ลาว – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 ลาว (1-15 ธ.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:51:43 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31596 ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน “เสียงแคน” ของลาวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

66

เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศว่า เสียงแคนของชาวลาว ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากยูเนสโก โดยระบุว่า เสียงแคนของชาวลาวซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแบบเป่า ทำขึ้นจากการประกอบขลุ่ยหลายเลา ซึ่งทำขึ้นจากลำไผ่ที่มีความยาวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างเสียงที่แตกต่างกัน และผู้เล่นจะต้องเป่าลมเข้าไปภายในเพื่อสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา

เพลงที่บรรเลงจากแคนเป็นที่นิยมกันอย่างมากในทุกภูมิภาคของประเทศลาว และนิยมนำไปเล่นกันตามงานเทศกาลตามหมู่บ้านต่างๆ และเพื่อให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับเพลงและการเต้นรำ แทนที่จะนั่งฟังเฉยๆ

เพลงที่เล่นจากแคนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวลาวที่สนับสนุนการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างครอบครัวและสังคม โดยครอบครัวถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดศิลปะและคนเป่าแคนให้ยังคงอยู่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ยังมีการเรียนศิลปะเหล่านี้อยู่ โดยในหลายชุมชนท้องถิ่น สมาคมและกลุ่มต่างๆได้ริเริ่มการสนับสนุนการศึกษาทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ในปี 2548 ได้มีการก่อตั้งสมาคมศิลปะแคนขึ้น และมีงานเทศกาลอีกหลายงานที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนศิลปะแคน

แหล่งที่มา: prachachat.net

 

สะพานข้ามโขงเมียนมา-ลาว เปิดใช้ไม่ได้ ปัญหาว้าแดง-รัฐฉาน แผนOne Belt One Roadจีนสะดุด

phu04041260p1

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก “เมืองเชียงลาบ เมียนมา-เมืองลอง สปป.ลาว” เปิดใช้ไม่ได้ เหตุติดปัญหาเขตอิทธิพลกลุ่มว้าแดง-รัฐฉาน แผนเชื่อม One Belt One Road จีนสะดุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว ได้ร่วมกันก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกเชื่อมระหว่างเมืองเชียงลาบ ประเทศเมียนมา กับเมืองลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว

ห่างจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประมาณ 106 กิโลเมตร และติดกับท่าเรือเชียงกกซึ่งเป็นเมืองท่าในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว กึ่งกลางระหว่างเส้นทางไทย-จีนตอนใต้ โดยมีพิธีเปิดสะพานเมื่อกลางปี 2558 แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดใช้ด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่งให้เป็นด่านถาวรอย่างเป็นทางการ มีเพียงเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ไม่กี่คน และการสัญจรระหว่างกันยังมีน้อยมาก

นายวิไช บุนสุวัน หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงกก เมืองลอง สปป.ลาว กล่าวว่า หลังจากเปิดสะพานไปแล้วก็ยังไม่มีการเปิดด่านพรมแดนเป็นด่านถาวรในปัจจุบันเป็นลักษณะของจุดผ่อนปรนที่มีชาวบ้านทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวหรือบอร์เดอร์พาสผ่านไปมาลักษณะเยี่ยมเยียนกันของญาติมิตรระหว่างหมู่บ้าน 2 ฝั่งเท่านั้น โดยทางการลาวทำเป็นเอกสารบอร์เดอร์พาสให้ข้ามไปมาได้ชั่วคราว รวมทั้งไม่มีการขนส่งสินค้าใหญ่ ๆ เพราะไม่ใช่ด่านสากล เนื่องจากทางการเมียนมายังไม่ได้เปิดด่านให้เป็นสากล ขณะที่ฝั่ง สปป.ลาว นั้นมีความพร้อมและส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำการอยู่แล้ว

“การเปิดด่านพรมแดนเมียนมา-สปป.ลาวดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางตามโครงการวันเบลต์วันโรด (One Belt One Road) ของประเทศจีนที่จะเชื่อมโยงระหว่างจีนตอนใต้และเส้นทางใน สปป.ลาว ทั้งทางเรือแม่น้ำโขงเข้าสู่ประเทศเมียนมา และไปยังถนนอาร์สามบี-อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยปัจจุบันมีอาคารสถานที่พร้อมสรรพแต่เนื่องจากยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการทำให้เจ้าหน้าที่ของลาวยังคงประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ตรงท่าเรือเชียงกกเพื่อดูแลการเข้าออกเมืองทางเรือแม่น้ำโขงไปก่อน”

นายวิไชกล่าวอีกว่า เนื่องจากยังไม่เปิดด่านตรงสะพานอย่างเป็นทางการ ทำให้ปัจจุบันยังคงใช้ท่าเรือแม่น้ำโขงเป็นจุดเข้าออกหลัก แต่มีสถานะเป็นเพียงจุดผ่อนปรน โดยตั้งอยู่ห่างจากชายแดนจีน-สปป.ลาว ทางแม่น้ำโขงประมาณ 167 กิโลเมตร และทางบกตรงจุดผ่อนปรนด่านปางไฮ แขวงหลวงน้ำทา ติดกับเมืองมาง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน 71 กิโลเมตร

นอกจากนั้น ยังห่างจากเมืองหลวงน้ำทาบนถนนอาร์สามเอที่เชื่อม อ.เชียงของ-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ประมาณ 130 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมของภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อยังไม่เป็นด่านสากลทำให้การเดินทางไม่สามารถไปเรือกลับรถ หรือไปทางรถแล้วเปลี่ยนมาเดินทางด้วยเรือไม่ได้

แหล่งที่มา: prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
ลาว (16-31 ธ.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:45:14 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31593 ยูเอ็นเร่งเร้า ‘ลาว’ เพิ่มความช่วยเหลือเเก่เหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์

525765E6-498F-4378-8343-6F6AD6DBC9B0_w1023_r1_s

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลักลอบค้าเด็กเเห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรียกร้องให้รัฐบาลลาวช่วยเหลือทางสวัสดิการสังคมเเก่เด็กที่เป็นเหยื่อของการลักลอบค้ามนุษย์ เเละเพิ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อต่อต้านปัญหานี้

โมด เดอ โบเออร์-บูควิกคีโอ (Maud De Boer-Buquicchio) ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าเเละการเอาเปรียบเด็กทางเพศ ได้ออกคำเรียกร้องนี้หลังจากการเดินทางไปดูงานที่ประเทศลาว ในช่วงที่ลาวกำลังเพิ่มความพยายามทางกฏหมายและมีการรณรงค์ต่อต้านการละเมิดทางเพศเด็กเเละการลักลอบค้าเด็ก

เดอ โบเออร์-บูควิกคีโอ เห็นด้วยกับแผนงานของกระทรวงเเรงงานเเละสวัสดิการสังคมของลาว ในการพัฒนาเครือข่ายพิทักษ์เด็กในหมู่บ้านเละอำเภอ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการกองทุนเพื่อเด็กเเห่งสหประชาชาติ (UN’s Children’s’ Fund) หรือ UNICEF กับหน่วยงานพัฒนาเอกชนต่างๆ เเต่เธอกล่าวว่า งานด้านนี้ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง เเละยังเป็นระบบอาสาสมัครเท่านั้น

เธอเรียกร้องให้มีการเพิ่มความพยายามให้มากขึ้นกว่านี้ ในการเฝ้าระวังเเละป้องกันการเอารัดเอาเปรียบทางเพศกับเด็กหญิง เเละการใช้เเรงงานเด็กชาย

เดอ โบเออร์-บูควิกคีโอ กล่าวว่า จากการสัมภาษณ์เหยื่อเเละผู้เกี่ยวข้องกับการปกป้องเด็กเเละผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ตนบอกได้ว่ายังมีปัญหาอีกมากมายในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการลักลอบค้าเด็ก

ลาวยังคงเป็นหนึ่งในรายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ จับตามอง ในประเด็นการเฝ้าระวังเเละต่อต้านการลักลอบค้ามนุษย์ เเละเเม้ว่าลาวยังไม่ผ่านข้อกำหนดมาตรฐานในการกำจัดการลักลอบค้ามนุษย์ แต่ลาวมีความคืบหน้าที่สำคัญหลายอย่างในการพยายามเเก้ปัญหานี้

แหล่งที่มา: voathai.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
ลาว (16-30 พ.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:40:51 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31590 จับนายทุนชาวลาวข้ามโขงมาซื้อไม้พะยูง 15 ท่อน

พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ได้รับการประสานจาก นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หน.อุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กำลังติดตามรถกระบะแค็บ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน 1 ฒก 87 กรุงเทพมหานคร ขับนำหน้ารถกระบะ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฒร 6836 กทม. ลักลอบขนไม้ออกมาจากอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยได้ติดตามรถทั้ง 2 คัน มาไกลกว่า 600 กม. ขอสนับสนุนกำลัง

ซึ่งรถ 2 คันใช้ความเร็วกำลังเข้าพื้นของ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร จึงมอบหมายให้ พ.ท.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร นำกำลังร่วมสกัด รถทั้ง 2 คัน อาศัยความชำนาญทางขับหนีเข้าไปจอดอยู่หน้าบ้านของ นายเจนวิทย์ บรรเทา ซึ่งเป็นคนขับรถคันขนไม้ บ้านคำบง ม.4 ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

แต่เมื่อข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าล้านกว่าบาท และยังพบรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ภว 8789 สะหวันนะเขต สปป.ลาว จอดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถพบ เท้าวิไลพอน อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 125 บ้านไชยะพูม เมืองไกสอนพมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว สอบสวนทราบว่าเป็นชาวลาว รับสภาพว่าเป็นนายทุนข้ามมาจากฝั่งลาวนัดหมายกันมาดูไม้และต่อรองราคากัน ถูกใจซื้อขายแล้วจะมีข้อตกลงกันอีกว่า จะให้คนไทยขนข้ามโขงไปส่งให้หรือจะให้คนลาวข้ามมาเอาเองแล้วแต่ตกลงกัน เมื่อตกลงกันแล้วจะใช้เรือติดเครื่องยนต์หางยาวส่งให้กันตามแนวชายแดนริมฝั่งโขง ซึ่งการลักลอบค้าขายไม้พะยูงกันแบบนี้ มีมายาวนานจนป่าไม้พะยูงในพื้นที่มุกดาหารรู้จนหมดแล้ว แต่ขบวนการค้าไม้พระยูงยังไม่ยอมหยุด สร้างขบวนการค้าไม้ข้ามชาติที่อยู่ต่างจังหวัดเข้าร่วมขบวนการขยายเครือข่ายออกเป็นวงกว้างยังจุดที่ต้องการ

เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อขยายผลหากลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางไม้พะยูงนำส่งป่าไม้ มห.5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/feed/ 0
ลาว (16-30 ก.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560-2/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560-2/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:00:15 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31570 มวลน้ำทะลักออกจากเขื่อนน้ำอ้าวในลาว

j6jgkc9gg8kb9die8c77d

เป็นข่าวใหญ่ในเมืองลาว เมื่อ “เขื่อนน้ำอ้าว” ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเริ่มเก็บกักน้ำบางส่วน ได้เกิดเหตุ “เขื่อนแตก”ทำให้มวลน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อน และซัดเอาท่อนซุงจำนวนมากจากที่สูงลงสู่ที่ราบอย่างรวดเร็วในตอนบ่ายวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

ประมาณว่า มวลน้ำ 5 แสนลูกบาศก์เมตร ได้บ่าท่วม 8 หมู่บ้าน ในเขตเมืองท่าโทม แขวงไซสมบูน สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ,เรือกสวนไร่นา และถนนหนทาง

ปัจจุบัน ลาวมีเขื่อนไฟฟ้า 45 โครงการ กับ 1 โรงไฟฟ้าถ่านหิน และกำลังก่อสร้าง 54 โครงการ ซึ่งจะทำให้ครบ 100 โครงการในปี 2021 และมีกำลังติดตั้งถึง 13,000 เมกะวัตต์

แหล่งที่มา: komchadluek.net

ชาวบ้านลาวเก็บปลาตายจำนวนมากหลังเขื่อนน้ำอ้าวแตก 

fish

สำนักข่าวโทละโข่งของลาวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่เขื่อนน้ำอ้าวแตกเมื่อบ่ายวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบหนักต่อสิ่งปลูกสร้างของประชาชนและไร่นา สวนของชาวบ้าน ซึ่งทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างก็พร้อมที่จะชดเชยและช่วยเหลือโดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางหน่วยงานภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหารของประชาชนก็คือ สภาพของแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีปลาตายจำนวนมากหลังจากที่เขื่อนแตก ซึ่งมีทั้งปลาขนาดใหญ่ เล็กและปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งนักสิ่งแวดล้อมได้ให้ความเห็นถึงผลกระทบในครั้งนี้ว่าร้ายแรงมากกับสภาพแวดล้อมของแม่น้ำสายนี้ และอาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูให้เป็นเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะพันธุ์ปลาที่ตายไปจากสภาพน้ำขุ่นและดินตะกอน เศษซากไม้ ทำให้ปลาหายใจไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงยากที่จะเรียกร้องให้หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองแหล่งน้ำตรวจสอบอย่างจริงจัง และหาทางเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น ทางบริษัทที่ก่อสร้างเขื่อนก็ต้องมีส่วนในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะแม่น้ำสายนี้คือชีวิตของประชาชนในหลายหมู่บ้าน

ทั้งนี้เขื่อนน้ำอ้าวกำลังก่อสร้างโดยบริษัทโพธิ์ทอง อินเตอร์กรุ๊ป ซึ่งเขื่อนตั้งอยู่ที่เมืองท่าโทน แขวงเซียงขวาง และตัวแทนบริษัทให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เวียงจันทร์ไทม์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นจึงยังไม่สามารถให้คำตอบเรื่องการชดเชยใดๆ ได้

แหล่งที่มา: transbordernews.in.th

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560-2/feed/ 0
ลาว (1-15 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Mon, 18 Sep 2017 14:29:34 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31179 รัฐบาลผลักดันโครงการ “เที่ยวลาว 2561”

p20_main_rn_0309_p20a_rn_1

รัฐบาลลาวเดินหน้าผลักดันโครงการ “เที่ยวลาว 2561” หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

สปป.ลาว ผลักดันโครงการการท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า “เที่ยวลาว 2561” (Visit Laos Year 2018) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายส่งเสริมการกิจกรรมการท่องเที่ยว หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ คาดว่าจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นปี 2561

นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังเล็งเห็นว่าการส่งเสริมโครงการดังกล่าวนั้น จะช่วยให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสนใจต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวจะถูกนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต่อไป

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว เติบโตอย่างคงที่มาเป็นเวลานานกว่า 42 ปี นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2518 ผ่านจุดเด่น 3 ประการสำคัญ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ความสวยงามทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม

แหล่งที่มา: thestar.com.my

 

สปป.ลาว เร่งแก้ทุจริต-เพิ่มความโปร่งใสกรณี “ลอตเตอรี่”

90757be5-01dc-4826-afb6-15cde61b2801

รัฐบาลลาวเร่งเดินสร้างสร้างความเชื่อมั่นในโครงสร้างสลากกินแบ่งรัฐบาลแก่ประชาชน

นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของลาว กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ประสานความร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเข้าดำเนินการปราบปรามการการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล เช่น การพนันบอล และการซื้อเสี่ยงโชคนอกระบบ เป็นต้น

สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย สามารถดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะได้รับการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่รัฐของ สปป.ลาว เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน การจัดการโครงสร้างสลากกินแบ่งรัฐบาลของลาวยังไม่เป็นระบบมากเพียงพอ อันก่อให้เกิดพฤติกรรมการต่อต้านสังคมเกิดขึ้นภายในประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อแสดงความโปร่งใส แต่จนถึงปัจจุบัน ทาง สปป.ลาว ก็ยังไม่ได้ออกมาตรการที่เป็นรูปธรรม

แหล่งที่มา: rfa.org

 

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
ลาว (16-31 ส.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/#respond Mon, 18 Sep 2017 12:33:36 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31175 ไทย-ลาว ร่วมถกปัญหาด้านแรงงาน

5babaekc8befcbeie8eh7

ทางการลาวเตรียมเปิดศูนย์รับแจ้งเพื่อเลือกใช้บริการบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งแรงงานมาทำงานในประเทศไทย 7 แห่ง ที่ สปป.ลาว ด้านทางการไทยลดขั้นตอนตามระบบ MOU ใช้หนังสือรับรอง (ใบจับคู่) แทนการยื่นขอโควต้าการจ้างแรงงานต่างด้าว และแทนหนังสือแจ้งความต้องการ (Demand Letter) ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศพร้อมอำนวยความสะดวกเพิ่มช่องทางการให้บริการกับแรงงานลาวที่ขอประทับตรา (VISA)

โดยผู้ประกอบธุรกิจนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีและกำหนดให้มีการวางหลักประกันเป็นจำนวน 5 ล้านบาท และแจ้งให้ทราบถึงผลการดำเนินการของศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ตามประกาศกระทรวงแรงงานว่ามีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาแจ้งความต้องการจำนวน 797,685 คน เป็นสัญชาติลาว จำนวน 100,470 คน

ผลการดำเนินงานของศูนย์คัดกรองความสัมพันธ์ความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง และได้รับหนังสือรับรองที่ออกโดยกระทรวงแรงงานไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม-5 กันยายน 2560 พบว่ามีแรงงาน 3 สัญชาติผ่านการสัมภาษณ์ จำนวน 653,025 คน เป็นแรงงานลาว 80,475 คน

แหล่งที่มา: komchadluek.ne

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/feed/ 0
ลาว (1-15 ส.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-2560/#respond Mon, 07 Aug 2017 19:16:39 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30838 ลาวจับมือจีนเดินหน้าก่อสร้างรถไฟ คาดแล้วเสร็จในปี 2565

136209772_14921808408781n

รัฐบาลลาวและจีนเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของลาว-จีน เริ่มต้นที่ด้านบ่อเต็นของลาวที่ติดกับด่านโมฮันของจีน (Mohan-Moten border) เพื่อเชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ โดยการก่อสร้างที่เกิดขึ้นประมาณร้อยละ 60 ของเส้นทางทั้งหมดนั้นเป็นสะพานและอุโมงค์

โครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น 5.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างลาวและจีนรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดของลาวเท่าที่เคยมีมา

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของลาว และเอกอัครรัฐทูตจีนประจำลาว ได้ทำพิธีเปิดการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ณ เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือด้านการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 417 กิโลเมตร

แหล่งที่มา: news.xinhuanet.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
ลาว (16-31 ก.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%81-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%81-%e0%b8%84-2560/#respond Sat, 29 Jul 2017 16:00:06 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30725 ลาวสำรวจผลกระทบจากโครงการรถไฟเพื่อจ่ายค่าชดเชย ปชช.

7421bcde-02ee-442b-908b-56d2c3eb599f

รัฐบาลลาวเดินหน้าออกสำรวจผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชน

Rattanamany  Khounnivong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการและการคมนาคมของลาว หนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานมีนโยบายจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชนที่ต้องย้ายออกจากที่อยู่อาศัยและพื้นที่เพาะปลูก เนื่องมากจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้ในการดำเนินโครงการฯ ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 84 ออกประกาศเมื่อเมษายน 2559

เบื้องต้น รัฐบาลลาวได้จัดประเทศการจ่ายค่าชดเชยออกเป็น 242 ประเภท เช่น ต้นขนุนและต้นมะม่วงอายุ 5 ปี หรือ 5 ปีขึ้นไป ไม้เนื้อแข็งและไม้สักอายุน้อยกว่า 1 ปี รวมถึงลำดับความสำคัญของสภาพที่ดิน ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับค่าชดเชยในอัตราที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

แหล่งที่มา: rfa.org

 

ลาวส่งหนัง 2 เรื่องเข้าชิงออสการ์ครั้งแรกในปีหน้า

hqdefault

ลาวเตรียมส่งภาพยนตร์ 2 เรื่องที่จัดทำโดยชาวลาวเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรกในปี 2561

สำนักข่าวสารปะเทดลาว (Lao News Agency: KPL) เปิดเผยว่า ลาวเตรียมส่งภาพยนตร์สองเรื่อง ได้แก่ Dearest Sister และ At the Horizon เพื่อเข้าประกวดชิงรางวัลออสการ์ในปี 2561 ซึ่งถือเป็นการส่งภาพยนตร์เข้าประกวดในเวทีสากลครั้งแรกของลาว

ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องข้างต้นได้รับการคัดเลือกเข้าประกวดในเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดทำขึ้นโดยผู้กำกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการทำหนังของลาว

Dearest Sister เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 24 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ At the Horizon เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลมาแล้วถึง 4 รายการ ได้แก่ Best Movie, Best Director, Best Male Actor และ Best Original Soundtrack ในงานประกาศรางวัลสาระบันเทิงของลาว (Lao Entertainment Awards) ซึ่งจัดทำโดยบริษัท Lao New Wave Cinema Productions จำกัด

แหล่งที่มา: news.xinhuanet.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/07/29/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%81-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
ลาว (1-15 มิ.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/06/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-2560/ http://aseanwatch.org/2017/06/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-2560/#respond Sun, 25 Jun 2017 16:20:34 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30619 ลาว เดินหน้าขยายสนามบินหลวงพระบาง

4BF67823D5DB4DD1BA1B0FBCB4C46598

สปป.ลาว เดินหน้าแผนพัฒนาสนามบินหลวงพระบาง หวังขยายฐานผู้โดยสาร เปลี่ยนแลนด์ล็อกเป็นแลนด์ลิงค์

นายทองวัน สีสุภากอน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานหลวงพระบาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางท่าอากาศยายมีนโยบายเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสนามบินหลวงพระบาง ระหว่างปี 2560-2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายอาคารพักผู้โดยสาร และปรับปรุงจุดจอดเครื่องบิน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะยื่นเสนอต่อรัฐบาลลาวภายในปี 2560 นี้

นอกจากนี้ นายทองวัน สีสุภากอน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตจะขยายสนามบินให้สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่างรุ่น 747 สอดคล้องกับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดจนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อเปลี่ยนจากแลนด์ล็อกเป็นแลนด์ลิงค์ ช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนมากสุดใน สปป.ลาว

ปัจจุบัน สปป.ลาว มีแผนพัฒนาท่าอากาศยานอื่นๆ ในประเทศภายใน 5 ปี เช่น ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต เป็นต้น เพื่อส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเน้นพัฒนาเพื่อสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ มาตรฐานการบินและความปลอดภัย พร้อมยกระดับการขนส่งทางอากาศเพื่อสนับสนุนประชากรลาว

แหล่งที่มา: posttoday.com

 

จีนเตือนพลเมือง หลังเกิดเหตุลอบยิงชาวจีนเสียชีวิตในลาว

14978590001497859525l

สถานทูตจีน เตือนพลเมืองที่อยู่ในลาว ระมัดระวังความปลอดภัย หลังเหตุคนจีนถูกยิงเสียชีวิต

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศลาว ออกประกาศเตือนผ่านเว็บไซต์ให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในลาวระมัดระวังตัว หลังพบชาวจีนถูกยิงเสียชีวิตในแขวงไชยสมบูรณ์ พร้อมขอให้รัฐบาลลาว ดำเนินการจับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว รวมถึงเพิ่มการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและองค์กรของชาวจีนในประเทศด้วย

ที่ผ่านมา ชาวจีนในลาวถูกทำร้ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทจีนได้ขยายบทบาทออกไปยังต่างประเทศ ตามโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt, One Road) ของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนคนปัจจุบัน โดยรัฐบาลจีนมองว่าลาวเป็นเส้นทางสำคัญที่จะเชื่อมมณฑลยูนนานไปออกทะเลตามเมืองท่าต่างๆ ในอาเซียน

สำหรับพื้นที่แขวงแขวงไชยสมบูรณ์ มีความขัดเเย้งระหว่างรัฐบาลลาวกับชนชาติม้งมาเป็นเวลานาน โดยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2559 ชาวจีน 2 คนเสียชีวิตในเหตุคล้ายการวางระเบิด และต่อมาในเดือนมีนาคม 2559 ก็เคยเกิดเหตุโจมตีบริษัทจีนที่เข้าไปลงทุนที่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งมีคนงานจีนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก

แหล่งที่มา: prachachat.net

]]> http://aseanwatch.org/2017/06/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1-15-%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-2560/feed/ 0 ลาว (16-31 พ.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2560/#respond Sun, 04 Jun 2017 17:41:07 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30412 กลุ่มอนุรักษ์ฯ เผยข้อมูลที่ MRC นำมาใช้ไม่สมบรูณ์

16_a_boat_makes_its_way_down_the_mekong_river_near_the_proposed_pak_beng_dam_site_downstream_of_chiang_khong_district_chiang_rai_pianporn_deetes_international_rivers

กลุ่มอนุรักษ์ฯ มองว่าผลการศึกษาที่ทางคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงนำมาใช้นั้นเป็นข้อมูลที่ล้าสมัย อาจส่งผลต่อการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำนานาชาติ (International Rivers: IR) กล่าวว่า ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) นำมาใช้เกี่ยวกับเขื่อนปากแบงนั้นไม่เพียงพอและล้าสมัยไปแล้ว เนื่องจากเป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2553 อีกทั้งยังเป็นการศึกษาที่มีกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง กล่าวว่า ผลการศึกษาที่ทางคณะกรรมาธิการฯ นำมาใช้นั้นมีข้อจำกัดอยู่จริง แต่การเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้ามาร่วมแสดงความเห็นก็ถือเป็นกระบวนการหนึ่งที่เป็นประโยชน์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมาธการฯ ได้เน้นย้ำว่า ตนไม่สามารถยับยั้งโครงการการก่อสร้างได้

ก่อนหน้านี้ ผู้แทนจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ได้ลงพื้นที่ไปยังเขื่อนพลังงานน้ำปากแบงของลาวเพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการประชุมผู้มีส่วนได้เสียในระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

การประชุมที่กำลังจะจัดขึ้นนี้ มีเป้าหมายในการนำเสนอเทคนิคการก่อสร้างเขื่อนพลังงานน้ำ สำหรับรับทราบข้อบกพร่อง และรับฟังคำแนะนำจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อเสนอที่ได้ไปใช้ในการจัดทำโครงการการสร้างเขื่อนฯ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560

แหล่งที่มา: phnompenhpost.com

 

ลาว หวังส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์

Nam-Ngum-1-Hydropower-project-I-believe-it-was-the-first-dam-constructed-in-Lao-PDR.-e1380552374837

สปป.ลาว เดินหน้านโยบายก้าวสู่การเป็นแบตเตอร์รี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการขยายการส่งไฟฟ้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์

นายสุพัน แก้วมีไซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน ระบุว่า ปีที่ผ่านมา สปป.ลาวส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ มูลค่ารวม 4,523.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้เปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศมากถึง 22.2% ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ สปป.ลาวขาดดุลการค้ากับต่างประเทศมาตลอด

ด้าน นายวีระพน วีระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ กล่าวว่า สปป.ลาวมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำอีก 4 เท่าตัวภายในปี 2030 โดยตั้งเป้าจะพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำทั้งหมดเกือบ 90 แห่ง ปัจจุบัน สปป.ลาวสามารถส่งออกไฟฟ้าพลังงานน้ำราว 2 ใน 3 ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ 3,200 เมกะวัตต์ พร้อมคาดว่าในปี 2563 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 24,000 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน สปป. ลาว ส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการส่งออกไฟฟ้าส่งไปยังมาเลเซียในเดือนกันยายน 2560 และส่งไปยังสิงคโปร์ให้ได้ในปี 2020

แหล่งที่มา: prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2017/06/05/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-16-31-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2560/feed/ 0