เวียดนาม – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 เวียดนาม (16 – 31 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 05:53:32 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31714 เวียดนามจัดตั้งกองทัพไซเบอร์หมื่นคนเพื่อควบคุมสื่อออนไลน์

2017-08-30T093957Z_694626116_RC1BF846C7F0_RTRMADP_3_GLOBAL-TRANSPORT

เวียดนามจัดตั้งกองทัพไซเบอร์นับหมื่นคนเพื่อต่อสู้กับ “ทัศนะที่ไม่ถูกต้อง” บนอินเทอร์เน็ต ท่ามกลางการปราบปรามการวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐ

หน่วยไซเบอร์ที่มีชื่อว่า “ฟอร์ซ 47” (Force 47) ประกอบด้วยทหารและพลเรือนที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์กว่า 10,000 คน ที่พร้อมปฏิบัติการในหลายๆ ภาคส่วน ภารกิจหลักคือการเฝ้าจับตาการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากพบว่ามีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง หรือต่อต้านรัฐบาล ก็จะทำการลบความคิดเห็นเหล่านั้นทิ้งทันที

ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชนบนโซเชียลมีเดียได้มากนัก เพราะบริษัทที่ให้บริการสื่อโซเชียลมีเดียในเวียดนามมาจากหลายประเทศทั่วโลก และเวียดนามมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการสอดส่องทั้งหมด

บุคลากรในกองกำลัง 47 ที่มีจำนวนถึง 10,000 คน ถือว่ามากกว่าหน่วยไซเบอร์ของเกาหลีเหนือที่มีอยู่ 6,000 คน ซึ่งประธานาธิบดีของเวียดนาม เคยกล่าวย้ำว่าเวียดนามต้องเอาจริงกับการควบคุม เว็บไซต์ข่าว รวมทั้งบล็อกเกอร์ ที่มักเขียนเนื้อหาที่เป็นอันตรายและไม่ถูกต้อง

แหล่งที่มา asiancorrespondent.com และ voicetv.co.th

พายุไต้ฝุ่นเทมบินถล่มเวียดนาม เร่งอพยพประชาชนนับล้านคน

This photo taken on December 23, 2017 shows residents looking at the Cabuyao Bridge, which collapsed after being hit by Tropical Storm Tembin, in Barangay Dalama, Tubod, Lanao del Norte on the southern Philippine island of Mindanao.   Tens of thousands have been forced from their homes by a tropical storm that battered the southern Philippines leaving at least 182 dead, police and aid agencies said on December 24. / AFP PHOTO / MERLYN MANOS

หน่วยงานท้องถิ่นทางตอนใต้ของเวียดนามสั่งอพยพประชาชนเกือบ 1 ล้านคน และได้สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ชั่วคราว โดยนครโฮจิมินห์กำลังอยู่ในระหว่างการอพยพประชาชนราว 5,000 รายในย่านเกิ่นเหย่อ ส่วนทางจังหวัดบักเลียวอยู่ในระหว่างการอพยพประชาชนเกือบ 366,000 ราย

นอกจากนี้ ทางการเวียดนามยังได้สั่งอพยพประชาชนในจังหวัดอื่นๆทางตอนใต้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากกังวลว่าพายุไต้ฝุ่นเทมบิน ซึ่งพัดถล่มเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 200 คนนั้น จะถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของเวียดนามในคืนวันนี้หรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 ธันวาคม

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พายุลูกนี้พัดเข้าสู่ประเทศเวียดนามได้อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนจาก 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและอ่อนกำลังลงเป็น 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ขณะเคลื่อนผ่านทะเลในจังหวัดกาเมา ใต้สุดของประเทศเวียดนาม และพายุกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก โดยไม่ขึ้นฝั่งที่เวียดนามแน่นอน

แหล่งที่มา prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 05:23:42 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31710 เวียดนามตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากภาคการค้าปลีก

w620h405f1c1-files-articles-2015-1094264-big-c-to-hien-thanh-out70580450AM

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามดันยุทธศาสตร์พัฒนาการค้าในประเทศ ปั้นรายได้ค้าปลีกโต 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2578

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าตั้งเป้ารายได้จากภาคค้าปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 และวางรายได้แตะ 1.93 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2578

แนวทางการเพิ่มรายได้จากภาคค้าปลีกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์การพัฒนาการค้าในประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวระบุว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในภาคค้าปลีก (หรือ GDP ในภาคการค้าปลีก) ภายในประเทศจะมีมูลค่า 419 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 1 ,850 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563 และในปี 2568 จะมีมูลค่า 700 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้จีดีพีการค้าในประเทศเวียดนามอยู่ที่ 15.5-16% ในปี 2573

ขณะที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยของภาคค้าปลีกเวียดนามระหว่างปี 2560-2563 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 13% ต่อปี และเพิ่มขึ้นเป็น 14% ในปี 2564-2568 ดังนั้น ในปี 2563 รายได้จากภาคส่วนค้าปลีกจะอยู่ที่ 58 ล้านล้านด่อง และปี 2578 รายได้ของภาคค้าปลีกเวียดนามจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 440 ล้านล้านด่อง

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามปี 2563 จะมาจากภาคค้าปลีกในประเทศ 80% และมาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 20% โดยในกลุ่มตลาดค้าปลีกจะเป็นโมเดิร์นเทรด 30% ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% ในปี 2568 นอกจากนี้ ในอนาคตค้าปลีกของเวียดนามจะเติบโตจากการค้าขายอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น

แหล่งที่มา posttoday.com

ตำรวจเวียดนามจับกุมอดีตกรรมการพรรคระดับสูงในข้อหาประพฤติผิด

25149_VNM-180108-Trinh-Xuan-Thanh_1515391374899

ตำรวจเวียดนามจับกุมอดีตสมาชิกกรรมการพรรคระดับสูงในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติผิดระหว่างดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพลังงานของรัฐ นับเป็นสมาชิกพรรคคนแรกที่ต้องเผชิญกับฟ้องร้องในรอบทศวรรษ

กระทรวงรักษาความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม กล่าวระบุในเว็บไซต์ว่า ตำรวจได้จับกุม Dinh La Thang วัย 56 ปีในข้อหาต้องสงสัยว่า ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจของที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาสองประการที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งของ Dinh La Thang ในฐานะประธานบริษัท ปิโตรเวียดนาม ซึ่งเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัฐ เกี่ยวกับการสูญเสียจากการลงทุนในธนาคาร Ocean  และต้องสงสัยว่ากระทำผิดกฎหมายในบริษัท PetroVietnam Construction Joint Stock Corp (PVC)

หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า การปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นถือเป็นแรงจูงใจทางการเมือง และบางส่วนมุ่งเป้าไปที่คนใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรีเหงียน เติ๊น สุง ซึ่งพ่ายแพ้ในการแข่งขันทางการเมืองภายในพรรคเมื่อปี 2559

แหล่งที่มา reuters.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (16 – 30 พ.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/12/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/12/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/#respond Mon, 11 Dec 2017 06:11:46 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31553 นายกฯเวียดนามอนุมัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว

tieudiemngay25thang11-01_iebv

นายเหงียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามลงนามอนุมัติโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวในช่วงปี 2559 – 2563 รวมยอดเงินลงทุนกว่า 30 ล้านล้านด่ง มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างพร้อมเพรียงและทันสมัย

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวดังกล่าว ประกอบด้วยเส้นทางจากถนนสายหลักถึงเขตท่องเที่ยว โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การเสริมสร้างทรัพยากรการท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับเขต พยายามจนถึงปี 2563

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวสามารถสร้างความพร้อมให้แก่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งชาติ 3-5 แห่ง ให้การช่วยเหลือการลงทุนคมนาคม อำนวยความสะดวกเพื่อเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างการท่องเที่ยวในระดับเขตและสถานที่ท่องเที่ยวแห่งชาติ 30 แห่ง

แหล่งที่มา vovworld.vn

เวียดนามเปิดแผนเมืองโฮจิมินห์ซิตี้สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ

01c62083551PM

เวียดนามอนุมัติโครงการสร้างให้เมืองโฮจิมินห์ซิตี้สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะระหว่าง 2560-2563

เป้าหมายของโครงการดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเมืองที่มีอยู่ เช่น การเติบโตของประชากรอย่างรวดเร็ว การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไม่มีเสถียรภาพ อุปสรรคต่อการบริหารจัดการแผนแม่บท และระบบสาธารณสุขที่ย่ำแย่ การศึกษา การบริการด้านขนส่งมวลชน ตลอดจนการบริหารด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณะ

โครงการเมืองอัจฉริยะดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่มีฐานของความรู้และดิจิทัล การบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพและการพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพของชีวิตและสิ่งแวดล้อมการทำงาน

โดยแผนปฏิบัติเมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์ซิตี้นั้น ข้อมูลสารสนเทศจะต้องมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อการสร้างยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม ซึ่งควรจะตั้งศูนย์กลางของการจำลองเพื่อคาดการณ์ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ-สังคม รวมถึงศูนย์ด้านความปลอดภัย

เมืองอัจฉริยะจะเน้นไปใน 4 ด้านได้แก่ การปกครองท้องถิ่น สาธารณะ ผู้ประกอบการ และองค์การทางสังคม

แหล่งที่มา vietnamnews.vn

ซัมซุงพร้อมเปิดศูนย์ R&D ที่นครโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม

1129N-Samsung_article_main_image

บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ได้ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาในนครโฮจิมินห์ซิตี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นศูนย์เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ซัมซุงได้ลงทุนในการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ด้วยงบประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นศูนย์วิจัย R&D แห่งที่สองในเวียดนาม ทั้งนี้ศูนย์แห่งแรกตั้งอยู่ที่กรุงฮานอย  โดยศูนย์จะมิวิศวกรทำงานอยู่ราว 400 คนรวมถึงเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่พัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

ซัมซุงพยายามอย่างแข็งขันในการการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านในเวียดนาม เพื่อขยายจากการผลิตสมาร์ทโฟนที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศนี้ ทั้งนี้ศูนย์ R&D ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ภายในสวนอุตสาหกรรมไฮเทคไซง่อน ทางตอนใต้ของประเทศ

บริษัทซัมซุงมีโรงงานสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่สองแห่งในเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วนการผลิตราวร้อยละ 30 ของการผลิตทั่วโลก  ทั้งนี้การส่งออกสมาร์ทโฟนอยู่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนาม

แหล่งที่มา nikkei.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 พ.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/12/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/12/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/#respond Sat, 09 Dec 2017 02:15:46 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31546 ผู้นำจีนเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการหลังเสร็จสิ้นการประชุมเอเปก

560000011860001

รัฐบาลเวียดนามต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของผู้นำจีนระยะเวลา 2 วันภายหลังจากผู้นำจีนรวมทั้งผุ้นำของชาติอื่นๆ เสร็จสิ้นภารกิจการเข้าร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เมืองดานัง ของเวียดนาม

รัฐบาลทั้งสองพยายามขยายความสัมพันธ์ทางการค้า และหาทางแก้ไขความขัดแย้งเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ นายเหงียน ฟู จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน พร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเข้าประชุมหารือเป็นการภายใน

ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ของเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามต้องการยุติข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ด้วยสันติวิธี “เป็นนโยบายของเราที่จะแก้ไขกรณีพิพาทในทะเลตะวันออก โดยผ่านการเจรจาอย่างสันติ และด้วยความเคารพต่อกระบวนการทางการทูตและกฎหมาย ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล” เจิ่น กล่าว โดยใช้คำเรียกทะเลตะวันออกของชาวเวียดนามแทนทะเลจีนใต้

เจิ่น เวียด ไท นักวิชาการของสถาบันการทูตเวียดนาม กล่าวว่า การเยือนของสีครั้งนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อใจต่อกัน เป็นก้าวย่างใหม่ไปสู่ความสัมพันธ์ เวียดนาม-จีน และหวังว่าความสัมพันธ์จะดำเนินไปอย่างมั่นคง เนื่องจากปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างมาก ในการขยายความร่วมมือและรักษาความมั่นคง

ขณะที่เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุกก็ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีจีน หลีเค่อเฉียง เพื่อหารือความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือยุทธศาสตร์ เสนอให้กระทรวง หน่วยงานและท้องถิ่นต่างๆของทั้งสองฝ่ายประสานงานอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มา vovworld.vn และ dailynews.co.th

เวียดนามมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดเงินทุน

kt-anh1_xtbw

ตลาดเงินทุนและตลาดหลักทรัพย์ของเวียดนามจะยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลเวียดนามมีแนวทางผลักดันการแปรรูปวิสาหกิจของรัฐให้เป็นบริษัทหุ้นส่วนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  เพื่อยกระดับทักษะความสามารถในการบริหารและสร้างความโปร่งใสด้านการเงิน

มีรายงานว่า 9 เดือนแรกของปี 2560  ได้มีการแปรรูปสถานวิสาหกิจของรัฐให้เป็นบริษัทหุ้นส่วน  34 แห่งจากจำนวนสถานประกอบการ 44 แห่งตามแผนการที่ได้วางไว้จนถึงสิ้นปีนี้ รัฐบาลจะผลักดันการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เช่น  PV Oil – PV Power และกลุ่มบริษัทยาสูบเวียดนามให้เป็นบริษัทหุ้นส่วน ส่วนในปี 2561 รัฐบาลได้ประกาศแผนแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทหุ้นส่วนอีก 64 แห่ง รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ เช่น กลุ่มบริษัทกระดาษเวียดนามและบริษัท  Mobifone

ส่วนในปี 2562 แม้รัฐบาลเวียดนามจะมีแผนแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทหุ้นส่วนเพียง 18 แห่งเท่านั้น แต่ล้วนเป็นสถานประกอบการใหญ่และมีศักยภาพมาก เช่น กลุ่มบริษัทกาแฟเวียดนาม กลุ่มบริษัทไปรษณีย์โทรคมนาคม เครือบริษัทเคมีและเครือบริษัทถ่านหินแร่ธาตุเวียดนาม ทั้งนี้ ในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าจะมีสถานประกอบการภาครัฐหลายร้อยแห่งถูกแปรสภาพให้เป็นบริษัทหุ้นส่วนและมีหุ้นติดประกาศ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ

นาย เจิ่น วันหยุง ประธานคณะกรรมการหลักทรัพย์ ได้ยืนยันว่า มติต่างๆ ของรัฐบาลระบุชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดเวลาและสัดส่วนการถอนเงินทุนของภาครัฐออกจากรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะถูกแปรสภาพไปเป็นบริษัทหุ้นส่วน  ทางด้านรัฐบาลได้รายงานและส่งหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการพัฒนาตลาดเงินทุนและตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีศักยภาพมากขึ้นเป็นลำดับ  โดยควบคู่ไปกับความต้องการด้านเงินทุน ปัจจัยอื่นๆ เช่น การรักษาอัตราการขยายตัวในระดับสูง การควบคุมภาวะเงินเฟ้อ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนเป็นเสาหลักที่สำคัญ

ปัจจุบัน มีการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กว่า 1 ล้านบัญชี โดยเป็นบัญชีของนักลงทุนต่างชาติกว่า 2 หมื่นบัญชี เมื่อปี 2559 นักลงทุนต่างชาติได้ถอนเงินทุนจำนวนหนึ่งจากตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม แต่ในปี 2560 นักลงทุนต่างชาติได้เข้ามาซื้อหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งทำให้จนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติในเวียดนามได้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 47  เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2559

แหล่งที่มา vovworld.vn

 

]]>
http://aseanwatch.org/2017/12/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%9e-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
เวียดนาม (16 – 31 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/11/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/11/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Tue, 28 Nov 2017 17:11:08 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31513 สภาเวียดนามเสนอปรับปรุงปฏิรูประบบราชการ ลดขนาด-กระจายอำนาจ-เพิ่มประสิทธิภาพ

tinqh_iyrb

การประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 4 สมัยที่ 14 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ศกนี้ รัฐสภาแห่งชาติของเวียดนามได้หารือเกี่ยวกับการปฏิบัตินโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุงกลไกสำนักงานภาครัฐในช่วงปี 2554-2559 โดยเสนอให้ปรับปรุงนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุงหน่วยงานภาครัฐโดยลดขนาดลง ผลักดันการกระจายอำนาจ และเพิ่มประสิทธิภาพ

เนื่องจากกลไกการบริหารราชการเวียดนามในปัจจุบันยังไม่มีความกะทัดรัดและประสิทธิภาพในการดำเนินงานยังไม่สูงนัก และยังให้ความสนใจต่อการจัดทำกฎหมายเพื่อไม่ต้องเพิ่มตำแหน่งงานและผลักดันงานด้านการตรวจสอบ ทั้งนี้รัฐบาลต้องปรับปรุงกลไกราชการให้กะทัดรัด ผลักดันการกระจายอำนาจ ชี้ชัดถึงหน้าที่ บทบาท อำนาจและความรับผิดชอบ

สมาชิกรัฐสภาบางคนเสนอให้รัฐบาลดำเนินการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็วเพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับกลไกภาครัฐ น้อมรับความพึงพอใจของประชาชนมาเป็นผลประเมินประสิทธิภาพของการปรับปรุงระบบการบริหารราชการ  รวมไปถึงข้อเสนอให้ต้องปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดภาระให้แก่งบประมาณและยุบสำนักงานที่ดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มา vovworld.vn

เวียดนามเตรียมใช้นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

t61-1

เวียดนามได้หันความสนใจมาพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืน รวมถึงได้เล็กใช้นโยบายอุตสาหกรรมเทคโนโลยี  4.0 เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

เป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษที่กฎหมายว่าด้วยการลงทุนจากต่างชาติได้ประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2530 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศก็ได้กลายเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเวียดนาม แม้ว่าจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น มลภาวะทางสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีขั้นต่ำ การถ่ายทอดเทคโนโลยีในระดับล่างๆ  เป็นต้น

โดยนาย Đang Xuan Quang รองผู้อำนวยการหน่วยงานด้านการลงทุนจากต่างประเทศของเวียดนาม ระบุว่า เวียดนามจำเป็นต้องทบทวนการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพื่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ควรที่จะนำมาพิจารณาเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ  นอกจากนี้ การเลือกการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เวียดนามเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้มากขึ้น

เวียดนามควรจะเน้นไปที่การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีส่วนเพิ่มมูลค่า เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ อิเล็กทรอนิกส์  อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) และปัญญาประดิษฐ์  การศึกษา R&D และด้านสุขภาพ

ขณะเดียวกัน เวียดนามก็ต้องมีนโยบายที่เน้นความรับผิดชอบของนักลงทุน ที่มีต่อเวียดนามโดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมให้บริษัทท้องถิ่นเวียดนามได้เป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเพื่อเป็นการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าของโลก

แหล่งที่มา vietnamnews.vn

]]>
http://aseanwatch.org/2017/11/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 22 Oct 2017 16:02:05 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31463 เวียดนามส่งเสริมการอนุรักษ์ภาษาชนกลุ่มน้อย

20171019103541-1

การสอนและการเรียนรู้เกี่ยวกับการพูดและเขียนภาษาของชนกลุ่มน้อยในเวียดนามเผชิญกับความยากลำบากมากมาย ซึ่งเป็นการสะท้อนมาจากที่ประชุมคณะกรรมการกลางแนวร่วมเพื่อดินแดนเวียดนาม ของสภาที่ปรึกษาความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ในเวียดนาม (Advisory Council for Ethnic Affairs)

นายฮา ถิ เกียด (Ha Thi Khiet) ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการกลาง และยังดำรงตำแหน่งประธานสภาดังกล่าวด้วย ได้ระบุว่า กลุ่มชาติพันธุ์ 27 กลุ่มจาก 53 กลุ่มในเวียดนามมีภาษาเขียนเป็นของตนเอง  รวมทั้งยังมีโรงเรียนในเวียดนามจัดทำหลักสูตรภาษาของชนกลุ่มน้อยถึงกว่า 20 เมืองทั่วเวียดนาม

ทางด้านของรองอธิบดีกรมการฝึกสอนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและการอบรมกล่าวว่า ภาษามง (Mong) เอเด  (Ede) จไร (Jrai) บาห์นาร์ (Bahnar) จามและเขมร ได้มีการสอนในโรงเรียนเป็นครั้งแรกระหว่างปี 2553-2554 ใน 740 โรงเรียนทั่วประเทศและการสอนก็ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม จำนวนครูสอนภาษาชนกลุ่มน้อยมีไม่เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกอบรมครูสอนภาษาชนกลุ่มน้อยเพิ่มอีกนับหมื่นคน

แหล่งที่มา vietnamnet.vn

ตำรวจเวียดนามจับกุมฝ่ายต่อต้านรัฐบาล

vietnam-flag-l

ตำรวจเวียดนามได้จับกุมผู้ถูกกล่าวหาว่าพยายามจะโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งตามรายงานในเว็บไซต์ทางการของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามระบุว่า ตำรวจสามารถจับกุมผู้ถูกกล่าวหาว่าพยายามจะโค่นล้มรัฐบาลในปีนี้ได้อย่างน้อย 17 ราย

ทั้งนี้ เกิ่ม ถิ ซวน (Tran Thi Xuan) วัย 41 ปีได้ถูกจับกุมในจังหวัดทางตอนเหนือของเวียดนามเป็นรายล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา  โดยเว็บไซต์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมและสอบสวนในครั้งนี้  ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่า ผู้ถูกจับกุมรายล่าสุดนี้เป็นนักกฎหมายหรือไม่

แม้ว่า เวียดนามจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางและเปิดกว้างมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก แต่พรรคคอมมิวนิสต์ก็ยังควบคุมและเซ็นเซอร์เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มงวด  นอกจากนี้ จะพบว่า การปราบปรามผู้คิดเห็นต่างกับพรรคถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตามมาจากการเปลี่ยนแปลงชนชั้นนำในพรรคเมื่อต้นปีก่อน ซึ่งมีผลสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับพรรคมากขึ้น

แหล่งที่มา channelnewsasia.com

การประชุมคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 12  เน้นประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง

101-HoinghiTW673053239PM

การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่12 เป็นระยะเวลา 7 วันได้เสร็จสิ้นลงในวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้ยังคงเน้นประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างและประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ในการกล่าวปิดการประชุม นายเหงวียนฟู้จ๋อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้สรุปว่า บรรดาผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมได้หารือเกี่ยวกับรายงานต่างๆ ซึ่งทางคณะกรรมการกลางพรรคฯ ได้เห็นพ้องและผ่านความเห็นชอบในมติและข้อสรุปของส่วนกลางเกี่ยวกับสถานการณ์และแผนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม  ตลอดจนประเด็นงบประมาณและการเงินปี2560-61  การผลักดันงานด้านการดูแลปกป้องสุขภาพของประชาชน รวมถึงประเด็นด้านประชากรของประเทศ  การเปลี่ยนแปลงใหม่ระบบองค์กรและการบริหารเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการปฏิบัติของหน่วยงานราชการ ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างระบบการเมืองให้มีกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังย้ำถึงประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ เพื่อปูทางสู่การปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนประกอบธุรกิจ การผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างและประสิทธิภาพของสถานประกอบการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนให้กลายเป็นพลังสำคัญเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งที่มา vietnamnews.vn และ vovworld.vn

 

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (16 – 30 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Tue, 03 Oct 2017 13:33:42 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31256 ศาลเวียดนามตัดสินให้ประหารชีวิตอดีตประธานปิโตรเวียดนามในคดีทุจริตคอร์รัปชัน

Former Petro Vietnam (PVN) chairman Nguyen Xuan Son (C) is escorted by police while he leaves the court after the verdict session in Hanoi, Vietnam September 29, 2017. REUTERS/Kham

เมื่อวันที่ 30 กันยายนนี้ ศาลเวียดนามมีคำตัดสินให้ประหารชีวิตอดีตประธานบริษัทปิโตรเวียดนาม ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐ หลังจากที่สืบสวนแล้วพบว่า เขาและพวกรวม 51 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นักการธนาคารและนักธุรกิจ ในข้อกล่าวหารับสินบนและบริหารสร้างความเสียหายให้แก่รัฐทำให้สูญเสียมูลค่า 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การตัดสินประหารชีวิตนายเหวียน ซวน ซอน อดีตประธานบริษัทปิโตรเวียดนาม ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้มีการลงโทษสูงสุดสำหรับอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโส และยังถือเป็นช่วงเวลาของการปราบปรามการทุจริตอย่างรุนแรงภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์

นอกจากนี้ ศาลประชาชนในกรุงฮานอยยังตัดสินนายฮา วาน ถั่ม อดีตประธานธนาคารโอเชียนและเคยเป็นผู้ร่ำรวยที่สุดของเวียดนามให้ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จากข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อฉลและละเมิดระเบียบข้อบังคับในการปล่อยกู้เงินโดยผิดกฎหมาย และการใช้อำนาจไปในทางฉ้อฉล นอกจากนี้ยังมีนักการธนาคารและเจ้าที่รัฐด้านพลังงานอีกหลายสิบคนก็ถูกศาลตัดสินให้จำคุกในคดีที่สืบเนื่องเดียวกันนี้ด้วย

แหล่งที่มา reuters.com

เวียดนามเตรียมลดขั้นตอนความล่าช้าในการทำธุรกิจเพื่อสนับสนุน SMEs

20170925_Vietnam_Factory_article_main_image

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามมีแผนจะลดขั้นตอนความล่าช้าในการลงทุนและการทำธุรกิจให้ได้ครึ่งหนึ่งของความพยายามจะลดความซับซ้อนของราชการโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

โดยจะมีการลดเงื่อนไขในการทำธุรกิจซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 1,200 รายการที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการทำธุรกิจและการลงทุน และมีการอธิบายว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของสภาพแวดล้อมของการบริหารของเวียดนาม ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ว่ามีความซับซ้อนเกินไปและไม่สร้างสรรค์ ไม่สามารถอธิบายได้และไม่เหมาะสมกับการทำธุรกิจ

ทางด้านนายกรัฐมนตรีของเวียดนามกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นความก้าวหน้าเกินความคาดหมายของตน ขณะที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนมองว่า หลายเงื่อนไขและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำธุรกิจในประเทศเช่นเวียดนามนี้ไม่ได้เป็นไปตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ  ขณะที่การมีอยู่ของเงื่อนไขที่เรียกว่า การขออนุญาตเป็นรายย่อยๆ จะทำให้ธุรกิจต่างๆ มีความเสี่ยงต่อการทุจริตและการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ

อย่างไรก็ตาม การปรับลดขั้นตอนการทำธุรกิจและการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเชิงสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง โดยวิสัยทัศน์ว่าจะลดภาระในการทำธุรกิจ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมของแผนนี้จะมีการประกาศต่อสาธารณชนอีกครั้งในไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มา nikkei.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-30-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 ก.ย. 60) http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/ http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/#respond Tue, 03 Oct 2017 13:31:45 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31252 เวียดนามเตรียมมาตรการสนับสนุนประชากรสูงอายุ

nguoicaotuoihcm92361112PM

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าเวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการสูงวัยเร็วที่สุดในโลก ปรากฏการณ์นี้ได้มีผลกระทบอย่างกว้างขวางและเป็นระยะยาวต่อประเทศ ซึ่งต้องอาศัยนโยบายเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ

ในปีนี้มีการประเมินว่าเวียดนามมีผู้สูงอายุราว 10 ล้านคน ตัวเลขนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 19 ล้านคนในปี 2573 และเป็น 28 ล้านคนในปี 2593 ตามข้อมูลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ

สำหรับแผนปฏิบัติการในเรื่องนี้ ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุช่วงปี 2560-2568

ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เวียดนามมีวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับหน้าที่ของลูกหลานในการความเคารพและดูแลผู้สูงอายุ และรวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศ ซึ่งเอื้อให้รัฐบาลสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้เกี่ยวกับนโยบายด้านผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม การดูแลผู้สูงอายุในเวียดนามยังคงประสบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ป่วยสูงวัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาระในการดูแลสุขภาพจากกองทุนด้านการดูแลสุขภาพกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการที่ผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ และไม่ได้มีการตรวจสุขภาพและรับยาทานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ในปัจจุบันนี้ การดูแลผู้สูงอายุเริ่มได้รับความสนใจจากท้องถิ่นภายใต้รูปแบบการดูแลจากชุมชน อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีโรงพยาบาลเพียง 49 แห่งจาก 69 โรงพยาบาลในระดับเมืองและระดับจังหวัดที่มีคณะวิชาเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และมีเพียง 3 สถาบันเท่านั้นที่มีการศึกษาในด้านผู้สูงอายุโดยตรง

แผนปฏิบัติการจะมุ่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนในประเด็นดังกล่าว และกำหนดให้โรงพยาบาลระดับเมืองและระดับจังหวัดมีคณะศึกษาด้านผู้สูงอายุ  และศูนย์เฉพาะที่ดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น

แหล่งที่มา vietnamnews.vn

เวียดนามเตรียมผลิตรถยนต์ส่งขายสหรัฐฯ และยุโรป

20170902_Vingroup_article_main_image

รายงานข่าวจากกรุงฮานอยระบุว่า นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของเวียดนามเตรียมกำลังเข้าสู่ธุรกิจการผลิตรถยนต์เต็มรูปแบบ

โดยกลุ่มธุรกิจ Vingroup มีแผนว่าจะผลิตยานพาหนะให้ได้ 500,000 คันในประเทศภายในปี 2568 โดยตั้งบริษัท VinFast ขึ้นมาดำเนินธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะ โดย VinFast ตั้งโรงงานผลิตในเขตเศรษฐกิจ Dinh Vu-Cat Hai Economic Zone ของจังหวัดไฮฟอง เมืองท่าสำคัญทางภาคเหนือเวียดนาม ทำพิธีเปิดดำเนินการก่อสร้างโรงงานเฟสแรก เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ใช้เงินลงทุน 1,000-1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (33,200-50,000 ล้านบาท)

โรงงานแห่งนี้วางแผนจะผลิตรถที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและระบบน้ำมันเบนซิน ซึ่งจะวางตลาดทั้งในเวียดนามและในต่างประเทศ อาจจะเป็นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 รวมถึงวางแผนผลิตรถให้ได้ 100,000 ถึง 200,000 คันต่อปี รวมถึงการผลิตรถยนต์ซีดานและเอสยูวี ทั้งเครื่องเบนซิน ดีเซล และไฟฟ้า จำหน่ายช่วงครึ่งหลังปี 2019 หรือในอีก 2 ปี

ส่วนเครื่องยนต์และชิ้นส่วน ใช้วัตดุดิบและผลิตในประเทศทั้งหมด เพื่อให้ผลงานเป็นสินค้า “Made in Vietnam” อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังของเวียดนามด้วยว่า กระทรวงฯ เตรียมรวบรวมข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อจัดทำร่างข้อเสนอจะเก็บภาษีเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับการนำรถยนต์ใช้แล้วจากต่างประเทศนำเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะมีผลให้ราคารถยนต์ใช้แล้วนำเข้าจากต่างประเทศแพงขึ้น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงอธิบายว่า มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้ว และยังเป็นการช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมยนต์ภายในประเทศ

แหล่งที่มา vietnamnews.vn , nikkei.com และ lokwannee.com

]]>
http://aseanwatch.org/2017/10/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%81-%e0%b8%a2-60/feed/ 0
เวียดนาม (16 – 31 ส.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/#respond Mon, 11 Sep 2017 13:54:17 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31142 เวียดนามเตรียมเพิ่มมาตรการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น

CevxEKO

ประธานาธิบดีเจิ่นด่ายกวางของเวียดนามได้ออกมาเรียกร้องให้มีมาตรการคุมเข้มอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวโจมตีและล้มล้างรัฐบาล รวมถึงใช้ต่อสู้กับภัยคุกคามต่อความมั่นคงไซเบอร์

รัฐบาลเวียดนามได้กวาดล้างกลุ่มเคลื่อนไหวหนักขึ้นในปีนี้ ซึ่งแม้จะมีการจับกุมและลงโทษจำคุกนักเคลื่อนไหวชื่อดังหลายคน แต่แทบจะไม่ขัดขวางการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทางสื่อสังคมได้ จนกระทั่งประธานาธิบดีเจิ่นด่ายกวางออกมาเรียกร้องผ่านบทความที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของรัฐบาล โดยระบุถึงกลุ่มปฏิปักษ์กับรัฐบาลได้ใช้อินเทอร์เน็ตมาเครื่องมือบ่อนเซาะเกียรติภูมิผู้นำพรรคและผู้นำประเทศ ส่งผลกระทบในทางลบต่อสมาชิกพรรคและประชาชน และว่า เวียดนามจำเป็นต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง กับการควบคุมข้อมูลออนไลน์ โดยเฉพาะบนเครือข่ายสังคม และจำเป็นต้องมีทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันเนื้อหาไม่ดีและอันตรายในเว็บไซต์และบล็อกข่าว

นอกจากนี้ เวียดนามเพิ่มการกวาดล้าง ทั้งกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต นับตั้งแต่กลุ่มการเมืองสายอนุรักษ์นิยมเน้นความมั่นคง เข้ากุมอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

แหล่งที่มา dailynews.co.th

เวียดนามย้ำ GDP ปี 2560 ต้องโตที่ร้อยละ 6.7 ตามเป้าหมาย

GGFeatured1-740x431

 รัฐบาลเวียดนามโดยนายมายเตี๊ยนหยุง รัฐมนตรีและหัวหน้าสำนักรัฐบาล ได้กล่าวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงการบรรลุอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 6.7 จำเป็นต้องทำให้ภาคการเกษตรต้องขยายตัวเพื่อบรรลุที่ร้อยละ 3.05 ซึ่งในปีนี้ เวียดนามได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ส่งผลต่อภาคเกษตรน้อยกว่าปีที่แล้ว อีกทั้งภาคปศุสัตว์ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรอาจบรรลุ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านอุตสาหกรรม แม้การทำเหมืองแร่ได้ลดลงร้อยละ 6.9 แต่การผลิตและแปรรูปยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา การบริการและค่าเงินด่องได้ดีขึ้นในขณะที่มีการเพิ่มเงินทุนสินเชื่อ การลดดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายสำหรับการบริโภค

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขยายตัวของ GDP ในปี 2560 รัฐบาลเวียดนาม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ เน้นลงทุนในโครงการที่กำลังก่อสร้างเพื่อเปิดใช้งานโดยเร็วและมีประสิทธิภาพ และลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.5 ตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงปลายปี รวมถึงการผลักดันการขยายตัวด้านสินเชื่อให้บรรลุร้อยละ 21 – 22 เพื่อให้อัตราการเบิกจ่ายเงิน ODA และเงินทุนของธนาคารภาครัฐในเวลาที่เหลือของปีนี้ดีขึ้น โดยเฉพาะจะเน้นปฏิรูปราชการ ปรับปรุงบรรยากาศการลงทุน ระเบียบการและตรวจสอบระเบียบการประกอบธุรกิจต่างๆ

แหล่งที่มา vovworld.vn

 

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/11/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 ส.ค. 60) http://aseanwatch.org/2017/09/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2017/09/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/#respond Sat, 09 Sep 2017 07:16:39 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31128 กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอรัฐบาลปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 12 ในปี 2562

big_c-1_SGHJ

กระทรวงการคลังของเวียดนามเตรียมเสนอต่อรัฐบาลให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีแวต จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ในอัตราร้อยละ 10 มาเป็นอัตราร้อยละ 12 ในปี 2562 แนวนโยบายเพิ่มภาษีดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปรับลดหนี้สาธารณะลงจากระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปัจจุบัน

ปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นของเวียดนาม ได้มีผู้เชี่ยวชาญคาดว่า หนี้สาธารณะอาจจะพุ่งขึ้นสู่ 64.8% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2560 ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้สำหรับปี 2559-2561 เพียงแค่ 0.2% เท่านั้น

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่เวียดนามจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่เพิ่มขึ้นอีกต่อไปจนถึงระดับ 14% ในปี 2564 ด้วย แต่การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มยังคงต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลเวียดนาม และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมในปี 2562

แหล่งที่มา bangkokbiznews.com

เวียดนามกำลังเผชิญโรคไข้เลือกออกระบาดพบผู้ป่วยรายใหม่กว่าหมื่นราย

14872454781487245519l

เวียดนามกำลังเผชิญการระบาดของโรคไข้เลือดออกหรือไข้เด็งกี โดยมีรายงานในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ระบุว่ามีผู้ป่วยติดเชี้อไว้รัสเด็งกีรายใหม่กว่า 1 หมื่นคน โดยกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามเปิดเผยว่า จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีนั้นเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 42 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังมีผู้ที่เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 ราย โดยมียอดรวมผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด 24 ราย

ขณะที่ผู้ติดเชื่อไวรัสเด็งกีมีทั้งหมด 90,626 คน ในจำนวนนี้มี 76,848 คนกำลังรักษาตัวอยู่ สาเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเด็งกี่ที่มีอัตราสูงนั้น มาจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูง และฝนที่ตกมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วที่เป็นปัจจัยส่งเสริมการแพร่พันธุ์ของยุง

ทางด้านรัฐบาลเวียดนามได้ออกประกาศเตือนและกระตุ้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและลูกน้ำ ซึ่งจะกลายเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคในอนาคต โดยเฉพาะตามพื้นที่ที่มีการก่อสร้างและบ้านพักคนงาน

แหล่งที่มา prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2017/09/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%aa-%e0%b8%84-60/feed/ 0