มาเลเซีย – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 มาเลเซีย (16 – 31 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Tue, 02 Jan 2018 18:19:26 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31680 ตำรวจมาเลเซียได้ควบคุมตัวเยาวชนอายุ 18 ปีในรัฐกลันตันทางตะวันออกเฉียงจากเหตุประกอบระเบิดและสงสัยว่ามีการเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย

fa-militant-20171013

นายตัน ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี ฮารัน หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในวัยรุ่นหลายคนที่ถูกจับกุมเนื่องจากต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนกต่อต้านการก่อการร้ายในสาขาพิเศษของมาเลเซียได้จับกุมผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศทั้งหมด 45 คน ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึง 6 ตุลาคมในปีนี้

การจับกุมครั้งนี้ นายฮารันกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพบข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยข่าวกรองจากรัฐอิสลาม ในอิรักและซีเรีย (ISIS) โดยคำสั่งคือให้แทรกซึมเข้าไปในประเทศอื่นเพื่อโจมตีหลังจากสูญเสียฐานที่มั่นส่วนใหญ่ในอิรักและ ซีเรีย

ตำรวจยังได้ค้นเจอหลักฐานความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงการส่งทหารไปยังมาเลเซียเพื่อเริ่มโจมตีอีกด้วย โดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องมีทั้งกลุ่ม ISIS กลุ่มอาบูซิยาฟ และจามามูฮัมหมัด โดยสมาชิกเหล่านี้ที่ทางเข้ามาในมาเลเซียเป็นที่ต้องสงสัยว่าจะวางแผนเปิดการโจมตีที่นี่ แต่ผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ (จากหลายกลุ่ม) ต่างก็สงสัยว่าจะหาที่พักพิง และเก็บเงินเพื่อวางแผนการโจมตีหรือใช้มาเลเซียเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อเปิดการโจมตีในประเทศอื่น ๆ

นายฮารันยังเปิดเผยว่าจำนวนผู้ก่อการร้ายชาวต่างชาติที่ถูกจับนั้นมี 31 คน บางส่วนเป็นสมาชิกของ ISIS มี 3 คนระบุว่าเป็นผู้บัญชาการทหารของอิรัก ส่วนคนอื่น ๆ ประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ก่อการร้ายเก้าคนจากองค์การก่อการร้าย Fetullah ขณะที่อีกบางกลุ่มเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุจาฮีดีนในบังคลาเทศ จนถึงปัจจุบัน 13 คนถูกนำตัวขึ้นศาล 12 คนถูกส่งกลับไปยังประเทศต่างๆ 7 ประเทศ ส่วนที่เหลือยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบ

ที่มา straistimes.com

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในมาเลเซียจำนวน 46.2 ล้านรายถูกขโมยไป โดยสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ST_20171101_NRDATA01_3527694

เว็บไซต์ lowyat.net เผยว่าว่าแฮกเกอร์ได้ข้อมูลที่อยู่ เลขบัตรประจำตัว ข้อมูลในซิมการ์ด และรายละเอียดส่วนตัวของประชากรมาเลเซียเกือบทั้งหมดจำนวน 32 ล้านคน โดยชาวมาเลเซียจำนวนมากมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายหมายเลข

เว็บไซต์ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือ 46.2 ล้านหมายเลขรั่วไหลออกมาตามช่องทางออนไลน์ ในรายงานติดตามผลการดำเนินงาน แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่ามีคนพยายามขายข้อมูลที่ได้มาจากการโจรกรรมมาตั้งแต่ปี 2014 โดยข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ประกอบไปด้วยบันทึกจากสภาการแพทย์มาเลเซีย สมาคมแพทย์มาเลเซียและสมาคมทันตกรรมมาเลเซียอีกด้วย ข้อมูลดังกล่าวประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวเช่น ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์

คณะกรรมการธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) กล่าวว่าขณะนี้หน่วยงานกำลังร่วมมือกับตำรวจเพื่อเร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว ทางตำรวจได้บอกว่าการสืบสวนสอบสวนถูกนำโดยกรมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดีย ซึ่งขั้นตอนต่างนั้น ๆ ทั้ง MCMC และสำนักงานตำรวจไม่สามารถเข้าถึงได้

โดยนายกาวิน เชาว์ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์กล่าวว่าแฮกเกอร์อาจทำให้มาเลเซียกลายเป็นเป้าโจมตีของการโจรกรรมข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ โดยนักต้มตุ๋นอาจแกล้งทำเจ้าของเบอร์ โทรศัพท์หรือส่งข้อความจากโทรศัพท์ เพราะพวกเขามีรายละเอียดส่วนบุคคลของเป้าหมายไว้แสดงตัวตน ผู้ใช้รายอื่นอาจถูกหลอกว่าโอนเงินหรือติดตั้ง “โปรแกรม telco” ที่มีมัลแวร์หรือสปายแวร์แฝงอยู่ สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เพื่อหลอกลวงเป้าหมายได้ในอนาคต นายเชาวกล่าวว่าผู้ใช้จำเป็นต้องตื่นตัวเมื่อรับสายและข้อความจากคนแปลกหน้า และไม่ควรหลงเชื่อแชร์รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมในการโอนเงินหรือติดตั้งแอพพลิเคชั่น

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
แฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์หลายล้านคนในมาเลเซีย http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/#respond Tue, 02 Jan 2018 18:17:26 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31677 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในมาเลเซียจำนวน 46.2 ล้านรายถูกขโมยไป โดยสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

เว็บไซต์ lowyat.net เผยว่าว่าแฮกเกอร์ได้ข้อมูลที่อยู่ เลขบัตรประจำตัว ข้อมูลในซิมการ์ด และรายละเอียดส่วนตัวของประชากรมาเลเซียเกือบทั้งหมดจำนวน 32 ล้านคน โดยชาวมาเลเซียจำนวนมากมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายหมายเลข

เว็บไซต์ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือ 46.2 ล้านหมายเลขรั่วไหลออกมาตามช่องทางออนไลน์ ในรายงานติดตามผลการดำเนินงาน แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่ามีคนพยายามขายข้อมูลที่ได้มาจากการโจรกรรมมาตั้งแต่ปี 2014 โดยข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ประกอบไปด้วยบันทึกจากสภาการแพทย์มาเลเซีย สมาคมแพทย์มาเลเซียและสมาคมทันตกรรมมาเลเซียอีกด้วย ข้อมูลดังกล่าวประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวเช่น ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์

คณะกรรมการธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) กล่าวว่าขณะนี้หน่วยงานกำลังร่วมมือกับตำรวจเพื่อเร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว ทางตำรวจได้บอกว่าการสืบสวนสอบสวนถูกนำโดยกรมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดีย ซึ่งขั้นตอนต่างนั้น ๆ ทั้ง MCMC และสำนักงานตำรวจไม่สามารถเข้าถึงได้

โดยนายกาวิน เชาว์ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์กล่าวว่าแฮกเกอร์อาจทำให้มาเลเซียกลายเป็นเป้าโจมตีของการโจรกรรมข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ โดยนักต้มตุ๋นอาจแกล้งทำเจ้าของเบอร์ โทรศัพท์หรือส่งข้อความจากโทรศัพท์ เพราะพวกเขามีรายละเอียดส่วนบุคคลของเป้าหมายไว้แสดงตัวตน ผู้ใช้รายอื่นอาจถูกหลอกว่าโอนเงินหรือติดตั้ง “โปรแกรม telco” ที่มีมัลแวร์หรือสปายแวร์แฝงอยู่ สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เพื่อหลอกลวงเป้าหมายได้ในอนาคต นายเชาวกล่าวว่าผู้ใช้จำเป็นต้องตื่นตัวเมื่อรับสายและข้อความจากคนแปลกหน้า และไม่ควรหลงเชื่อแชร์รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมในการโอนเงินหรือติดตั้งแอพพลิเคชั่น

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9c/feed/ 0
ตำรวจมาเลเซียจับกุมวัยรุ่นและผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวกับการก่อการร้าย http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#respond Tue, 02 Jan 2018 17:05:56 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31673 ตำรวจมาเลเซียได้ควบคุมตัวเยาวชนอายุ 18 ปีในรัฐกลันตันทางตะวันออกเฉียงจากเหตุประกอบระเบิดและสงสัยว่ามีการเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย

นายตัน ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี ฮารัน หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในวัยรุ่นหลายคนที่ถูกจับกุมเนื่องจากต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนกต่อต้านการก่อการร้ายในสาขาพิเศษของมาเลเซียได้จับกุมผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศทั้งหมด 45 คน ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึง 6 ตุลาคมในปีนี้

การจับกุมครั้งนี้ นายฮารันกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพบข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยข่าวกรองจากรัฐอิสลาม ในอิรักและซีเรีย (ISIS) โดยคำสั่งคือให้แทรกซึมเข้าไปในประเทศอื่นเพื่อโจมตีหลังจากสูญเสียฐานที่มั่นส่วนใหญ่ในอิรักและ ซีเรีย

ตำรวจยังได้ค้นเจอหลักฐานความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงการส่งทหารไปยังมาเลเซียเพื่อเริ่มโจมตีอีกด้วย โดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องมีทั้งกลุ่ม ISIS กลุ่มอาบูซิยาฟ และจามามูฮัมหมัด โดยสมาชิกเหล่านี้ที่ทางเข้ามาในมาเลเซียเป็นที่ต้องสงสัยว่าจะวางแผนเปิดการโจมตีที่นี่ แต่ผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ (จากหลายกลุ่ม) ต่างก็สงสัยว่าจะหาที่พักพิง และเก็บเงินเพื่อวางแผนการโจมตีหรือใช้มาเลเซียเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อเปิดการโจมตีในประเทศอื่น ๆ

นายฮารันยังเปิดเผยว่าจำนวนผู้ก่อการร้ายชาวต่างชาติที่ถูกจับนั้นมี 31 คน บางส่วนเป็นสมาชิกของ ISIS มี 3 คนระบุว่าเป็นผู้บัญชาการทหารของอิรัก ส่วนคนอื่น ๆ ประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ก่อการร้ายเก้าคนจากองค์การก่อการร้าย Fetullah ขณะที่อีกบางกลุ่มเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุจาฮีดีนในบังคลาเทศ จนถึงปัจจุบัน 13 คนถูกนำตัวขึ้นศาล 12 คนถูกส่งกลับไปยังประเทศต่างๆ 7 ประเทศ ส่วนที่เหลือยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบ

ที่มา straistimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/ 0
มาเลเซีย (1-15 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Mon, 01 Jan 2018 10:22:20 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31667 นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและการกีฬามาเลเซียกล่าวว่ามาเลเซียกำลังมุ่งหน้าไปสู่สังคมไร้เงินสด

khairy-bne

นายจามาลุดดินกล่าวว่า เขาคิดว่าสังคมมาเลเซียไม่อาจเลี่ยงวิธีการใหม่ ๆ ที่คนจะใช้ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตได้ และร่วมถึงช่องทางที่จะใช้เงินสด และการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในอนาคต

เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนงานดังกล่าว มีเป้าหมายคือการลดองค์ประกอบในการทำธุรกรรมทางการเงินลงเพื่อให้การจับจ่ายใช้สอยทำได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำธุรกรรมเหล่านี้จะต้องปลอดภัยและเป็นที่แพร่หลายสำหรับชาวมาเลเซีย นายจามาลุดดินเสริมว่าเขาคาดว่าจะมีการต่อต้านจากประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนรุ่นก่อน ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยและไว้ใจกับระบบการใช้จ่ายแบบใหม่

นายจามาลุดดินกล่าวว่าว่าหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศเช่นมาเลเซียที่จะชักจูงให้คนเปลี่ยนจากการใช้เงินสด ก็คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ ทางรัฐบาลจำเป็นต้องทำให้เกิดความปลอดภัยเพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ใช่เงินสดกลายเป็นนิสัยมากขึ้น

ทั้งนี้นายจามาลุดดินเตือนว่ายังมีความเสี่ยงต่อระบบดังกล่าว และการศึกษาการเงินส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งให้ชาวมาเลเซียศึกษาไว้ “เมื่อคุณเปิดใจให้กับการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดแล้ว คุณก็ต้องยอมรับที่จะเปิดใจให้กับการใช้เครดิตไร้เงินสดที่สามารถหลุดออกจากมือได้ง่าย เขากล่าวเสริมอีกว่าสังคมไร้เงินสดสามารถเปิดโลกให้คนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรู้ที่มากเพียงพอ การทำธุรกรรมที่ไม่ใช้เงินสดสามารถนำไปสู่ปัญหามากมาย จนทำให้ไม่สามารถจัดการการเงินของตัวเองได้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง

ที่มา thestar.com

นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและการกีฬามาเลเซียกล่าวว่ามาเลเซียกำลังมุ่งหน้าไปสู่สังคมไร้เงินสด

fa-durian-20171020

นายจามาลุดดินกล่าวว่า เขาคิดว่าสังคมมาเลเซียไม่อาจเลี่ยงวิธีการใหม่ ๆ ที่คนจะใช้ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตได้ และร่วมถึงช่องทางที่จะใช้เงินสด และการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในอนาคต

เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนงานดังกล่าว มีเป้าหมายคือการลดองค์ประกอบในการทำธุรกรรมทางการเงินลงเพื่อให้การจับจ่ายใช้สอยทำได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำธุรกรรมเหล่านี้จะต้องปลอดภัยและเป็นที่แพร่หลายสำหรับชาวมาเลเซีย นายจามาลุดดินเสริมว่าเขาคาดว่าจะมีการต่อต้านจากประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนรุ่นก่อน ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยและไว้ใจกับระบบการใช้จ่ายแบบใหม่

นายจามาลุดดินกล่าวว่าว่าหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศเช่นมาเลเซียที่จะชักจูงให้คนเปลี่ยนจากการใช้เงินสด ก็คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ ทางรัฐบาลจำเป็นต้องทำให้เกิดความปลอดภัยเพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ใช่เงินสดกลายเป็นนิสัยมากขึ้น

ทั้งนี้นายจามาลุดดินเตือนว่ายังมีความเสี่ยงต่อระบบดังกล่าว และการศึกษาการเงินส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งให้ชาวมาเลเซียศึกษาไว้ “เมื่อคุณเปิดใจให้กับการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดแล้ว คุณก็ต้องยอมรับที่จะเปิดใจให้กับการใช้เครดิตไร้เงินสดที่สามารถหลุดออกจากมือได้ง่าย เขากล่าวเสริมอีกว่าสังคมไร้เงินสดสามารถเปิดโลกให้คนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรู้ที่มากเพียงพอ การทำธุรกรรมที่ไม่ใช้เงินสดสามารถนำไปสู่ปัญหามากมาย จนทำให้ไม่สามารถจัดการการเงินของตัวเองได้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
มาเลเซียเตรียมส่งทุเรียนราว 4,000 กิโลกรัมไปยังจีนเพื่อฉลองเทศกาลทุเรียน http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5/ http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#respond Mon, 01 Jan 2018 10:17:57 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31664 มาเลเซียจะจัดส่งทุเรียนพันธุ์ Musang King จำนวน 4,000 กิโลกรัมไปยังประเทศจีนเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลผลไม้มีหนาม (Thorny fruit) ในเดือนพฤศจิกายน

นายดาโต๊ะ อับดุล ฟาตาห์ อับดุลลาห์ ประธานองค์การสหกรณ์อาเซียนกล่าวว่าเทศกาลราชาทุเรียนในเมือง Nanning ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน จะเริ่มตั้งแต่ 3 พ.ย. ถึง 5 พ.ย. ทั้งนี้นอกจากทุเรียนแล้วจะมีผลไม้ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จัดแสดงด้วย

เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงในจีน มาเลเซีย และสหกรณ์อาเซียนต้องไม่พลาดโอกาสอันล้ำค่านี้ในการส่งออกราชาของผลไม้ในปริมาณมาก” เขากล่าวกับสำนักข่าว Malay language daily

นายดาโต๊ะ เสรี อาห์มัด ชาเบอร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตรของมาเลเซีย คาดว่าจะไปร่วมเปิดเทศกาลในเมืองหนานหนิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลกว่างซีด้วย

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการบริโภคผลไม้เมืองร้อนในหมู่ชาวจีนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ผู้ผลิตชาวมาเลเซียส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนมากที่สุด นับว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและมาเลเซียผ่านเป็นไปด้วยดีมากขึ้นผ่านการค้าขายส่งออก

ที่มา straitstimes.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/ 0
มาเลเซียพร้อมก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดภายในปี 2050 http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa/ http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#respond Mon, 01 Jan 2018 09:30:20 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31660 นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและการกีฬามาเลเซียกล่าวว่ามาเลเซียกำลังมุ่งหน้าไปสู่สังคมไร้เงินสด

นายจามาลุดดินกล่าวว่า เขาคิดว่าสังคมมาเลเซียไม่อาจเลี่ยงวิธีการใหม่ ๆ ที่คนจะใช้ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตได้ และร่วมถึงช่องทางที่จะใช้เงินสด และการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในอนาคต

เขากล่าวเพิ่มเติมว่าแผนงานดังกล่าว มีเป้าหมายคือการลดองค์ประกอบในการทำธุรกรรมทางการเงินลงเพื่อให้การจับจ่ายใช้สอยทำได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำธุรกรรมเหล่านี้จะต้องปลอดภัยและเป็นที่แพร่หลายสำหรับชาวมาเลเซีย นายจามาลุดดินเสริมว่าเขาคาดว่าจะมีการต่อต้านจากประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนรุ่นก่อน ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยและไว้ใจกับระบบการใช้จ่ายแบบใหม่

นายจามาลุดดินกล่าวว่าว่าหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศเช่นมาเลเซียที่จะชักจูงให้คนเปลี่ยนจากการใช้เงินสด ก็คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ ทางรัฐบาลจำเป็นต้องทำให้เกิดความปลอดภัยเพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ใช่เงินสดกลายเป็นนิสัยมากขึ้น

ทั้งนี้นายจามาลุดดินเตือนว่ายังมีความเสี่ยงต่อระบบดังกล่าว และการศึกษาการเงินส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งให้ชาวมาเลเซียศึกษาไว้ “เมื่อคุณเปิดใจให้กับการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดแล้ว คุณก็ต้องยอมรับที่จะเปิดใจให้กับการใช้เครดิตไร้เงินสดที่สามารถหลุดออกจากมือได้ง่าย เขากล่าวเสริมอีกว่าสังคมไร้เงินสดสามารถเปิดโลกให้คนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรู้ที่มากเพียงพอ การทำธุรกรรมที่ไม่ใช้เงินสดสามารถนำไปสู่ปัญหามากมาย จนทำให้ไม่สามารถจัดการการเงินของตัวเองได้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/ 0
มาเลเซีย (16-30 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:53:39 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31402 มาเลเซีย และอินโดนีเซียเพิ่มการลาดตระเวนชายแดนมุ่งลดความรุนแรง

HishammuddinLIMA 250317

มาเลเซีย และอินโดนีเซียจะเพิ่มจุดตรวจการณ์บริเวณชายแดนอีก 5 จุด ในซาบาห์ ซาราวัก และกาลิมันตันเพื่อระงับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีในภูมิภาค

ดาโต๊ะ ซรี ฮิชามมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย กล่าวว่าภายหลังจากที่ได้หารือกับรีอามิซาร์ด รีอาคูดูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในระหว่างการประชุมทั่วไปของคณะกรรมการชายแดนครั้งที่ 40 นายฮิชามมุดดินกล่าวว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันว่ามีความจำเป็นมากที่จะต้องรักษาความมั่นคงในภูมิภาคซึ่งการเพิ่มจุดตรวจอีกห้าจุดนั้นจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าการลักลอบเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีจะยุติลง

นายฮิชามมุดดินเสริมว่านอกจากการเพิ่มจุดตรวจแล้ว การเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในระดับไตรภาคีโดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงบรูไนและสิงคโปร์ในฐานะผู้สังเกตการณ์ก็จะถูกขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์ “สามง่าม” ร่วมไปกับการลาดตระเวนบนบก และอากาศ โดยการลาดตระเวนร่วมทางอากาศนั้นจะเริ่มในวันที่ 12 ตุลาคมที่ฐานทัพอากาศสุบัง ในส่วนของการลาดตระเวนทางบกนั้นก่อนการเริ่มลาดตระเวนจะมีการฝึกร่วมระหว่างกองกำลังของแต่ละประเทศ

เขายังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่มาราวี ฟิลิปปินส์ และรัฐยะไข่ของพม่าว่ามาเลเซียและอินโดนีเซียยินดีที่จะช่วยประเทศเพื่อนบ้านทันทีหากได้รับการร้องขอ โดยประเด็นสำคัญ ๆ คือ ปัญหาด้านมนุษยธรรม เช่น โรคเอดส์ และการขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น น้ำและอาหาร อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่องของผู้ผลัดถิ่นนับพันคนที่ต้องหลบหนีออกมาจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และมีความสุ่มเสี่ยงต่อการไปเข้าร่วมกับพวกทหารรับจ้าง และกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งนายฮิชามมุดดินย้ำว่าต้องหามาตรการป้องกันมิให้คนเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มอย่าง IS และประเด็นนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่จะหารือต่อไปในการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 11 ในเดือนหน้า ณ กรุงมะนิลา

ที่มา thestar.com

มาเลเซียและสิงคโปร์มุ่งส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปี

a-fisherman-drives-his-boat-off-the-southern-coast-of-johor---3311988

มาเลเซียได้เน้นย้ำและเพิ่มความร่วมมือระดับทวิภาคีกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิดในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปีครั้งที่ 30 ของมาเลเซียและสิงคโปร์

นายวัน จูไนดี ตวนกู จาฟาร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย ได้เดินทางไปเยือนสิงคโปร์ตามคำเชิญของนายมาซากอส ซุลกิฟลีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์ รัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ทบทวนข้อตกลงทางด้านสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการร่วมมาเลเซีย-สิงคโปร์ และได้แลกเปลี่ยนมุมมองในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่ลงนามโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย และกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์

ประเด็นที่ทั้งสองประเทศได้พิจารณาเพิ่มเติมได้แก่ การจราจรที่ทางเรือที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบยะโฮร์ ความสำคัญของการฝึกซ้อมร่วมกันเป็นประจำในการลาดตะเวน ตรวจสอบ และเตรียมรับมือกับการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ยะโฮร์ โดยทั้งสองประเทศยังลงนามรับรองถึงประโยชน์ของการดำเนินการร่วมกันในกรณีฉุกเฉิน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว

มาเลเซียและอินโดนีเซียยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล โดยทั้งสองฝ่ายจะป้องกันและควบคุมระดับการปล่อยของเสีย และน้ำมันในช่องแคบยะโฮร์อย่างเคร่งครัด และยังลงนามเพิ่มการทำงานร่วมกันในเรื่องการฝึกอบรมระหว่างสถาบันสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียและสถาบันสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์

ทั้งนี้การใช้พื้นที่ในช่องแคบยะโฮร์ และผลกระทบข้ามแดนที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นประเด็นที่หารือกันในการเยือนมาเลเซียครั้งต่อไปในปี 2561 หลังจากที่ประเด็นเรื่องส่งแวดล้อมได้ถูกนำมาเป็นประเด็นหารือในการเข้าเยี่ยมประจำปีครั้งที่ 30

channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
มาเลเซีย (1-16 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-16-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-16-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:48:01 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31397 เรือรบมาเลเซีย – ฟิลิปปินส์ร่วมซ้อมรบ

thediplomat_2016-12-08_14-31-50-386x256

เรือรบมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ต่างเตรียมพร้อมฝึกรบกองกำลังทางน้ำร่วมกัน

เรือรบฟิลิปปินส์ได้ออกเดินทางมายังบรูไน และมาเลเซีย กลายเป็นจุดสนใจของการฝึกอบกรมและซ้อมรบกองกำลังทางน้ำระหว่างทัพเรือในกรุงมะนิลา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดฉากในกลางเดือนตุลาคม

มาเลเซียและฟิลิปปินส์ รวมถึงสมาชิกของสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สหรัฐอเมริกา (ASEAN) มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือในการรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงมากขึ้น ทั้งการก่อการร้าย การละเมิดลิขสิทธิ์และการประมงที่ผิดกฎหมาย

ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองฝ่ายครอบคลุมมิติที่หลากหลาย ไม่ได้มีแค่มิติการพัฒนาเท่านั้น ความร่วมมือระดับที่น่าจับตามองคือการลาดตระเวนระดับทวิภาคีในทะเลซูลู – สุลาเวสี โดยความร่วมมือครอบคลุมในพื้นที่บางส่วนของชายแดนระหว่างตะวันออกของมาเลเซีย และภาคใต้ของฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี คือ MTA MALPHI SEA (Maritime training activity Malaysia Philippines Sea) ซึ่งเป็นการจัดการฝึกอบรมด้านการเดินเรือที่จัดเป็นประจำทุกปีในระดับทวิภาคี

กิจกรรมการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเดินเรือ (MTA) ตั้งชื่อตามชื่อของทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองประเทศได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อปี 2537 ที่ผ่านมามีการจัดฝึกซ้อมในกรอบ MTA MALPHI SEA จำนวน 18 ครั้ง โดยการซ้อมครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม กองทัพเรือฟิลิปปินส์แห่งมินดาเนาตะวันออก เป็นเจ้าภาพในการซ้อมรบเป็นเวลาห้าวัน โดยเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยทางทะเลและการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

การฝึกซ้อมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นที่ฐานทัพเรือกวนตันในมาเลเซียในเดือนตุลาคม ทั้งนี้สถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลของชาติอาเซียนจึงเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นไปอีกภายหลังการเปิดตัวเรือรบและฐานทัพเรือใหม่ของมาเลเซีย

ที่มา thediplomat.com

เทศกาลเบียร์มาเลเซียถูกยกเลิกหลังผู้ไม่ประสงค์ดีขู่ป่วน

2016_08_19_10034_1471567498._large

ตำรวจมาเลเซียระบุว่ากลุ่มก่อการร้ายกำลังวางแผนที่จะโจมตีเทศกาลเบียร์ที่จะจัดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถูกยกเลิกหลังจากการประท้วงจากกลุ่มอิสลาม

“เทศกาลเบียร์ที่ดีกว่า” ซึ่งวางแผนจะจัดในเดือนหน้า ถูกยกเลิกในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่พรรคการเมืองอิสลามที่มีอิทธิพลสูงเตือนว่าอาจทำให้เมืองกลายเป็น “ศูนย์กลางเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” ซึ่งขัดกับหลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม

นักการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหลายเชื้อชาติในมาเลเซียออกมาโต้แย้ง และวิพากษ์วิจารณ์การยกเลิกเทศกาลดังกล่าวว่ากลุ่มการเมืองอิสลามเกรงว่ากลุ่มของพวกตนซึ่งเป็นคนส่วนน้อย และมีหลากหลายชาติพันธุ์จะมีอิทธิพลมากขึ้น แต่นายมูฮัมเหม็ด ฟูซี่ ฮารันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวยืนยันว่าว่าทางตำรวจได้รับข้อมูลว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีบางกลุ่มวางแผนที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายและทำลายระหว่างการจัดงานเทศกาลซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาห้าปี โดยให้เหตุผลว่าเพราะงานเทศกาลนั้นเป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้ของพวกเขา ทั้งนี้ผบ.ตร.ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นผู้ก่อการร้ายกลุ่มไหน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น ตำรวจจึงได้ตัดสินใจที่จะคัดค้านการจัดเทศกาลดังกล่าวและได้ยื่นเรื่องไปยังผู้จัดงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว

การดื่มแอลกอฮล์ถือเป็นเรื่องธรรมดาในมาเลเซียซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และมีคนจีน และคนอินเดียเป็นคนส่วนน้อย อย่างไรก็ตามการประท้วงต่อต้านเหตุการณ์ งาน หรือเทศกาลต่างๆ ที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาอิสลาม และไม่เป็นไปตามคำสอนของศาสนาโดยนักการเมืองจากพรรคอิสลาม และกลุ่มที่เคร่งศาสนาเองก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับเป็นความท้าทายของสังคมพหุวัฒนธรรมในมาเลเซียเป็นอย่างมาก

ที่มา thejakartapost.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-1-16-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
มาเลเซียและสิงคโปร์มุ่งส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปี http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:44:30 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31393 มาเลเซียได้เน้นย้ำและเพิ่มความร่วมมือระดับทวิภาคีกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิดในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในระหว่างการเยือนประจำปีครั้งที่ 30 ของมาเลเซียและสิงคโปร์

นายวัน จูไนดี ตวนกู จาฟาร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย ได้เดินทางไปเยือนสิงคโปร์ตามคำเชิญของนายมาซากอส ซุลกิฟลีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์ รัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ทบทวนข้อตกลงทางด้านสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการร่วมมาเลเซีย-สิงคโปร์ และได้แลกเปลี่ยนมุมมองในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่ลงนามโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย และกระทรวงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรน้ำสิงคโปร์

ประเด็นที่ทั้งสองประเทศได้พิจารณาเพิ่มเติมได้แก่ การจราจรที่ทางเรือที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบยะโฮร์ ความสำคัญของการฝึกซ้อมร่วมกันเป็นประจำในการลาดตะเวน ตรวจสอบ และเตรียมรับมือกับการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ยะโฮร์ โดยทั้งสองประเทศยังลงนามรับรองถึงประโยชน์ของการดำเนินการร่วมกันในกรณีฉุกเฉิน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว

มาเลเซียและอินโดนีเซียยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล โดยทั้งสองฝ่ายจะป้องกันและควบคุมระดับการปล่อยของเสีย และน้ำมันในช่องแคบยะโฮร์อย่างเคร่งครัด และยังลงนามเพิ่มการทำงานร่วมกันในเรื่องการฝึกอบรมระหว่างสถาบันสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียและสถาบันสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์

ทั้งนี้การใช้พื้นที่ในช่องแคบยะโฮร์ และผลกระทบข้ามแดนที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นประเด็นที่หารือกันในการเยือนมาเลเซียครั้งต่อไปในปี 2561 หลังจากที่ประเด็นเรื่องส่งแวดล้อมได้ถูกนำมาเป็นประเด็นหารือในการเข้าเยี่ยมประจำปีครั้งที่ 30

channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88/feed/ 0
มาเลเซีย และอินโดนีเซียเพิ่มการลาดตระเวนชายแดนมุ่งลดความรุนแรง http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/ http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#respond Mon, 16 Oct 2017 18:23:41 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31390 มาเลเซีย และอินโดนีเซียจะเพิ่มจุดตรวจการณ์บริเวณชายแดนอีก 5 จุด ในซาบาห์ ซาราวัก และกาลิมันตันเพื่อระงับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีในภูมิภาค

ดาโต๊ะ ซรี ฮิชามมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย กล่าวว่าภายหลังจากที่ได้หารือกับรีอามิซาร์ด รีอาคูดูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในระหว่างการประชุมทั่วไปของคณะกรรมการชายแดนครั้งที่ 40 นายฮิชามมุดดินกล่าวว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันว่ามีความจำเป็นมากที่จะต้องรักษาความมั่นคงในภูมิภาคซึ่งการเพิ่มจุดตรวจอีกห้าจุดนั้นจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าการลักลอบเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีจะยุติลง

นายฮิชามมุดดินเสริมว่านอกจากการเพิ่มจุดตรวจแล้ว การเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในระดับไตรภาคีโดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงบรูไนและสิงคโปร์ในฐานะผู้สังเกตการณ์ก็จะถูกขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์ “สามง่าม” ร่วมไปกับการลาดตระเวนบนบก และอากาศ โดยการลาดตระเวนร่วมทางอากาศนั้นจะเริ่มในวันที่ 12 ตุลาคมที่ฐานทัพอากาศสุบัง ในส่วนของการลาดตระเวนทางบกนั้นก่อนการเริ่มลาดตระเวนจะมีการฝึกร่วมระหว่างกองกำลังของแต่ละประเทศ

เขายังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่มาราวี ฟิลิปปินส์ และรัฐยะไข่ของพม่าว่ามาเลเซียและอินโดนีเซียยินดีที่จะช่วยประเทศเพื่อนบ้านทันทีหากได้รับการร้องขอ โดยประเด็นสำคัญ ๆ คือ ปัญหาด้านมนุษยธรรม เช่น โรคเอดส์ และการขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น น้ำและอาหาร อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่องของผู้ผลัดถิ่นนับพันคนที่ต้องหลบหนีออกมาจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และมีความสุ่มเสี่ยงต่อการไปเข้าร่วมกับพวกทหารรับจ้าง และกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งนายฮิชามมุดดินย้ำว่าต้องหามาตรการป้องกันมิให้คนเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มอย่าง IS และประเด็นนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่จะหารือต่อไปในการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 11 ในเดือนหน้า ณ กรุงมะนิลา

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/ 0