไรก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่านายทรัมป์จะประชุมกับผู้นำประเทศเวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ในระดับทวิภาคีหรือไม่ ซึ่งในส่วนของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตแห่งฟิลิปปินส์นั้นเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในกรุงมะนิลา นายดูแตร์เตได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติในเรื่องการปราบปรามการค้ายาเสพติดที่โหดร้ายของรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้มีการฆ่าตัตดอนนับพันครั้ง โดยนายทรัมป์ได้กล่าวยกย่องสงครามยาเสพติดของนายดูแตร์เตผ่านทางโทรศัพท์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ประธานาธิบดีอเมริกันพยายามหาแนวร่วมกดดันให้จีนมาร่วมกดดันเกาหลีเหนือมากขึ้น

คาดว่าในการเดินทางครั้งนี้นายทรัมป์จะมุ่งหารือในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้าเป็นพิเศษ เขากล่าวว่ารัฐบาลของเขามีความตั้งใจที่จะทบทวนข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับเกาหลีใต้ซึ่งได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีบารักโอบามาในปี 2554 ใหม่อีกด้วย

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/ 0
มาเลเซีย และอินโดนีเซียเพิ่มการลาดตระเวนชายแดนมุ่งลดความรุนแรง http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:23:41 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31390 มาเลเซีย และอินโดนีเซียจะเพิ่มจุดตรวจการณ์บริเวณชายแดนอีก 5 จุด ในซาบาห์ ซาราวัก และกาลิมันตันเพื่อระงับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีในภูมิภาค

ดาโต๊ะ ซรี ฮิชามมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย กล่าวว่าภายหลังจากที่ได้หารือกับรีอามิซาร์ด รีอาคูดูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในระหว่างการประชุมทั่วไปของคณะกรรมการชายแดนครั้งที่ 40 นายฮิชามมุดดินกล่าวว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันว่ามีความจำเป็นมากที่จะต้องรักษาความมั่นคงในภูมิภาคซึ่งการเพิ่มจุดตรวจอีกห้าจุดนั้นจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าการลักลอบเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีจะยุติลง

นายฮิชามมุดดินเสริมว่านอกจากการเพิ่มจุดตรวจแล้ว การเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในระดับไตรภาคีโดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงบรูไนและสิงคโปร์ในฐานะผู้สังเกตการณ์ก็จะถูกขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์ “สามง่าม” ร่วมไปกับการลาดตระเวนบนบก และอากาศ โดยการลาดตระเวนร่วมทางอากาศนั้นจะเริ่มในวันที่ 12 ตุลาคมที่ฐานทัพอากาศสุบัง ในส่วนของการลาดตระเวนทางบกนั้นก่อนการเริ่มลาดตระเวนจะมีการฝึกร่วมระหว่างกองกำลังของแต่ละประเทศ

เขายังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่มาราวี ฟิลิปปินส์ และรัฐยะไข่ของพม่าว่ามาเลเซียและอินโดนีเซียยินดีที่จะช่วยประเทศเพื่อนบ้านทันทีหากได้รับการร้องขอ โดยประเด็นสำคัญ ๆ คือ ปัญหาด้านมนุษยธรรม เช่น โรคเอดส์ และการขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น น้ำและอาหาร อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่องของผู้ผลัดถิ่นนับพันคนที่ต้องหลบหนีออกมาจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และมีความสุ่มเสี่ยงต่อการไปเข้าร่วมกับพวกทหารรับจ้าง และกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งนายฮิชามมุดดินย้ำว่าต้องหามาตรการป้องกันมิให้คนเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มอย่าง IS และประเด็นนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่จะหารือต่อไปในการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 11 ในเดือนหน้า ณ กรุงมะนิลา

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/ 0
เทศกาลเบียร์มาเลเซียถูกยกเลิกหลังผู้ไม่ประสงค์ดีขู่ป่วน http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b9/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b9/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:17:52 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31387 ตำรวจมาเลเซียระบุว่ากลุ่มก่อการร้ายกำลังวางแผนที่จะโจมตีเทศกาลเบียร์ที่จะจัดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถูกยกเลิกหลังจากการประท้วงจากกลุ่มอิสลาม

“เทศกาลเบียร์ที่ดีกว่า” ซึ่งวางแผนจะจัดในเดือนหน้า ถูกยกเลิกในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่พรรคการเมืองอิสลามที่มีอิทธิพลสูงเตือนว่าอาจทำให้เมืองกลายเป็น “ศูนย์กลางเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” ซึ่งขัดกับหลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม

นักการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหลายเชื้อชาติในมาเลเซียออกมาโต้แย้ง และวิพากษ์วิจารณ์การยกเลิกเทศกาลดังกล่าวว่ากลุ่มการเมืองอิสลามเกรงว่ากลุ่มของพวกตนซึ่งเป็นคนส่วนน้อย และมีหลากหลายชาติพันธุ์จะมีอิทธิพลมากขึ้น แต่นายมูฮัมเหม็ด ฟูซี่ ฮารันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวยืนยันว่าว่าทางตำรวจได้รับข้อมูลว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีบางกลุ่มวางแผนที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายและทำลายระหว่างการจัดงานเทศกาลซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาห้าปี โดยให้เหตุผลว่าเพราะงานเทศกาลนั้นเป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้ของพวกเขา ทั้งนี้ผบ.ตร.ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นผู้ก่อการร้ายกลุ่มไหน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น ตำรวจจึงได้ตัดสินใจที่จะคัดค้านการจัดเทศกาลดังกล่าวและได้ยื่นเรื่องไปยังผู้จัดงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว

การดื่มแอลกอฮล์ถือเป็นเรื่องธรรมดาในมาเลเซียซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และมีคนจีน และคนอินเดียเป็นคนส่วนน้อย อย่างไรก็ตามการประท้วงต่อต้านเหตุการณ์ งาน หรือเทศกาลต่างๆ ที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาอิสลาม และไม่เป็นไปตามคำสอนของศาสนาโดยนักการเมืองจากพรรคอิสลาม และกลุ่มที่เคร่งศาสนาเองก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับเป็นความท้าทายของสังคมพหุวัฒนธรรมในมาเลเซียเป็นอย่างมาก

ที่มา thejakartapost.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b9/feed/ 0