10 ชาติอาเซียน – ASEAN Watch http://aseanwatch.org Sun, 14 Jan 2018 07:04:23 +0000 th-TH hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.6 ฟิลิปปินส์ (16 – 31 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 06:33:24 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31719 ไต้ฝุ่นพัดถล่มฟิลิปปินส์ตายกว่า 240 คน

310971

พายุไต้ฝุ่นเทมบินเข้าถล่มเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ด้วยความเร็ว 125 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 240 ราย สูญหายอีกเกือบ 200 ราย ขณะที่ฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมขังและดินถล่มในบริเวณดังกล่าว จนมีผู้อพยพออกจากที่พักอาศัยกว่า 7 หมื่นราย และเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังพายุดีเปรสชันไคตั๊กเข้าถล่มตอนกลางของประเทศ

ทั้งนี้ หมู่บ้านดาลามาที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นหนึ่งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบสูงสุด มีบ้านเรือนจำนวน 103 ครัวเรือนเสียหายจากน้ำท่วม  ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มักจะเผชิญพายุไต้ฝุ่นราว 20 ลูกในแต่ละปี ขณะที่พายุดีเปรสชันไคตั๊กลูกล่าสุดที่พัดถล่มตอนกลางของประเทศในวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา  ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 54 ราย และสูญหายอีก 24 ราย

แหล่งที่มา posttoday.com

รัฐสภาฟิลิปปินส์อนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเปิดช่องหาเงินปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค

TRAIN-photo-850x491

รัฐสภาฟิลิปปินส์อนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี ตามนโยบายหลักด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแเตร์เต เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา  โดยปรับขึ้นภาษีถ่านหิน รถยนต์ เครื่องดื่มน้ำอัดลม และการผ่าตัดเสริมความงาม เพื่อหาเงินปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคที่ทรุดโทรม

หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความชื่นชมต่อกฎหมายฉบับใหม่ โดยเฉพาะเมื่อฟิลิปปินส์เพิ่งได้รับการยกระดับอัตราความน่าเชื่อถือในสัปดาห์นี้ จากฟิทช์ เรตติ้ง และกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่กล่าวยกย่องการขึ้นภาษีถ่านหิน

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์กล่าวว่า การปฏิรูปภาษี เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่ดูแเตร์เตเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปีที่แล้ว จะช่วยจัดหาเงินทุนสำหรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทางด้านสาธารณูปโภค เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ นายคาร์ลอส โดมิงเกซ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฟิลิปปินส์ กล่าวว่า กฎหมายปฏิรูปภาษีมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการลงทุน การสร้างงาน และลดความยากจน

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีระบบสาธารณูปโภคย่ำแย่ ทั้งถนนหนทางที่ทรุดโทรม รถไฟแออัดและระบบความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำกว่ามาตรฐาน ล้วนเป็นสิ่งขัดขวางศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และอาจทำลายความพยายามยกประชาชนหลายล้านคนให้พ้นจากความยากจน

ส่วนสำคัญในร่างกฎหมาย ซึ่งผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา และคาดว่าดูแเตร์เตจะลงนามในปลายเดือนธันวาคม  รวมถึงการขึ้นภาษีสรรพสามิตถ่านหิน ซึ่งฟิลิปปินส์ใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าเกือบครึ่งของประเทศ โดยปรับขึ้นถึง 10 เท่า หรือ 100 เปโซ (64 บาท) ต่อตัน ภายในปี พ.ศ. 2563

แหล่งที่มา dailynews.co.th

ญี่ปุ่นเสนอให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์จากภัยพิบัติไต้ฝุ่นและเหยื่อไฟไหม้ฟ้างเมืองดาเวา

Page-10-a_081217

รัฐบาลญี่ปุ่นเสนอให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ จากเหตุพายุไต้ฝุ่นเทมบิน และจากกรณีเหตุไฟไหม้ห้างที่เมืองดาเวา

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีข้อความแสดงความเสียใจต่อประธานาธิบดีดูแตร์เต เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม โดยกล่าวว่า ญี่ปุ่นมีความเสียใจและฟิลิปปินส์กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก  และญี่ปุ่นพร้อมจะให้ความช่วยเหลือตามที่ฟิลิปปินส์ต้องการ รวมไปถึงการจัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ในระดับมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และแสดงความปรารถนาว่าพื้นที่ประสบภัยพิบัติจะสามารถฟื้นฟูได้โดยเร็ว

ผู้นำญี่ปุ่นแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นเทมบิน ตลอดจนผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่ศูนย์การค้า  New City Commercial Center  ที่เมืองดาเวา

แหล่งที่มา philstar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (16 – 31 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 05:53:32 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31714 เวียดนามจัดตั้งกองทัพไซเบอร์หมื่นคนเพื่อควบคุมสื่อออนไลน์

2017-08-30T093957Z_694626116_RC1BF846C7F0_RTRMADP_3_GLOBAL-TRANSPORT

เวียดนามจัดตั้งกองทัพไซเบอร์นับหมื่นคนเพื่อต่อสู้กับ “ทัศนะที่ไม่ถูกต้อง” บนอินเทอร์เน็ต ท่ามกลางการปราบปรามการวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐ

หน่วยไซเบอร์ที่มีชื่อว่า “ฟอร์ซ 47” (Force 47) ประกอบด้วยทหารและพลเรือนที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์กว่า 10,000 คน ที่พร้อมปฏิบัติการในหลายๆ ภาคส่วน ภารกิจหลักคือการเฝ้าจับตาการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากพบว่ามีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง หรือต่อต้านรัฐบาล ก็จะทำการลบความคิดเห็นเหล่านั้นทิ้งทันที

ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชนบนโซเชียลมีเดียได้มากนัก เพราะบริษัทที่ให้บริการสื่อโซเชียลมีเดียในเวียดนามมาจากหลายประเทศทั่วโลก และเวียดนามมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการสอดส่องทั้งหมด

บุคลากรในกองกำลัง 47 ที่มีจำนวนถึง 10,000 คน ถือว่ามากกว่าหน่วยไซเบอร์ของเกาหลีเหนือที่มีอยู่ 6,000 คน ซึ่งประธานาธิบดีของเวียดนาม เคยกล่าวย้ำว่าเวียดนามต้องเอาจริงกับการควบคุม เว็บไซต์ข่าว รวมทั้งบล็อกเกอร์ ที่มักเขียนเนื้อหาที่เป็นอันตรายและไม่ถูกต้อง

แหล่งที่มา asiancorrespondent.com และ voicetv.co.th

พายุไต้ฝุ่นเทมบินถล่มเวียดนาม เร่งอพยพประชาชนนับล้านคน

This photo taken on December 23, 2017 shows residents looking at the Cabuyao Bridge, which collapsed after being hit by Tropical Storm Tembin, in Barangay Dalama, Tubod, Lanao del Norte on the southern Philippine island of Mindanao.   Tens of thousands have been forced from their homes by a tropical storm that battered the southern Philippines leaving at least 182 dead, police and aid agencies said on December 24. / AFP PHOTO / MERLYN MANOS

หน่วยงานท้องถิ่นทางตอนใต้ของเวียดนามสั่งอพยพประชาชนเกือบ 1 ล้านคน และได้สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ชั่วคราว โดยนครโฮจิมินห์กำลังอยู่ในระหว่างการอพยพประชาชนราว 5,000 รายในย่านเกิ่นเหย่อ ส่วนทางจังหวัดบักเลียวอยู่ในระหว่างการอพยพประชาชนเกือบ 366,000 ราย

นอกจากนี้ ทางการเวียดนามยังได้สั่งอพยพประชาชนในจังหวัดอื่นๆทางตอนใต้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากกังวลว่าพายุไต้ฝุ่นเทมบิน ซึ่งพัดถล่มเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 200 คนนั้น จะถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของเวียดนามในคืนวันนี้หรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 ธันวาคม

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พายุลูกนี้พัดเข้าสู่ประเทศเวียดนามได้อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนจาก 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและอ่อนกำลังลงเป็น 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ขณะเคลื่อนผ่านทะเลในจังหวัดกาเมา ใต้สุดของประเทศเวียดนาม และพายุกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก โดยไม่ขึ้นฝั่งที่เวียดนามแน่นอน

แหล่งที่มา prachachat.net

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เวียดนาม (1 – 15 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 05:23:42 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31710 เวียดนามตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากภาคการค้าปลีก

w620h405f1c1-files-articles-2015-1094264-big-c-to-hien-thanh-out70580450AM

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามดันยุทธศาสตร์พัฒนาการค้าในประเทศ ปั้นรายได้ค้าปลีกโต 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2578

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าตั้งเป้ารายได้จากภาคค้าปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 และวางรายได้แตะ 1.93 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2578

แนวทางการเพิ่มรายได้จากภาคค้าปลีกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์การพัฒนาการค้าในประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวระบุว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในภาคค้าปลีก (หรือ GDP ในภาคการค้าปลีก) ภายในประเทศจะมีมูลค่า 419 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 1 ,850 ล้านดอลลาร์ ในปี 2563 และในปี 2568 จะมีมูลค่า 700 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้จีดีพีการค้าในประเทศเวียดนามอยู่ที่ 15.5-16% ในปี 2573

ขณะที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยของภาคค้าปลีกเวียดนามระหว่างปี 2560-2563 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 13% ต่อปี และเพิ่มขึ้นเป็น 14% ในปี 2564-2568 ดังนั้น ในปี 2563 รายได้จากภาคส่วนค้าปลีกจะอยู่ที่ 58 ล้านล้านด่อง และปี 2578 รายได้ของภาคค้าปลีกเวียดนามจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 440 ล้านล้านด่อง

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามปี 2563 จะมาจากภาคค้าปลีกในประเทศ 80% และมาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 20% โดยในกลุ่มตลาดค้าปลีกจะเป็นโมเดิร์นเทรด 30% ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% ในปี 2568 นอกจากนี้ ในอนาคตค้าปลีกของเวียดนามจะเติบโตจากการค้าขายอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น

แหล่งที่มา posttoday.com

ตำรวจเวียดนามจับกุมอดีตกรรมการพรรคระดับสูงในข้อหาประพฤติผิด

25149_VNM-180108-Trinh-Xuan-Thanh_1515391374899

ตำรวจเวียดนามจับกุมอดีตสมาชิกกรรมการพรรคระดับสูงในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติผิดระหว่างดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพลังงานของรัฐ นับเป็นสมาชิกพรรคคนแรกที่ต้องเผชิญกับฟ้องร้องในรอบทศวรรษ

กระทรวงรักษาความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม กล่าวระบุในเว็บไซต์ว่า ตำรวจได้จับกุม Dinh La Thang วัย 56 ปีในข้อหาต้องสงสัยว่า ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจของที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาสองประการที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งของ Dinh La Thang ในฐานะประธานบริษัท ปิโตรเวียดนาม ซึ่งเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัฐ เกี่ยวกับการสูญเสียจากการลงทุนในธนาคาร Ocean  และต้องสงสัยว่ากระทำผิดกฎหมายในบริษัท PetroVietnam Construction Joint Stock Corp (PVC)

หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า การปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นถือเป็นแรงจูงใจทางการเมือง และบางส่วนมุ่งเป้าไปที่คนใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรีเหงียน เติ๊น สุง ซึ่งพ่ายแพ้ในการแข่งขันทางการเมืองภายในพรรคเมื่อปี 2559

แหล่งที่มา reuters.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
บรูไน (16 – 31 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 04:42:34 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31707 มูลค่าการค้าของบรูไนในปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน

trade

มูลค่าการค้าโดยรวมของบรูไนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 933.6 ล้านดอลลาร์บรูไน ประกอบด้วยมูลค่าการค้าขาออก 582 ล้านดอลลาร์บรูไน และการค้าขาเข้า 351.6 ล้านดอลลาร์บรูไน  นอกจากนี้ ดุลการค้ายังเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 มูลค่า 230.4 ล้านดอลลาร์บรูไน จาก 211.9 ล้านดอลลาร์บรูไน ในช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน

มูลค้าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมาจากการส่งออกเชื้อเพลิงปิโตรเลียมมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 91.6 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย น้ำมันดิบ (264.9 ล้านดอลลาร์บรูไน) และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 226.1 ล้านดอลลาร์บรูไน  ขณะที่การนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ประกอบด้วย เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง ร้อยละ 25.1 สินค้าอุตสาหกรรม ร้อยละ 21.4 เคมีภัณฑ์ ร้อยละ 17.1 อาหาร ร้อยละ 12.6  และแร่เชื้อเพลิงร้อยละ 11.5

ทั้งนี้ ตลาดสินค้าส่งออกส่วนใหญ่คือ เกาหลีใต้ ร้อยละ 23.3 ของการส่งออกต่างประเทศทั้งหมด ตามมาด้วยมาเลเซีย  ร้อยละ 17.4 ไต้หวัน ร้อยละ 12.6 ญี่ปุ่นร้อยละ 12.5

แหล่งที่มา borneobulletin.com.bn

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-16-31-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
บรูไน (1 – 15 ธ.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/#respond Sun, 14 Jan 2018 04:41:16 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31704 บรูไนคาดจะได้ประโยชน์จากนโยบายยุทธศาสตร์เปิดและเสรี อินโด-แปซิฟิกของญี่ปุ่น

Page-10-a_081217

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกนโยบายต่างประเทศใหม่ที่เรียกว่า ยุทธศาสตร์เปิดและเสรี อินโด-แปซิฟิก (Free and Open Indo-Pacific Strategy) เพื่อ (1) ส่งเสริมและสถาปนาคุณค่าหลักพื้นฐานของเสรีภาพ ประชาธิปไตยและนิติรัฐ (เสรีภาพในการเดินเรือ) และเศรษฐกิจตลาด (2) เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ (3) เพื่อสันติภาพและความมั่นคง

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบรูไนกล่าวถึงการริเริ่มการเชื่อมต่อ “สองทวีป” และ “สองมหาสมุทร” เพื่อจะให้มีการเปิดเสรีกันระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และยังเชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับแอฟริกา

ทั้งนี้ได้มีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างบรูไนและญี่ปุ่น โดยเฉพาะความร่วมมือในการกระจายความหลากหลายของภาคเศรษฐกิจบรูไน รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเกาหลีเหนือ  ญี่ปุ่นคาดว่าบรูไนจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในยุทธศาสตร์สำคัญนี้ โดยทั้งสองประเทศจะพึ่งพิงกันในเรื่องความมั่นคงการเดินเรือและพลังงาน

บรูไนจะได้รับประโยชน์จากความมั่นคงทางทะเล ภายใต้กรอบนี้ ที่ตั้งของบรูไนอยู่ในจุดกึ่งกลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะมีศักยภาพมากสำหรับบรูไน

แหล่งที่มา borneobulletin.com.bn

บรูไนติดท็อป 10 อันดับแรกประเทศตลาดการเงินอิสลามดีที่สุด

Screen-Shot-2016-08-07-at-00.59.36

บรูไนได้รับพิจารณาให้อยู่ใน 10 อันดับแรกประเทศที่มีการดำเนินการตลาดการเงินอิสลามในกลุ่มความร่วมมืออิสลาม ICD  โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thomson Reuters Islamic Finance Development ประจำปี 2560

บรูไนได้คะแนนทั้งหมด 47 คะแนนในดัชนีการพัฒนาด้านการเงินอิสลาม (IFDI) ส่งผลให้บรูไนขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 9 ใน 10 อันดับแรกของปีนี้  จากเดิมเคยอยู่ในอันดับที่ 14 ของปีที่แล้ว ซึ่งแซงหน้าประเทศการ์ตาและอินโดนีเซีย  ขณะที่มาเลเซียเป็นประเทศที่มีการดำเนินงานด้านการเงินอิสลามดีที่สุดในทุกๆ ด้านโดยมีคะแนนรวม 129 คะแนน ขณะที่บาร์เรนนั้น ได้คะแนน 83 คะแนน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ 64 คะแนน ซึ่งอยู่ในอันดับที่สองและสามตามลำดับ

ดัชนีการพัฒนาด้านการเงินอิสลามได้จัดอันดับตลาดการเงินอิสลามทั่วโลก โดยพิจารณาจากปัจจัย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ การพัฒนาเชิงปริมาณ ความรู้ ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR) และความตระหนัก

ทั้งนี้ ICD  หรือกลุ่มความร่วมมืออิสลามเพื่อการพัฒนาภาคเอกชน เป็นสถาบันการเงินอิสลามเพื่อการพัฒนาพหุภาคีภายใต้กลุ่มธนาคารเพื่อการพัฒนา

แหล่งที่มา xinhuanet.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/14/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%99-1-15-%e0%b8%98-%e0%b8%84-60/feed/ 0
สิงคโปร์ (16-30 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-16-30-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-16-30-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Wed, 03 Jan 2018 11:08:09 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31699 บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ เปิดเผยรายละเอียดว่าคอนแทคเลนส์แอคคิววิวจำนวนเกือบ 1000 กล่องถูกเรียกคืนหลังจากไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพของบริษัท

20171023_acuvue

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบคือคอนแทคเลนส์ชนิดใช้แล้วทิ้งจำนวน 929 กล่อง โดยทางบริษัทได้รับคืนมาจากผู้ค้าปลีกในสิงคโปร์ โฆษกบ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนนั้นรวมถึงแอคคิววิว รุ่นโอเอซิส หมายเลขล็อต L002QH9 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะมีขนแปรงที่สามารถมองเห็นได้ภายในภาชนะบรรจุคอนแทคเลนส์

โดยหมายเลขล็อตสามารถดูได้ที่ด้านหลังของกล่องด้านนอก หรือบนฟอยล์ฝาครอบของภาชนะบรรจุคอนแทคเลนส์ โดยโฆษกของบริษัทแถลงว่าที่ บ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ ความสำคัญสูงสุดของเราคือความปลอดภัยของผู้ป่วยและเรายึดมั่นในมาตรฐานที่สูงเพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจของลูกค้า และไม่มีรายงานความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญเนื่องจากปัญหาเหล่านี้ โดยเขาเน้นว่าบริษัทได้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และบริษัทได้ระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพและได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบโดยซื้อในสิงคโปร์ บริษัท แนะนำให้ผู้บริโภคปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตา หรือร้านค้าที่พวกซื้อผลิตภัณฑ์มา ในขณะที่ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศสามารถติดต่อ Acuvue Support ได้ที่ 800-101-3130 หรืออีเมล์ถึง support@acuvue.com.sg

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเรียกคืนคอนแทคเลนส์แอคคิววิวสี่ประเภทในญี่ปุ่นเนื่องจากมีการปนเปื้อนในคอนแทคเลนส์ ในขณะเดียวกันก็มีการเรียกคือนในไต้หวันเนื่องจากกระบวนการผลิตหลาย ๆ อย่างซึ่งอาจก็ปัญหาด้านคุณภาพได้

ที่มา todayonline.com

การเดินทางเยือนสิงคโปร์ในครั้งนี้เป้าหมายหลักคือมุ่งสร้างความสัมพันธ์ในด้านวัฒนธรรมการอนุรักษ์มรดกและศิลปะ

31249659

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลล่า ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ จะเดินทางมาเยือนสิงคโปร์เป็นเวลาสี่วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม และจะเสด็จไปเยี่ยมชมหอศิลป์แห่งชาติ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ รวมทั้งเข้าร่วมการสนทนาแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมการอ่านหนังสือและกิจกรรมอื่น ๆ ในเวลาที่ทรงพำนักอยู่ที่นี่
การมาเยือนสิงคโปร์ครั้งล่าสุดของรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษคือเมื่อปี 1979 โดยประธานาธิบดีเบนจามิน เชียร์สได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับพระองค์

สำหรับครั้งนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะได้รับการต้อนรับ และเป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารค่ำโดยประธานาธิบดีฮาลิมาห์ ยาคอป ที่อิสตานา ทั้งสองพระองค์จะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการในเช้าวันอังคาร และจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงอีกด้วย

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวในแถลงการณ์ว่าการเดินทางครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ งานศิลปะ การอนุรักษ์มรดก และความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ ในบรรดากิจกรรมที่ทั้งสองพระองค์จะทำในการไปเยือนของสิงคโปร์นั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลสจะเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาที่ Cenotaph อนุสรณ์แห่งความทรงจำของทหารเครือจักรภพที่ได้ต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่สอง และพูดคุยกับ 24 ผู้นำทางศาสนาของ 10 กลุ่มศาสนาที่ศูนย์ Harmony เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์กับสหราชอาณาจักร

ในขณะเดียวกันดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะแยกเข้าไปเยี่ยมชมTemasek Junior College (TJC) ซึ่งพระองค์จะเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมหนังสือในเครือจักรภพ และพบกับ Tan Wan Gee นักเรียน TJC อายุ 15 ปีที่ได้รับรางวัลการประกวดเรียงความของราชินีแห่งเครือจักรภพ จากดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ที่พระราชวังบักกิ้งแฮมเมื่อปีที่แล้ว และในบ่ายวันพุธทั้งสองพระองค์จะเสด็จไปเยี่ยมชมสวนกล้วยไม้แห่งชาติที่สวนพฤกษชาติสิงคโปร์ซึ่งจะมีการจัดกล้วยไม้ให้เรียงเป็นพระนามเพื่อเป็นเกียริตแก่ทั้งสองพระองค์

หลังจากวันนั้นนายซิม อัน รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐด้านวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชนจะเป็นเจ้าภาพในการพาทั้งสองพระองค์ชมการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ นอกเหนือจากการชมผลงานศิลปะแล้วยังจะได้มีการบรรยายถึงวิธีการที่อาคาร และสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาขึ้นจากที่เคยเป็นศาลากลางเก่าและศาลฎีกา

สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและพระชายาจะเสด็จเยือนในการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ในวันพฤหัสบดีทั้งสองพระองค์จะเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต นับตั้งมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยก่อนที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะเสด็จไปเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธได้เสด็จเยือนสิงคโปร์มาแล้วสามครั้งในปี 1972, 1989 และ 2006 และเมื่อไม่นานมานี้เจ้าชายแฮร์รี่ได้เสด็จไปยังสิงคโปร์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2017 ซึ่งพระองค์ได้เข้าร่วมการแข่งขันโปโลการกุศลอีกด้วย

และในปี 2012 เจ้าชายวิลเลี่ยมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พระชายา ได้เสด็จมาเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการเป็นเวลาสามวัน ในระหว่างโปรแกรมทัวร์เก้าวันในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่พำนักอยู่ที่นี่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ยังได้วางพวงมาลาไว้ที่อนุสรณ์สถานสงคราม Kranji แวะชมสวนริม หาด Bay และควีนส์ทาวน์ซึ่งตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สองเพื่อรำลึกถึงการราชาภิเษกของพระองค์

ที่มา todayonline.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-16-30-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
เจ้าฟ้าชายชาร์ลสเตรียมเสด็จเยือนสิงคโปร์พร้อมพระชายา http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#respond Wed, 03 Jan 2018 11:05:47 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31696 การเดินทางเยือนสิงคโปร์ในครั้งนี้เป้าหมายหลักคือมุ่งสร้างความสัมพันธ์ในด้านวัฒนธรรมการอนุรักษ์มรดกและศิลปะ

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลล่า ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ จะเดินทางมาเยือนสิงคโปร์เป็นเวลาสี่วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม และจะเสด็จไปเยี่ยมชมหอศิลป์แห่งชาติ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ รวมทั้งเข้าร่วมการสนทนาแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมการอ่านหนังสือและกิจกรรมอื่น ๆ ในเวลาที่ทรงพำนักอยู่ที่นี่
การมาเยือนสิงคโปร์ครั้งล่าสุดของรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษคือเมื่อปี 1979 โดยประธานาธิบดีเบนจามิน เชียร์สได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับพระองค์

สำหรับครั้งนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะได้รับการต้อนรับ และเป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารค่ำโดยประธานาธิบดีฮาลิมาห์ ยาคอป ที่อิสตานา ทั้งสองพระองค์จะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการในเช้าวันอังคาร และจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงอีกด้วย

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวในแถลงการณ์ว่าการเดินทางครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ งานศิลปะ การอนุรักษ์มรดก และความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ ในบรรดากิจกรรมที่ทั้งสองพระองค์จะทำในการไปเยือนของสิงคโปร์นั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลสจะเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาที่ Cenotaph อนุสรณ์แห่งความทรงจำของทหารเครือจักรภพที่ได้ต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่สอง และพูดคุยกับ 24 ผู้นำทางศาสนาของ 10 กลุ่มศาสนาที่ศูนย์ Harmony เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์กับสหราชอาณาจักร

ในขณะเดียวกันดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะแยกเข้าไปเยี่ยมชมTemasek Junior College (TJC) ซึ่งพระองค์จะเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมหนังสือในเครือจักรภพ และพบกับ Tan Wan Gee นักเรียน TJC อายุ 15 ปีที่ได้รับรางวัลการประกวดเรียงความของราชินีแห่งเครือจักรภพ จากดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ที่พระราชวังบักกิ้งแฮมเมื่อปีที่แล้ว และในบ่ายวันพุธทั้งสองพระองค์จะเสด็จไปเยี่ยมชมสวนกล้วยไม้แห่งชาติที่สวนพฤกษชาติสิงคโปร์ซึ่งจะมีการจัดกล้วยไม้ให้เรียงเป็นพระนามเพื่อเป็นเกียริตแก่ทั้งสองพระองค์

หลังจากวันนั้นนายซิม อัน รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐด้านวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชนจะเป็นเจ้าภาพในการพาทั้งสองพระองค์ชมการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ นอกเหนือจากการชมผลงานศิลปะแล้วยังจะได้มีการบรรยายถึงวิธีการที่อาคาร และสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาขึ้นจากที่เคยเป็นศาลากลางเก่าและศาลฎีกา

สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและพระชายาจะเสด็จเยือนในการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ในวันพฤหัสบดีทั้งสองพระองค์จะเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต นับตั้งมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยก่อนที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะเสด็จไปเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธได้เสด็จเยือนสิงคโปร์มาแล้วสามครั้งในปี 1972, 1989 และ 2006 และเมื่อไม่นานมานี้เจ้าชายแฮร์รี่ได้เสด็จไปยังสิงคโปร์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2017 ซึ่งพระองค์ได้เข้าร่วมการแข่งขันโปโลการกุศลอีกด้วย

และในปี 2012 เจ้าชายวิลเลี่ยมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พระชายา ได้เสด็จมาเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการเป็นเวลาสามวัน ในระหว่างโปรแกรมทัวร์เก้าวันในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่พำนักอยู่ที่นี่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ยังได้วางพวงมาลาไว้ที่อนุสรณ์สถานสงคราม Kranji แวะชมสวนริม หาด Bay และควีนส์ทาวน์ซึ่งตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สองเพื่อรำลึกถึงการราชาภิเษกของพระองค์

ที่มา todayonline.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/ 0
คอนแทคเลนส์แอคคิววิวถูกเรียกคืนแล้วกว่าพันกล่องในสิงคโปร์ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b8%b9/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b8%b9/#respond Wed, 03 Jan 2018 10:18:05 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31692 บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ เปิดเผยรายละเอียดว่าคอนแทคเลนส์แอคคิววิวจำนวนเกือบ 1000 กล่องถูกเรียกคืนหลังจากไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพของบริษัท

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบคือคอนแทคเลนส์ชนิดใช้แล้วทิ้งจำนวน 929 กล่อง โดยทางบริษัทได้รับคืนมาจากผู้ค้าปลีกในสิงคโปร์ โฆษกบ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนนั้นรวมถึงแอคคิววิว รุ่นโอเอซิส หมายเลขล็อต L002QH9 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะมีขนแปรงที่สามารถมองเห็นได้ภายในภาชนะบรรจุคอนแทคเลนส์

โดยหมายเลขล็อตสามารถดูได้ที่ด้านหลังของกล่องด้านนอก หรือบนฟอยล์ฝาครอบของภาชนะบรรจุคอนแทคเลนส์ โดยโฆษกของบริษัทแถลงว่าที่ บ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันวิชั่นแคร์ ความสำคัญสูงสุดของเราคือความปลอดภัยของผู้ป่วยและเรายึดมั่นในมาตรฐานที่สูงเพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจของลูกค้า และไม่มีรายงานความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญเนื่องจากปัญหาเหล่านี้ โดยเขาเน้นว่าบริษัทได้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และบริษัทได้ระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพและได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบโดยซื้อในสิงคโปร์ บริษัท แนะนำให้ผู้บริโภคปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตา หรือร้านค้าที่พวกซื้อผลิตภัณฑ์มา ในขณะที่ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศสามารถติดต่อ Acuvue Support ได้ที่ 800-101-3130 หรืออีเมล์ถึง support@acuvue.com.sg

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเรียกคืนคอนแทคเลนส์แอคคิววิวสี่ประเภทในญี่ปุ่นเนื่องจากมีการปนเปื้อนในคอนแทคเลนส์ ในขณะเดียวกันก็มีการเรียกคือนในไต้หวันเนื่องจากกระบวนการผลิตหลาย ๆ อย่างซึ่งอาจก็ปัญหาด้านคุณภาพได้

ที่มา todayonline.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b8%b9/feed/ 0
สิงคโปร์ (1-15 ต.ค. 60) http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/#respond Wed, 03 Jan 2018 09:41:49 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31689 ในปัจจุบันการพัฒนาทางเทคโนโลยีทำให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาพูดคุยกันน้อยลงระหว่างมื้ออาหารเพราะพวกเขามัวแต่ให้ความสนใจกับจอโทรศัพท์มากกว่า

d1ee26f6f2fe521388c20c2177ca181b

การรณรงค์จากแมคโดนัลด์เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเลิกใช้โทรศัพท์ระหว่างมื้ออาหารเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด โดยแมคโดนัลด์ได้นำร่องเปิดตัวตู้เก็บโทรศัพท์ที่สาขาหนึ่งในสิงคโปร์ ความคิดริเริ่มใหม่นี้เป็นครั้งแรกที่ชาวสิงคโปร์ขนานนามว่า “Phone off, Fun on” และกระตุ้นให้ผู้คนเก็บโทรศัพท์ของพวกเขาและ เปิดล็อกช่วงเวลาแห่งความสนุกกับครอบครัวของเขา

จากผลสำรวจของแมคโดนัลด์จากผู้ปกครองจำนวน 302 ราย ที่มาใช้บริการแมคโดนัลด์ในช่วงเดือนที่ผ่านมาพบว่าร้อยละ 98 ของของพ่อแม่ และร้อยละ 91 ของเด็กๆ จะใช้โทรศัพท์ในเวลาที่อยู่ด้วยกัน โดยกว่าสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามใช้สมาร์ทโฟนในช่วงเวลาอาหาร ตามรายงานข่าวของ Channel News Asia ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถาม ยังกล่าวด้วยว่าการใช้โทรศัพท์มือถือลดการมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่คุณรัก และพวกเขาต้องการที่จะมีวินัยในการอยู่ห่างจากอุปกรณ์ดิจิตอลที่ดึงความสนใจของพวกเขาในช่วงเวลาที่อยู่ครอบครัว

ลินดา หมิงผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารแบรนด์และการดูแลลูกค้า กล่าวกับ Channel News Asia ว่า ในฐานะที่แมคโดนัลด์เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงสำหรับการพาครอบครัวมา แต่จากการสำรวจยังพบว่าการใช้โทรศัพท์ในระหว่างมื้ออาหารนั้นบางครั้งขัดขวางการสร้างสายสัมพันธ์ของครอบครัว และแม้ว่าจะเป็นความคิดริเริ่มตู้เก็บของอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อเก็บโทรศัพท์มือถือ 100 ซึ่งอาจเป็นความทะเยอทะยานที่เกินไป

ทั้งนี้ลูกค้ารายหนึ่งบอกว่าครอบครัวของเขาพยายามจะล็อคโทรศัพท์มือถือของตนอย่างจริงจัง แต่ ก็ต้อง “ล้มเหลวภายในห้านาที” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ บริษัทอาหารฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ทดลองใช้แนวคิดนี้ แมคโดนัลด็ได้กระตุ้นให้เยาวชนเลิกใช้โทรศัพท์มือถือของตนครั้งแรกในอินเดียเมื่อปี 2015 โดยมีโฆษณาที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนหายหน้าหายตาไปในโลกแห่งความเป็นจริงเพราะติดอยู่กับไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของพวกเขา

ที่มา news.com.au

หลังจากที่ปารากวัยได้ยกเลิกข้อกำหนดการขอวีซ่าในการเข้าประเทศสำหรับชาวสิงคโปร์ หนังสือเดินทางสิงคโปร์ก็ได้กลายเป็นหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ด้วยคะแนนปลอดวีซ่า 159 คะแนน

gppass251017

นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศในเอเชียมีหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ตามดัชนีซึ่งได้รับการพัฒนาโดย บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก Arton Capital นายฟิลิปป์ เมย์ผู้อำนวยการจัดการของ Arton Capital สาขาสิงคโปร์กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูตและนโยบายด้านต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพของสิงคโปร์”

ดัชนีจัดอันดับหนังสือเดินทางของประเทศต่าง ๆ มีการเรียงลำดับตามการข้ามพรมแดนโดยปลอดวีซ่า ขึ้นอยู่กับจำนวนประเทศที่หนังสือเดินทางของประเทศนั้น ๆ สามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หนังสือเดินทางของประเทศสมาชิก 193 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ และอยู่ใน 6 ภูมิภาคจะถูกนำมาพิจารณา โดยในอดีต 10 อันดับแรกของหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกมีแนวโน้มที่จะเป็นประเทศในยุโรป โดยมีเยอรมนีเป็นผู้นำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามข่าวประชาสัมพันธ์ที่ออกเมื่อวันพุธที่ 25 ตุลาคม

ตั้งแต่ต้นปี 2017 ที่ผ่านมา เยอรมนีครองตำแหน่งที่ 1 ร่วมกับสิงคโปร์ ซึ่งกำลังเดินหน้าขึ้นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับ ในขณะที่หนังสือเดินทางเอเชียอื่น ๆ ที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกนั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและมาเลเซีย โดยหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกามีอันดับลดลงนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี ล่าสุดตุรกีและสาธารณรัฐแอฟริกากลางเพิกถอนสถานะการขอวีซ่าให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางของสหรัฐฯ

นายอาร์มานด์ อาร์ตันผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Arton Capital กล่าวว่า “การถือหนังสือเดินทางที่ปลอดวีซ่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในโลกปัจจุบัน มีคนจำนวนมากขึ้นทุกปีลงทุนหลายร้อย หลายพันดอลลาร์ในการครอบครองหนังสือเดินทางเล่มที่สอง เพื่อให้ได้โอกาสและความมั่นคงสำหรับครอบครัวของพวกเขา

ทั้งนี้สิงคโปร์ยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่สี่ในดัชนีประเทศที่มีเงื่อนไขการขอวีซ่าที่เข้มงวด อีกหนึ่งวิธีการวัดว่าประชากรประเทศนั้นมีอิสระในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน ด้วยวิธีการคำนวณคะแนนที่ต่างออกไปจากการคำนวณว่าหนังสือเดินทางของประเทศใดมีอิทธิพลมากกว่ากัน

10 อันดับหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก (คะแนนอยู่ในวงเล็บ)
1. สิงคโปร์ (159)
2. เยอรมนี (158)
3. สวีเดนเกาหลีใต้ (157)
4. เดนมาร์ก ฟินแลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร (156)
5. ลักเซมเบิร์ก สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย โปรตุเกส (155)
6. มาเลเซีย ไอร์แลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา (154)
7. ออสเตรเลีย กรีซ นิวซีแลนด์ (153)
8. มอลตา สาธารณรัฐเช็ก ไอซ์แลนด์ (152)
9. ฮังการี (150)
10. สโลเวเนีย โปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย (149)

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c-1-15-%e0%b8%95-%e0%b8%84-60/feed/ 0
หนังสือเดินทางสิงคโปร์ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/ http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#respond Wed, 03 Jan 2018 09:40:19 +0000 http://aseanwatch.org/?p=31685 หลังจากที่ปารากวัยได้ยกเลิกข้อกำหนดการขอวีซ่าในการเข้าประเทศสำหรับชาวสิงคโปร์ หนังสือเดินทางสิงคโปร์ก็ได้กลายเป็นหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ด้วยคะแนนปลอดวีซ่า 159 คะแนน

นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศในเอเชียมีหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ตามดัชนีซึ่งได้รับการพัฒนาโดย บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก Arton Capital นายฟิลิปป์ เมย์ผู้อำนวยการจัดการของ Arton Capital สาขาสิงคโปร์กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูตและนโยบายด้านต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพของสิงคโปร์”

ดัชนีจัดอันดับหนังสือเดินทางของประเทศต่าง ๆ มีการเรียงลำดับตามการข้ามพรมแดนโดยปลอดวีซ่า ขึ้นอยู่กับจำนวนประเทศที่หนังสือเดินทางของประเทศนั้น ๆ สามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หนังสือเดินทางของประเทศสมาชิก 193 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ และอยู่ใน 6 ภูมิภาคจะถูกนำมาพิจารณา โดยในอดีต 10 อันดับแรกของหนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกมีแนวโน้มที่จะเป็นประเทศในยุโรป โดยมีเยอรมนีเป็นผู้นำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามข่าวประชาสัมพันธ์ที่ออกเมื่อวันพุธที่ 25 ตุลาคม

ตั้งแต่ต้นปี 2017 ที่ผ่านมา เยอรมนีครองตำแหน่งที่ 1 ร่วมกับสิงคโปร์ ซึ่งกำลังเดินหน้าขึ้นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับ ในขณะที่หนังสือเดินทางเอเชียอื่น ๆ ที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกนั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและมาเลเซีย โดยหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกามีอันดับลดลงนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี ล่าสุดตุรกีและสาธารณรัฐแอฟริกากลางเพิกถอนสถานะการขอวีซ่าให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางของสหรัฐฯ

นายอาร์มานด์ อาร์ตันผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Arton Capital กล่าวว่า “การถือหนังสือเดินทางที่ปลอดวีซ่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในโลกปัจจุบัน มีคนจำนวนมากขึ้นทุกปีลงทุนหลายร้อย หลายพันดอลลาร์ในการครอบครองหนังสือเดินทางเล่มที่สอง เพื่อให้ได้โอกาสและความมั่นคงสำหรับครอบครัวของพวกเขา

ทั้งนี้สิงคโปร์ยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่สี่ในดัชนีประเทศที่มีเงื่อนไขการขอวีซ่าที่เข้มงวด อีกหนึ่งวิธีการวัดว่าประชากรประเทศนั้นมีอิสระในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน ด้วยวิธีการคำนวณคะแนนที่ต่างออกไปจากการคำนวณว่าหนังสือเดินทางของประเทศใดมีอิทธิพลมากกว่ากัน

10 อันดับหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก (คะแนนอยู่ในวงเล็บ)
1. สิงคโปร์ (159)
2. เยอรมนี (158)
3. สวีเดนเกาหลีใต้ (157)
4. เดนมาร์ก ฟินแลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร (156)
5. ลักเซมเบิร์ก สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย โปรตุเกส (155)
6. มาเลเซีย ไอร์แลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา (154)
7. ออสเตรเลีย กรีซ นิวซีแลนด์ (153)
8. มอลตา สาธารณรัฐเช็ก ไอซ์แลนด์ (152)
9. ฮังการี (150)
10. สโลเวเนีย โปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย (149)

ที่มา thestar.com

]]>
http://aseanwatch.org/2018/01/03/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/ 0