เมียนมาร์ – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 เมียนมา (1-15 ธ.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 13:30:55 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31614 แพทย์ไร้พรมแดนคาดมีชาวโรฮิงญากว่า 6,700 คนเสียชีวิตในเมียนมา

_99201543__98472776_be1b6826-4a2b-4327-9959-45ca00bdc2e9

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน ระบุว่า จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ พบว่ามีชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 6,700 คน ถูกฆ่าในช่วงหลังเหตุการณ์รุนแรงในเมียนมาเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่มีถึงความรุนแรงในวงกว้างโดยทางการเมียนมา

องค์การแพทย์ไร้พรมแดนระบุว่า นับตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นมา มีชาวโรฮิงญาอพยพเข้าบังกลาเทศมากกว่า 647,000 คน และจากการสำรวจ พบว่ามีชาวโรฮิงญาราว 9,000 คนเสียชีวิตในเมียนมา ระหว่างวันที่ 25 ส.ค.-24 ก.ย. โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย 6,700 คนที่เสียชีวิตจากความรุนแรง รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบราว 730 คน

แหล่งที่มา: bbc.com

UN วอนเมียนมา ปล่อยนักข่าวรอยเตอร์ส

1024_ag9g9a558eakccgce867b

อันโนติโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นวันนี้ว่าการจับกุมนักข่าวรอยเตอร์สในนครย่างกุ้งเมื่อวันอังคารเป็นเรื่องน่าวิตกเกี่ยวกับความเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อในเมียนมาร์ แต่เรื่องน่ากังวลหลัก คือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ทำให้ชาวโรฮิงญาราว 6 แสนคนต้องอพยพจากเมียนมา และนักข่าวทั้งสองคนถูกจับเพราะรายงานโศกนาฏกรรมครั้งเลวร้าย จึงจำเป็นที่ประชาคมโลกควรทำทุกอย่างเพื่อให้นักข่าวได้รับการปล่อยตัว และเพื่อให้ความรุนแรงในเมียนมายุติ และผู้อพยพได้กลับสู่ชุมชนของตัวเอง

นายว้า โล่น วัย 31 ปี และนายจ่อ โซ โอ วัย 27 ปีถูกจับกุมและอาจถูกดำเนินคดีตาม “กฎหมายความลับทางราชการ” ที่มีโทษสูงสุด คือ จำคุก 14 ปี เนื่องจากถือครองเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงในรัฐยะไข่ และมีเจตนานำไปแจกจ่ายให้สื่อต่างประเทศหลายแห่ง

แหล่งที่มา: nationtv.tv

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
เมียนมา (1-15 พ.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 13:08:50 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31604 ‘ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็น’ ระบุการโจมตีชาวโรฮิงจะในเมียนมา อาจเข้าข่าย ‘สังหารล้างเผ่าพันธุ์’

A Rohingya Muslim woman Shahid, who crossed over from Myanmar into Bangladesh, holds her sick daughter Nurankis, as she walks back towards her shelter in Thaingkhali refugee camp, Bangladesh, Friday, Oct. 20, 2017. (AP Photo/Dar Yasin)

ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวประณามการโจมตีและการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงจะในรัฐยะไข่ของเมียนมา และระบุว่าอาจเข้าข่ายการสังหารล้างเผ่าพันธุ์

นายซีอิด ราอัด อัล ฮุสเซ็น (Zeid Ra’ad al Hussein) ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวต่อสภาสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติในวันจันทร์ว่า มีรายงานที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่า เกิดการโจมตีครั้งใหญ่อย่างเฉพาะเจาะจงต่อชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ของเมียนมา เมื่อเดือนสิงหาคม จนนำไปสู่การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวโรฮิงจะกว่า 620,000 คนไปยังชายแดนบังกลาเทศ ถือเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรมุสลิมโรฮิงจะในรัฐยะไข่

ที่ผ่านมา ทางการเมียนมาไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่องค์การต่างชาติเดินทางเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบตัวเลขที่แท้จริงของผู้ที่ถูกทำร้าย จับกุม สูญหาย หรือเสียชีวิต

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/feed/ 0
เมียนมา (16-30 พ.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 13:06:14 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31600
โป๊ปฟรานซิส”ทรงพบ ผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา

news_sqToPHxzJG080008_533

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่าสำนักเลขาธิการแห่งรัฐวาติกันออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงพบหารือกับพล.อ. มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมาอีก 3 นาย ที่บ้านพักของพระคาร์ดินัลชาร์ลส โบ อาร์คบิชอปแห่งกรุงย่างกุ้ง โดยการพบปะหารือกินเวลาประมาณ 15 นาที และไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการพบหารือ อีกทั้งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์

ขณะที่นายเกร็ก เบิร์ก โฆษกของสำนักวาติกัน กล่าวในเวลาต่อมา บรรยากาศของการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร โดยสมเด็จพระสันตะปาปาประทานของที่ระลึกให้แก่พล.อ.มิน อ่อง หล่าย และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา-ด้ถวายของขวัญให้แก่พระองค์เช่นกัน  นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงรับฟัง “คำแนะนำ” จากพล.อ.มิน อ่อง หล่าย เกี่ยวกับการใช้คำว่า “ชาวโรฮีนจา” อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงมองว่าคำดังกล่าวไม่น่าถือเป็น “คำต้องห้าม” ในระดับสากล

ด้านสำนักเลขาธิการกองทัพเมียนมาเผยแพร่แถลงการณ์ว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ยืนยันกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ว่าเมียนมาเป็นประเทศที่ปราศจาก “การแบ่งแยก” และ “การเลือกปฏิบัติ” ทางศาสนา รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ “ที่เป็นเอกภาพ” และภารกิจสำคัญของกองทัพคือการผดุงไว้ซึ่งเสถียรภาพและความมั่นคงของบ้านเมือง

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เดิมทีกำหนดการพบปะหารือระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสกับกองทัพเมียนมา จะมีขึ้นในวันพุธที่ 29 พ.ย.  หลังพระองค์ทรงพบกับนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา แต่ทั้งฝ่ายวาติกันและรัฐบาลเมียนมาต่างปฏิเสธชี้แจง ว่าเพราะเหตุใดจึงมีการเลื่อนกำหนดการนี้ขึ้นมา “อย่างกะทันหัน”

สำหรับการเสด็จเยือนเมียนมาของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกเสด็จเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ประเทศซึ่งมีประชากรนับถือศาสนาคริสต์เพียง 700,000 คน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศราว 51 ล้านคน

แหล่งที่มา: dailynews.co.th

 

จีนต้องการยกระดับความร่วมมือทางทหารกับเมียนมา

news_pZSMoCDMRI091533_533

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ว่ากระทรวงกลาโหมในกรุงปักกิ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เกี่ยวกับการพบหารือระหว่างพล.อ.หลี่ จั้วเฉิง ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของคณะกรรมาธิการทหารกลาง กับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ซึ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ว่าจีนให้ความสำคัญกับการรักษาความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ทางทหารในระดับทวิภาคี และหวังเป็นอย่างยิ่งด้วยว่าจะมีการพัฒนาความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดน ท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมจีนไม่ได้ระบุถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่เกี่ยวเนื่องถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮีนจา แต่การเผยแพร่แถลงการณ์ฉบับนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่แถลงการณ์ของนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ที่มีการระบุอย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก ว่าปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ ถือเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวโรฮีนจา และเตือนการใช้มาตรการตามกฎหมายของสหรัฐ ที่รวมถึงการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ต่อบุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับความโหดร้ายครั้งนี้

แหล่งที่มา: dailynews.co.th

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-2560/feed/ 0
เมียนมา (16-31 ต.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:33:55 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31586 ชาวเมียนมานัดชุมนุมใหญ่ให้กำลังใจกองทัพ ไม่สนเสียงต้านนานาชาติกรณีโรฮิงญา

f9b84622c498531c32be015ab6807344

ชาวเมียนมากว่าหมื่นคนร่วมเดินขบวนชุมนุมในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงพลังสนับสนุนกองทัพของประเทศที่กำลังเผชิญกับเสียงประณามจากนานาชาติและประชาคมโลก จากปฏิบัติการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยมุสลิมในรัฐยะไข่ ซึ่งส่งผลให้ชาวโรฮิงญาหลายแสนคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ

ผู้เข้าร่วมการชุมนุมในย่างกุ้งต่างถือแผ่นป้ายข้อความยกย่องชมเชย พลเอก Min Aung Hlaing ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และโจมตีประชาคมโลกที่กดดันกองทัพเมียนมา (Tadmadaw) อย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมการชุมนุมคนหนึ่งกล่าวว่า Tadmadaw มีความสำคัญและจำเป็นกับเมียนมาอย่างยิ่ง เพราะได้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองกลุ่มเชื้อชาติและศาสนาในประเทศ ขณะที่ผู้เข้าร่วมอีกคนหนึ่งเผยว่า ข้อกล่าวหาที่ทหารละเมิดสิทธิมนุษยชนในยะไข่ ไม่ว่าจะเป็นการฆาตกรรม ข่มขืน และวางเพลิง ล้วนแต่ไม่เป็นความจริง และถูกสร้างขึ้นจากประเทศตะวันตกทั้งสิ้น

ที่ผ่านมาชาวโรฮิงญากว่า 600,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของเมียนมาเข้าสู่บังกลาเทศ นับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม เมื่อการโจมตีเจ้าหน้าที่ของกลุ่มติดอาวุธในยะไข่ ถูกตอบโต้ด้วยปฏิบัติการกวาดล้างอย่างโหดเหี้ยมของทหารกองทัพเมียนมา

องค์การสหประชาชาติ (Unted Nations) เป็นองค์กรที่เริ่มประณามการกวาดล้างของรัฐบาลเมียนมา ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงที่ไม่เห็นด้วยของนานาชาติ ที่ระบุว่าการกวาดล้างดังกล่าวเป็น เหตุการณ์ตัวอย่างของการล้างเผ่าพันธุ์ สวนทางกับเมียนมา ที่เสียงสนับสนุนต่อกองทัพกลับเพิ่งสูงขึ้น ถือเป็นความพลิกผันที่ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากกองทัพที่เคยปกครองประเทศมานานกว่า 50 ปี เป็นสถาบันที่ชาวเมียนมาต่างหวาดกลัวและเกลียดชัง

แหล่งที่มา: tcijthai.com

 

สหรัฐยุติความช่วยเหลือทางทหารกับเมียนมาและอาจคว่ำบาตรหากสถานการณ์โรฮิงญาไม่ดีขึ้น

11874b72695dce1fc327ffbf23bbc4a0

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงถึงการใช้มาตรการยุติความช่วยเหลือทางทหารกับรัฐบาลทหารเมียนมาแล้ว นับจากเกิดวิกฤตโรฮิงญาที่ทำให้ชาวบ้านอพยพหนีภัยทิ้งบ้านเรือนในรัฐยะไข่เข้าไปในบังกลาเทศแล้ว 6 แสนคน โดยจะประกาศตัดความช่วยเหลือทางทหารก่อนเบื้องต้น และกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรกลุ่มนายพลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมาออกมาไล่หลังคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Rex Tillerson ที่กล่าวไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สหรัฐถือว่าพวกผู้นำทหารของเมียนมาต้องรับผิดชอบต่อวิกฤติผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในขณะนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐกับรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี จะออกจากความรับผิดชอบนี้

ด้านนาย Heather Nauert โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่าสหรัฐมีความห่วงกังวลอย่างหนักต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ขณะนี้ การล่วงละเมิดใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาและชุมชนยังดำเนินอยู่ และจำเป็นที่บุคคลหรือองค์กรใดก็ตามที่รับผิดชอบต่อการกระทำที่โหดร้าย รวมถึงพวกศาลเตี้ยและบุคคลที่ไม่ใช่คนของรัฐ จะต้องถูกลงโทษ

อย่างไรก็ตาม การประกาศถอนความช่วยเหลือทางทหารต่อกองทัพเมียนมานั้นสอดคล้องกับข้อห้ามเดิมที่มีอยู่ ซึ่งจำกัดความเกี่ยวพันทางทหารระหว่างสองประเทศและห้ามการขายอาวุธ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังเผยอีกว่า ได้ระงับการพิจารณายกเลิกการจำกัดการเดินทางของพวกนายทหารเมียนมาแล้วด้วยเช่นกัน และกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบเจาะจงต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่โหดร้ายครั้งนี้

แหล่งที่มา: tcijthai.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
เมียนมา (1-15 ต.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560-2/ http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560-2/#respond Mon, 18 Dec 2017 12:08:00 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31574 พม่า-บังกลาเทศ ตั้งกก.แก้ไขปัญหาโรฮิงญา

d007010d7179f535be32688aeeca031f

บังกลาเทศและพม่าบรรลุข้อตกลงตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อกำกับดูแลการส่งชาวโรฮิงญาหลายแสนคนซึ่งลี้ภัยความรุนแรงในรัฐยะไข่ไปบังกลาเทศ กลับพม่าภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นาย AH Mahmood Ali รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศ แถลงหลังหารือกับคณะผู้แทนจากพม่า นำโดยนาย Kyaw Tint Swe รัฐมนตรีสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐของพม่าในกรุงธากาของบังกลาเทศวันที่ 2 ตุลาคมว่า การเจรจาดำเนินไปในบรรยากาศที่เป็นมิตร และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อประสานงานในการส่งตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับไปยังพม่า

นอกจากนี้ทางพม่าได้ยื่นข้อเสนอในการรับตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับ แต่นาย AH Mahmood Ali ไม่ได้ระบุถึงกรอบเวลาในการส่งตัวกลับและไม่ได้ระบุว่าพม่าจะรับตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญา 300,000 คน ที่เดินทางมายังบังกลาเทศในระหว่างเหตุรุนแรงก่อนหน้านี้กลับไปด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นาย Kyaw Tint Swe ไม่ได้เข้าร่วมการแถลงกับฝ่ายบังกลาเทศ และรัฐบาลเมียนมายังสงวนท่าทีต่อผลการหารือครั้งนี้  ทำให้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะมีการกำหนดเงื่อนไขในการรับผู้ลี้ภัยเหล่านี้กลับประเทศหรือไม่

รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศเสริมว่า ฝ่ายบังกลาเทศเสนอให้มีการจัดทำข้อตกลงทวิภาคีระหว่างบังกลาเทศกับพม่าที่จะช่วยในการริเริ่มกระบวนการส่งตัวกลับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการแสดงความเห็นใด ๆ จากทางฝ่ายคณะผู้แทนของพม่า ที่จะเดินทางกลับประเทศในวันนี้

แหล่งที่มา: tcijthai.com

พม่าจัดกิจกรรมสานสามัคคีทุกศาสนาหวังลดวิกฤติโรฮิงญา

5c597aa32a2f5fd999627aa628fa15cc

พม่าจัดกิจกรรมที่ให้ประชาชนและผู้นำทางศาสนาจากทุกศาสนารวมตัวกันเพื่อสร้างความสามัคคีในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา และความรุนแรงต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ในงานดังกล่าวมีผู้นำทางศาสนาและประชาชนราว 30,000 คนจากทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ ฮินดู และมุสลิม รวมตัวกันที่สนามกีฬานายพล อองซาน (Aung San Stadium) ในนครย่างกุ้งเมื่อวานนี้ โดยภายในงานมีการจุดเทียนและสวดมนต์ของศาสนาต่างๆ

Win Maung สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและมีส่วนช่วยจัดกิจกรรมครั้งนี้ เผยว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงให้ประชาคมโลกรู้ว่า คนทุกศาสนาในพม่าอยู่ร่วมกันด้วยมิตรไมตรีและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียใจที่ประชาคมโลกมีท่าทีกับพม่าในทางลบ เพราะนานาชาติต่างก็ได้รับข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงทั้งนั้น

นอกจากนี้ผู้ร่วมงานหลายคนใช้โอกาสนี้แสดงพลังสนับสนุนนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรครัฐบาล ที่กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั่วโลกเรื่องการเพิกเฉยต่อชะตากรรมของชาวโรฮิงญาที่ถูกเข่นฆ่าและขับไล่ออกจากรัฐยะไข่ จนมีผู้อพยพหนีเข้าไปในบังกลาเทศมากถึงกว่า 5 แสนคน

แหล่งที่มา: tcijthai.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560-2/feed/ 0
เมียนมา (1-15 ต.ค. 2560) http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/ http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/#respond Fri, 13 Oct 2017 11:17:31 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31343 เมียนมาและบังกลาเทศร่วมแก้ไขปัญหาโรฮีนจา

d007010d7179f535be32688aeeca031f

เมียนมาและบังคลาเทศบรรลุข้อตกลงตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อกำกับดูแลการส่งชาวโรฮีนจาหลายแสนคนซึ่งลี้ภัยความรุนแรงในรัฐยะไข่ไปบังกลาเทศ กลับเมียนมาภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นายเอเอช มะฮฺมู๊ด อาลี (AH Mahmood Ali) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศ ออกแถลงการณ์ว่า บังคลาเทศและเมียนมามีแผนจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการส่งตัวผู้อพยพชาวโรฮีนจากลับไปยังเมียนมา อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการว่าจะรับผู้อพยพชาวโรฮีนจากลุ่มใดบ้าง

ด้านรัฐบาลเมียนมาก็ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาเหล่านี้กลับประเทศหรือไม่

แหล่งที่มา: aljazeera.com

EU แถลงจะคว่ำบาตรเมียนมาหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น 

e51bfac2a462732223fe5417c22fce9b

สหภาพยุโรปเตรียมประกาศยุติความสัมพันธ์กับกองทัพพม่า เพื่อแสดงท่าทีต่อต้านการใช้กำลังอันไม่สมควรต่อกลุ่มมุสลิมโรฮีนจา โดยกลุ่มเครือข่ายสมาชิก 28 ประเทศในยุโรปเตือนว่าอาจพิจารณาคว่ำบาตร หากวิฤตครั้งนี้ไม่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น กรณีที่ชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านคนหลบหนีการกวาดล้างของกองทัพพม่า ข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และสหประชาชาติ (UN) กล่าวเช่นเดียวกันว่าสถานการณ์ครั้งนี้เทียบเท่ากับการล้างเผ่าพันธุ์

ข้อตกลงที่อนุมัติโดยเอกอัครราชทูต 28 ชาติของ EU และกำหนดเซ็นลงนามในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียูในวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ มีรายละเอียดว่าการอพยพหลบหนีอย่างรวดเร็วของคนจำนวนมาก ชี้ให้เห็นการกระทำโเพื่อขับไล่ชนกลุ่มน้อย และจากการใช้กำลังที่ไม่เหมาะสมของหน่วยความมั่นคงพม่า EU และบรรดารัฐสมาชิกจะระงับการเชิญผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพพม่า และทบทวนความร่วมมือทางด้านกลาโหมทั้งหมด พร้อมกับเรียกร้องต่อทุกฝ่าย ให้ยุติความรุนแรงในทันที

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน EU ได้สั่งห้ามส่งออกอาวุธและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้เพื่อการกดขี่ภายในประเทศ แต่อาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม หากสถานการณ์วิกฤตไม่ดีขึ้น โดยการไหลบ่าของผู้ลี้ภัยเข้าสู่บังกลาเทศ ประเทศยากจนและประชากรแออัด ลดน้อยลงในระยะไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดกลับเพิ่มขึ้นอีกระลอก โดยตัวเลขเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 11,000 คน

แหล่งที่มา: tcijthai.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2560/feed/ 0
เมียนมา (16-30 ก.ย. 2560) http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560/ http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560/#respond Fri, 13 Oct 2017 10:15:10 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31333 ซูจีออกกล่าวถึงมุสลิมโรฮีนจาหนีออกจากประเทศต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

1

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาได้ออกกล่าวมากล่าวถึงความรุนแรงในประเทศที่กำลังทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาหนีออกจากประเทศต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดเผยว่ารัฐบาลเมียนมาจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ พร้อมประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ เพื่อหวังพาประเทศก้าวสู่สันติภาพและเสถียรภาพตามหลักนิติธรรม

การออกมากล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นของนางซูจีในครั้งนี้ เกิดนขึ้นหลังจากรัฐบาลเมียนมาถูกวิจารณ์จากนานาประเทศอย่างหนักว่าไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งเกิดเหตุการปะทะกันระหว่างชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่กับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่นับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีชาวโรฮีนจาหนีภัยสงครามไปยังบังกลาเทศกว่า 380,000 คน  ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กหลายร้อยคนที่เดินทางหนีภัยเข้าไปโดยลำพัง

เด็กหญิงเมียนมาเข้าเป็นแม่บ้านที่สิงคโปร์เพิ่มขึ้น

4

นางสาวสเตฟานี โชค (Stephanie Chok) ผู้แทนจากองค์กรด้านมนุษยธรรมเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานทางเศรษฐกิจ (Humanitarian Organisation for Migration Economics: HOME) กล่าวว่า เด็กหญิงเมียนมาอายุประมาณ 15 ปี เข้าทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเคยออกกฎหมายเอาผิดแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2558 ขณะที่ กฎหมายของรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ชาวต่างชาติที่จะเข้าทำงานเป็นแม่บ้านจะต้องมีอายุอย่างน้อย 23 ปี

นอกจากนี้ นางสาวสเตฟานี โชค ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงที่ผ่านมามีหญิงชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาที่เข้าไปทำงานในที่ต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเชื่อเหลือจากทางองค์กรฯ เป็นจำนวนมากเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 คน โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 40 ของผู้ร้องเรียนเป็นหญิงชาวเมียนมา

เด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่เธอสามารถเข้าไปทำงานที่เป็นบ้านในสิงคโปร์ได้นั้น เพราะมีขบวนการปลอมแปลงเอกสารโดยเฉพาะการแก้ไขปีเกิด พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดการทำงานว่า เธอต้องดูแลเด็กจำนวน 2 คนในบ้าน และทำงานตั้งแต่เช้าจนดึก

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-2560/feed/ 0
เมียนมา (1-15 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Mon, 18 Sep 2017 14:38:15 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31187 ชาตินิยมเมียนมาจี้ปราบกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจา

750x422_770856_1504141155

แนวร่วมต่อต้านมุสลิมในเมียนมา ภายใต้การนำของพระวีระธู กล่าวต่อผู้ร่วมชุมนุมในย่างกุ้งว่า กองทัพเท่านั้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ในรัฐยะไข่ได้ พร้อมเรียกร้องให้จัดประชุมสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติ เพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐยะไข่ และให้อำนาจกองทัพอย่างเด็ดขาดในการปฏิบัติการด้านความมั่นคง

นอกจากนี้ พระวีระธู ยังกล่าวประณามกลุ่มองค์กรช่วยเหลือชาวโรฮีนจาจากนานาชาติว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มติดอาวุธ ซึ่งข้อกล่าวหานี้ได้แพร่กระจายไปในสังคมเป็นวงกว้าง

กลุ่มชาวเมียนมาชาตินิยมเรียกชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ว่าเบงกาลี เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้อพยพโดยผิดกฎหมายมาจากบังกลาเทศ แม้ว่าหลายครอบครัวจะอาศัยอยู่ในยะไข่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว

แหล่งที่มา: bangkokbiznews.com

 

อินโดนีเซียเข้าพบซูจี ร่วมถกปัญหาเรื่องโรฮีนจา

retno-marsudi-and-aung-san-suu-kyi

นาง Retno Marsudi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย เดินทางเข้าพบนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมให้แก่ชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลบังคลาเทศให้การคุ้มครองชาวโรฮีนจาที่ลี้ภัยมายังประเทศของตนด้วย

โดยในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชาวอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งนัดรวมตัวกันบริเวณหน้าสถานทูตเมียนมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา หลังจากเกิดเหตุสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ของเมียนมากับกลุ่มชาวโรฮีนจา กระทั่งชาวโรฮีนจาบางส่วนจำต้องหลบภัยไปยังบังคลาเทศ

แหล่งที่มา: channelnewsasia.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/18/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
เมียนมา (16-31 ส.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 03 Sep 2017 06:20:04 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31065 โพลล์เผยกองทัพได้รับความนิยมมากกว่ารัฐบาลซูจี96320A5C-DFD5-4186-A641-A3C69C980845_w1023_r1_s

ผลสำรวจของสหรัฐฯ ชี้กองทัพได้รับความนิยมมากกว่ารัฐบาลซูจี

องค์กรจัดทำผลสำรวจ International Republican Institutes ของสหรัฐอเมริกาจ จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวเมียนมา ระหว่างเดือนมีนาคม – สิงหาคม 2560 พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 88 ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 3,000 คนทั่วประเทศ มองว่าการบริหารประเทศโดยกองทัพนำโดย พลเอก เต็ง เส่ง มีแนวทางการพัฒนามากกว่ารัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งได้คะแนนจากผลการสำรวจอยู่ที่ร้อยละ 75

ด้านเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้ ระบุว่า คำถามที่ปรากฎในแบบสอบถามเกี่ยวข้องกับประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สื่อมวลชน ชนกลุ่มน้อย ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มา: voanews.com

 

กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐเมียนมาเสียชีวิต 71 คน

20170825_27_369437_L

กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีสถานที่ราชการในรัฐยะไข่จำนวน 30 จุด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐเมียนมาเสียชีวิต 71 คน

เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในรัฐยะไข่รายงานว่า มีกลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีสถานที่ราชการกว่า 30 แห่ง ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิต 12 คน และทหารเสียชีวิต 59 คน รวมทั้งสิ้น 71 คน

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เผยแพร่รายงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมามอบสิทธิการเป็นพลเมืองให้แก่ชาวโรฮีนจา ตลอดจนการกำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ชาวโรฮีนจาสามารถอยู่ร่วมกับคนกลุ่มอื่นในสังคมได้

แหล่งที่มา: nhk.or.jp

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เมียนมา (1-15 ส.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/08/15/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/08/15/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/#respond Mon, 14 Aug 2017 19:38:38 +0000 http://aseanwatch.org/?p=30923 แรงงานเด็กชาวเมียนมาเข้าเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น

เด็กหญิงอายุ 15 ปี เดินทางเข้าทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น

นางสาวสเตฟานี โชค (Stephanie Chok) ผู้แทนจากองค์กรด้านมนุษยธรรมเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานทางเศรษฐกิจ (Humanitarian Organisation for Migration Economics: HOME) กล่าวว่า เด็กหญิงเมียนมาอายุประมาณ 15 ปี เข้าทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเคยออกกฎหมายเอาผิดแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2558 ขณะที่ กฎหมายของรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ชาวต่างชาติที่จะเข้าทำงานเป็นแม่บ้านจะต้องมีอายุอย่างน้อย 23 ปี

นอกจากนี้ นางสาวสเตฟานี โชค ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงที่ผ่านมามีหญิงชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาที่เข้าไปทำงานในที่ต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเชื่อเหลือจากทางองค์กรฯ เป็นจำนวนมากเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 คน โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 40 ของผู้ร้องเรียนเป็นหญิงชาวเมียนมา

เด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่เธอสามารถเข้าไปทำงานที่เป็นบ้านในสิงคโปร์ได้นั้น เพราะมีขบวนการปลอมแปลงเอกสารโดยเฉพาะการแก้ไขปีเกิด พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดการทำงานว่า เธอต้องดูแลเด็กจำนวน 2 คนในบ้าน และทำงานตั้งแต่เช้าจนดึก

แหล่งที่มา: aljazeera.com และ channelnewsasia.com

 

เมียนมาลั่นปราบกลุ่มหัวรุนแรงในรัฐยะไข่

750x422_768671_1502599068

เมียนมาลั่นปราบกลุ่มหัวรุนแรงในรัฐยะไข่หลังเกิดเหตุสังหารชาวพุทธ

รัฐบาลเมียนมาประกาศว่ากำลังทำงานร่วมกับทางกองทัพเพื่อดำเนินการเด็ดขาดกับกลุ่มมุสลิมโรฮิงญาที่เคลื่อนไหวก่อการร้ายในเมืองหม่องดอว์ รัฐยะไข่ ขณะที่ แถลงการณ์โดยสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐเมื่อวันศุกร์ระบุด้วยว่าจะมีการยกระดับการบังคับใช้มาตรการความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อปกป้องคุ้มครองพลเรือนผู้บริสุทธิ์ โดยจะดำเนินการกวาดล้างกลุ่มหัวรุนแรงทั้งหมด รวมถึงบรรดาผู้สนับสนุน

ด้านยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ในกรุงเจนีวา เมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลเมียนมาต้องอดกลั้นต่อการใช้กำลังความมั่นคงในทุกสถานการณ์ และให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในการจัดการกับสถานการณ์ความมั่นคงในรัฐยะไข่

แหล่งที่มา: bangkokbiznews.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/08/15/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/feed/ 0